Fahroong Srikhao ฟ้ารุ่ง ศรีขาว
“สิ่งที่ทำในวันนั้นได้โยนคำถามไปที่สังคมแล้วว่าเห็นปรากฏการณ์นี้เป็นยังไง... สำหรับการเมืองไทย คดีการทุจริตคอรัปชั่นเป็นเครื่องมือในการทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง พอเป็นฝ่ายตัวเองกลับพร่าเลือน ” นิว สิรวิชญ์
คดีที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบการจัดสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์จบแล้ว โดยมีมติ 9 ต่อ 0 ไร้ทุจริต แต่การดำเนินคดีกับ นิว สิรวิชญ์และพวกยังไม่จบ
นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีขึ้นรถไฟไปตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ กล่าวถึง กรณี ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 โครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ไร้การทุจริต ว่า เป็นไปตามคาด เนื่องจาก ป.ป.ช.ทำงานในบรรยากาศที่ไม่เอื้อต่อการตรวจสอบภาครัฐ ส่วนคดีที่ตนเองตกเป็นผู้ต้องหานั้นยังไม่จบ ต้องต่อสู้ตามกระบวนการต่อไป โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการยื่นให้พิจารณาขอบเขตอำนาจศาล เพราะต้องการชี้ว่าศาลทหารไม่มีอำนาจพิจารณาคดี และต้องการยืนยันว่าการไปขึ้นรถไฟไม่ใช่สิ่งที่ผิด และยังไม่มีการชุมนุมทางการเมืองด้วยซ้ำเพียงแต่ไปขึ้นรถไฟ และพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่มีความรุนแรงมากกว่าแต่ส่วนนั้นกลับไม่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นสำคัญ
นายสิรวิชญ์ บอกด้วยว่า ตอนนี้นายธเนตร อนันตวงศ์ ถูกฝากขังคดีนี้ จากที่ก่อนหน้านี้ธเนตรกลับมามอบตัวกับตำรวจ แต่เมื่อไปขึ้นศาลศาลอนุญาตฝากขัง โดยธเนตรไม่ได้ยื่นประกันเพราะหลักทรัพย์ไม่พอ ตอนนี้ตนจึงหาหลักทรัพย์ให้ประกันตัวอันเนื่องจากคดีนี้
ส่วนกรณีที่นายธเนตรเคยหายตัวไปทำให้สูญเงินประกันครั้งนั้น ทำให้การหาหลักทรัพย์มาประกันตัวครั้งนี้ยากหรือไม่ นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า ผมก็ต้องยืมเงินเป็นการส่วนตัวพอสมควรเพราะไม่กล้าไปรบกวนกองทุนหรือความช่วยเหลือแหล่งอื่น แต่หากปฏิเสธที่จะไม่รับผิดชอบส่วนนี้ก็กระไรอยู่ ถ้าเป็นเรื่องผลกระทบทางการเมืองก็ต้องช่วยเรื่องประกันตัว ส่วนเรื่องที่เขาหายไปอันนั้นเป็นเรื่องที่เขาต้องจัดการเอง เพราะผมไม่ได้รับทราบเรื่องนั้นเลย
สำหรับสาเหตุที่ต้องรับผิดชอบต่อผู้ได้รับผลกระทบจากคดีนี้เพราะเป็นผู้ริเริ่มเชิญชวนประชาชนไปทำกิจกรรมขึ้นรถไฟไปตรวจสอบการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ จึงต้องช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในวันนั้น
นายสิรวิชญ์ กล่าวด้วยว่า ต้องต่อสู้ในกระบวนการต่อไป เพราะเคยเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากเหตุการณ์ถูกทหารอุ้มขึ้นรถเมื่อวันที่ 20 มกราคม* หากปฏิเสธกระบวนการทั้งหมดก็ค่อนข้างจะเสี่ยงต่อชีวิต (*ถูกทหารใช้กำลังนำตัวขึ้นรถจากหน้า มธ.ศูนย์รังสิต ไปป่าหญ้าก่อนจะนำส่งสถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดี)
เขาบอกด้วยว่า ถ้าไม่มีประเด็นอะไรเพิ่ม ก็คิดว่าจะไม่เคลื่อนไหวในประเด็นนี้แล้ว เพราะสิ่งที่ทำในวันนั้นได้โยนคำถามไปที่สังคมแล้วว่าเห็นปรากฏการณ์นี้เป็นยังไง เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ร่วมกันในสังคม สังคมจะเรียนรู้ร่วมกันยังไง จะมองเรื่องนี้ยังไง จะให้การทุจริตคอรัปชั่นเป็นเพียงเครื่องมือในการทำลายล้างคู่ตรงข้ามทางการเมือง หรือเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องที่มีการทุจริตจริงๆ ซึ่งสำหรับการเมืองไทย คดีการทุจริตเป็นเครื่องมือในการทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง พอเป็นฝ่ายตัวเองกลับพร่าเลือน

แสดงความคิดเห็น