
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก พร้อมคณะสอบสวน เข้าพบกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม เพื่อชี้แจงและยืนยันจะให้ความเป็นธรรม กรณีตำรวจชุดสืบจังหวัด 3 นาย ทำร้ายร่างกายนักศึกษาจนได้รับบาดเจ็บเมื่อค่ำวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมขอความร่วมมือนักศึกษาไม่ให้เดินทางไปกดดันเจ้าหน้าที่ที่โรงพัก หวั่นปัญหาบานปลาย สั่งเด้ง 3 ตร. พร้อมเอ่ยปากขอโทษ ด้าน 5 นศ.ผวาหลังถูกซ้อม เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ญาติระบุมีคนติดต่อขอเคลียร์คดี
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารทีปวิชญ์ สำนักอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก พร้อมชุดสืบสวน ได้เดินทางไปพบกับ ดร.สาคร สร้อยสังวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจกับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย หลังจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน 3 นาย ได้ทำร้ายร่างกายนักศึกษา ชั้นปีที่ 3 จำนวน 5 ราย จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อคืนวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา พร้อมกับมีการใช้อาวุธปืนยิงรถนักศึกษา

ทำให้เมื่อวานที่ผ่านมา ได้มีนักศึกษาไปร้องเรียนกับตำรวจภูธรภาค 6 และวันนี้หวั่นเกรงนักศึกษาจะเดินทางไปกดดันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โรงพักจำนวนมาก จนอาจเกิดปัญหามวลชนได้ ทำให้ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ต้องเดินทางมาทำความเข้าใจ
พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวนี้ ตนขอยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งการดำเนินคดีทางด้านการจราจร เนื่องจากวันที่เกิดเหตุ น้องนักศึกษาราชภัฏได้ขับรถเฉี่ยวชนรถของตำรวจชุดสืบที่ลงมือก่อเหตุก่อน ขณะทางด้านอาญานั้นจะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำผิด
ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยเบื้องต้นสั่งย้ายตำรวจ 3 นาย ประกอบด้วย ร.ต.อ.วุฒิภัทร บัวอุไร ร.ต.ท.ธนาคาร ชัยพิพัฒน์ และ ส.ต.อ.สุบิณ นุชขำ ไปประจำตำรวจภูธรภาค 6 ก่อน เพื่อความสบายใจของน้องนักศึกษา พร้อมทั้งตั้งชุดสอบวินัย และดำเนินคดีอาญาควบคู่กันไป

โดย พ.ต.อ.พิเศรษฐพงศ์ ธนาบูรณศักดิ์ รองผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เป็นหัวหน้าชุดสอบสวน และจะมีคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก เข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวน เป็นพยาน ในครั้งนี้ ใครผิดก็ดำเนินการไปตามความจริง อย่างไรก็ตามต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
พล.ต.ต.อดิศักดิ์ เผยต่อว่า ขณะนี้การดำเนินคดีมีอยู่ 2 ส่วน คดีแรกเป็นคดีจราจร ส.ต.อ.สุบิณ นุชขำ ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จ.พิษณุโลก แจ้งความคดีจราจรเลขที่ 30/2559 รถของนศ.เฉี่ยวชนรถของตำรวจแล้วหลบหนี ซึ่งยังไม่ได้สอบปากคำพยาน เนื่องจากนักศึกษาได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกาย และ คดีอาญาที่ 474/2559 นศ. 5 คน แจ้งความถูกตำรวจชุดสืบสวนทำร้ายร่างกาย
ในชั้นต้นยังไม่ได้สอบสวน อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนผู้เสียหายในวันนี้ ส่วนผลการสอบสวนจะเป็นอย่างไร อยู่ที่การสอบสวนและพยานหลักฐาน ขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับคดี กรณีที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงขู่ ยิงใส่รถ และทำร้ายร่างกาย รอผลการสอบสวนก่อน จึงจะตั้งข้อกล่าวหา และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยตำรวจทั้ง 3 นาย ควบคู่กันไปด้วย
ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เผยด้วยว่า นับแต่ตนมารับตำแหน่งได้ 5 เดือน ได้ออกไปเยี่ยมตำรวจทุกสถานี เน้นย้ำให้ทุกโรงพัก ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสื่อสัตย์ สุจริต อยู่ในระเบียบวินัย ตำรวจในพิษณุโลกมี 2,000 กว่านาย คงไม่สามารถเป็นคนดีได้ทุกคน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ของตำรวจ ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาต้องขอโทษด้วย

โดยล่าสุด ได้มีคำสั่งให้ ตำรวจทั้ง 3 นาย ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว
ขณะที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เปิดเผยว่า วันนี้ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลกได้มาพบ และนำเสนอถึงความคืบหน้าของคดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย และขอความร่วมมือนักศึกษาในการออกมาร่วมแสดงพลังให้กำลังใจเพื่อนนักศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย และตนก็ได้ชี้แจงให้นักศึกษาได้เข้าใจแล้ว วันนี้ก็ได้เดินทางไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน มหาวิทยาลัย ได้มอบหมายให้อาจารย์พิมล เกษมเสาวภาคย์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เข้าไปเป็นพยานในการสอบปากคำและดูแลนักศึกษา ซึ่งทำงานร่วมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก
อย่างไรก็ตามในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 6 จะได้ดำเนินการตรวจสอบรถของนักศึกษาที่ถูกตำรวจยิงใส่ ก่อนที่จะลงมือทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง พร้อมกันนี้เวลา 11.00 น. วันนี้ ที่สภ.เมืองพิษณุโลก นักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 ราย ได้เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 มี.ค. ที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก นักศึกษาหนุ่มอยู่ชั้นปี 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และ นักศึกษาหญิงชั้นปี 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ทั้ง 5 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อม จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา ในวันนี้ทั้ง 5 ราย เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อเล่าเหตุการณ์และแจ้งข้อหาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย

ประกอบด้วย ส.ต.อ.สุบิณ นุชขำ ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จ.พิษณุโลก ร.ต.ท.ธนาคาร ชัยพิพัฒน์ สังกัดกลุ่มงานสืบสวน ภ.จ.พิษณุโลก และ ร.ต.อ.วุฒิภัทร บัวอุไร สังกัดกลุ่มงานสืบสวน ภ.จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหาที่ 3 ในข้อหาทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่า เนื่องจากนักศึกษาทั้ง 5 คน ต่างถูกทำร้ายร่างกาย จนต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำ เพื่อสรุปสำนวนรายงานกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก
โดยนักศึกษาหนุ่ม กล่าวว่า ทุกวันนี้เวลาเดินทางออกไปไหน ก็ยังมีความหวาดระแวง เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำแบบที่ผ่านมา โดยวันนี้ได้เดินทางมาให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เดินทางมาล่าช้าเพราะติดสอบและติดงานที่มหาวิทยาลัย ซึ่งขอยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด ที่ผ่านมาก็มีการพยายามติดต่อผ่านทางพี่สาวให้เคลียร์คดี ไม่ให้มีการเผยแพร่คลิปและเป็นข่าวอีกด้วย
ด้านนางสาวชุติมา พี่สาวของนักศึกษาที่ถูกทำร้าย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุก็ได้รับการติดต่อผ่านทางโซเชียล เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย โดยยินยอมจะชดใช้ค่าเสียหาย แต่ตนได้เพียงพูดไปแค่ จะไกล่เกลี่ยอย่างไร เพราะเท่าทีดูคลิป ถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ส่วนญาติ และผู้ปกครองของน้องนักศึกษาคนอื่น คงจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเช่นกัน
source :- http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1458814709
แสดงความคิดเห็น