
งานแถลงเครือข่ายพุทธ ล่ม!
เครือข่ายทางพระพุทธศาสนา นำโดยศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ต้องยุติการแถลงข่าวในท่าที หลังผู้ตรวจการแผ่นดินออกมาชี้ว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทำผิดขั้นตอนในการเสนอรายนามแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช
เกือบชั่วโมงจากการพูดคุยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนนนท์ ได้นิมนต์พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย พระเทพประสิทธิมนต์ เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม และสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา หลังทราบว่า ภาคีเครือข่ายจะทำการแถลงข่าวแสดงท่าทีต่อผู้ตรวจการแผ่นดินที่ตีความกฎหมายแต่งตั้งพระสังฆราช เดิมกำหนดแถลงโรงแรม S.D.Avenue ปิ่นเกล้า ได้ย้ายสถานที่กระทันหันเป็นศูนย์ประชุม ที่วัดศรีสุดาราม บางขุนนนท์ ในเวลา 10.00 น. ขณะที่บรรยากาศในวัด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นายประจำจุดต่าง ๆ รวมถึงห้องแถลงข่าว
10.30 น. โดยประมาณ กลุ่มนักที่เฝ้าหน้าห้อง ได้รับแจ้งว่า จะไม่มีการแถลงข่าวเนื่องจากเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้น ทีมข่าวอีกหลายสำนักที่ยังอยู่ในห้องแถลงข่าว ทยอยออกจากห้องแถลงข่าว แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปิดทางเข้าออก แต่ไม่สามารถคุมได้
หลังจากนั้นไม่นาน พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ เดินออกมาจากห้องพร้อมเจ้าหน้าที่ เพื่อชี้แจงต่อสื่อมวลชน
ตามจดหมายเปิดผนึก ของศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ และสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา แจงว่า ตามการอ้างอิงจากพระราชบัญญัติการปกครองคณะสงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 มาตรา 7 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากพระมหากษัตริย์ทรงพิจารณาจากรายนามพระราชาคณะ ซึ่งการตีความของผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น เป็นการจงใจตีความกฎหมายผิดไปจากราชประเพณี และยังเป็นการก้าวก่าย ก่อให้เกิดการแตกแยกในหมู่คณะสงฆ์ และ ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจรับพิจารณา เนื่องจากมติมหาเถระสมาคมไม่ใช่คำสั่ง และยังไม่มีผู้เสียหาย
กลุ่มเครือข่ายมีมติรวบรวมรายชื่อพระสงฆ์และฆราวาส 20,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดิน ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.
10.30 น. โดยประมาณ กลุ่มนักที่เฝ้าหน้าห้อง ได้รับแจ้งว่า จะไม่มีการแถลงข่าวเนื่องจากเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้น ทีมข่าวอีกหลายสำนักที่ยังอยู่ในห้องแถลงข่าว ทยอยออกจากห้องแถลงข่าว แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปิดทางเข้าออก แต่ไม่สามารถคุมได้
หลังจากนั้นไม่นาน พระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์ฯ เดินออกมาจากห้องพร้อมเจ้าหน้าที่ เพื่อชี้แจงต่อสื่อมวลชน
ตามจดหมายเปิดผนึก ของศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ และสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา แจงว่า ตามการอ้างอิงจากพระราชบัญญัติการปกครองคณะสงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 มาตรา 7 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากพระมหากษัตริย์ทรงพิจารณาจากรายนามพระราชาคณะ ซึ่งการตีความของผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น เป็นการจงใจตีความกฎหมายผิดไปจากราชประเพณี และยังเป็นการก้าวก่าย ก่อให้เกิดการแตกแยกในหมู่คณะสงฆ์ และ ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจรับพิจารณา เนื่องจากมติมหาเถระสมาคมไม่ใช่คำสั่ง และยังไม่มีผู้เสียหาย
กลุ่มเครือข่ายมีมติรวบรวมรายชื่อพระสงฆ์และฆราวาส 20,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดิน ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.
source :- http://shows.voicetv.co.th/voice-news-evening/335799.html
แสดงความคิดเห็น