
Pinkaew Laungaramsri
เวลาขับรถออกจากบ้าน บางวันดิฉันมักจะเจอกับคุณลุงขาพิการคนหนึ่ง แกมักจะเดินลากขาออกมาตามถนน บางวันก็เห็นเข็นรถเข็นออกมาด้วย เหลือบดูในรถเข็น เห็นมีเศษกล่องกระดาษบ้าง ขวดพลาสติกบ้าง เข้าใจว่าคงเก็บจากข้างทาง เพื่อนำไปขาย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ก็หมายความว่า ในแต่ละวัน แกต้องเดินลากเท้าไม่ต่ำกว่าสิบกิโล เพราะร้านรับซื้อของเก่าอยู่ห่างจากจุดที่มักจะเจอแกเดินอยู่ค่อนข้างมาก และด้วยความที่ขาพิการ ทำให้เดินไม่ได้เร็ว แต่ละวันคงได้ไม่กี่เที่ยว ของในรถเข็นก็ไม่ได้มาก แกจะได้ตังค์พอยาไส้สักเท่าไหร่กันหนอ?
เมื่อวานดิฉันออกไปตลาดแต่เช้า สวนกับแกอีกเช่นเคย ขากลับ ก็ยังเจอแกลากขาห่างจากจุดที่เจอไม่กี่ร้อยเมตร ดิฉันจึงรีบขับรถเข้าไปในบ้าน ลากเอาถุงใส่บรรดาขวดทั้งหลายออกมาใส่รถ แล้วรีบไปดักแกหน้าปากซอย ถามแกว่า เอาขวดเปล่าไหม แกมีสีหน้าแปลกใจในตอนแรก แล้วก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง ระล่ำระลักขอบคุณแล้วขอบคุณอีก จนดิฉันรู้สึกละอายใจ เพราะสิ่งที่ดิฉันให้แกนั้น จริงๆแล้วเป็น "ขยะ" ที่ไม่มีค่าของบ้าน รวมกันแล้วคงขายได้ไม่ถึงร้อย ในขณะที่ดิฉันยืนชั่งใจว่า ควรให้สตังค์แกด้วยดีหรือไม่ แกก็ได้ค่อยๆลากรถเข็นผ่านหน้าไป ความที่มันหนักขึ้นจากบรรดาขวดทั้งหลาย แกเข็นได้ช้าลงจากเดิมสักหน่อย วันนี้ถนนไปร้านขายของเก่าของแก คงจะทอดไกลออกไปจากวันปกติ
กลับมาบ้าน อ่านข่าวครอบครัวแรงงานรายหนึ่ง ลูกที่ยังเป็นทารกต้องตายลง เพียงเพราะคนเป็นพ่อแม่ ไม่มีปัญญาพาไปรักษาพยาบาล รอวันค่าแรงออก รอแล้วรอเล่า แต่ลูกรอไม่ไหว เดินทางล่วงหน้าไปสวรรค์เสียแล้ว
ดิฉันไม่แน่ใจว่าเวลาเจอเรื่องราวแบบนี้แล้ว ควรจะโกรธใคร หรือโกรธอะไร รู้แต่เพียงว่าโกรธ และยิ่งโกรธมากขึ้น เมื่ออ่านข่าวประเภทข้างล่างนี้ คนพวกนี้จิตใจทำด้วยอะไร รู้จักแต่จะหากิน ใช้ชีวิตของคนยากคนจนสร้างภาพ เพียงเพื่อผลทางการเมือง แต่ไม่เคยใส่ใจกับชีวิตและความทุกข์ของคนเหล่านี้อย่างจริงจัง ใช้เศษเงินสร้างผลงาน แต่กลบเกลื่อนปัญหาเชิงโครงสร้าง ช่างไร้ยางอายจริงๆ
ขอให้ไทยนิยมของพวกเอ็งจงลงนรกไปเหอะ!
ข้อมูลโดยเพจ - Pinkaew Laungaramsri
แสดงความคิดเห็น