
Pinkaew Laungaramsri
มาถึงขั้นนี้แล้ว ดูซิว่าจะกล้า "ขยายผล" ขนาดไหน ถ้าถึงขั้นรู้ว่าจะไปล่าเสือดำที่แหล่งไหน คนนำทางเข้าไปต้องเป็นพรานในพื้นที่ที่ชำนาญทางเป็นอย่างดีที่ได้รับการว่าจ้างมา รู้ว่าจะไปตั้งแคมป์ที่ไหนที่จะเจอสัตว์ และปลอดสายตาเจ้าหน้าที่ แปลกใจว่าเจ้าหน้าที่ทุ่งใหญ่ไม่รู้จัก และปล่อยให้ผ่านเข้าไปได้โดยไม่มีการตรวจค้น
และ น่าจะทำมาเป็นขบวนการต่อเนื่องก่อนหน้านี้แล้วในป่าอื่นๆ ถ้าขนาดขนอาวุธเข้าไปยังกับจะไปทำสงครามขนาดนั้น ที่บ้านของมหาเศรษฐีพวกนี้ คงมีคอลเล็คชั่น สัตว์ป่ามงคล ที่ล่ามาเก็บไว้บูชาเพื่อความมั่งคั่งอยู่เต็มไปหมด งานนี้ ไม่มีเส้นจากผู้มีอำนาจข้างในไฟเขียวให้ ไม่มีทางกล้าทำได้ขนาดนี้
"ด้านนายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า เบื้องต้นนายเปรมชัย ยังให้การภาคเสธ แม้ว่าจะมีการจับ และยึดของกลางทั้งซากสัตว์ป่า อาวุธปืน กระสุนจำนวนมาก กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เพราะข่าวคนรวย และนักธุรกิจ คนมีชื่อเสียงในสังคมที่ยังที่มีค่านิยมในการล่าสัตว์ป่า ทั้งจะเพื่อกีฬา การบริโภค และความเชื่อที่ต้องล่าเสือเพื่อความมีอำนาจ หายไปหลายปีแล้ว
ขณะนี้ข้อมูลการสอบสวนพบว่า นายเปรมชัย กับพวก เดินทางมาที่ทุ่งใหญ่นเรศวร โดยไม่ใช่การลักลอบ เนื่องจาก มีการผ่านจุดตรวจค้นหลัก ที่สำนักงานเขตใหญ่อุทยานแห่งชาติฯ ทุ่งใหญ่นเรศวร แต่ขณะนั้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย โดยวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เห็นผิดสังเกตว่า เนื่องจากคณะของนายเปรมชัย ยังไม่เข้าที่พักแคมป์บริเวณจุดมหาราช จึงออกตามหา และพบว่านายเปรมชัย และพวก ได้ตั้งแคมป์ ในบริเวณที่หลบตาเจ้าหน้าที่ และเป็นพื้นที่ห้ามตั้งแคมป์ ซึ่งห่างจากจุดเข้าพักหลักประมาณ 5 กิโลเมตร
"ถ้าให้ประเมินจากพฤติกรรมของกลุ่มนี้ ไม่ใช่ล่าเพื่อเกมกีฬา เหมือนในสมัยก่อน จากประสบการณ์เชื่อว่าการล่าเสือ มีประเด็นความเชื่อของขลัง โดยเฉพาะเสือดำ เป็นความเชื่อมากกว่า”
แสดงความคิดเห็น