วีระ ข้องใจบิ๊กโด่งกลับลำแจงหัวคิวสร้างอุทยานราชภักดิ์
วันที่ 24 มีนาคม นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ( คปต.) กล่าวว่า เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2558 พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ยืนยันว่าการก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์มีการเรียกเงินค่าหัวคิวจากเจ้าของโรงหล่อ ซึ่งพล.อ.อุดมเดชได้จัดการให้มีการคืนเงินแล้ว ดังนั้นขอถามว่าถ้าไม่เป็นความผิดไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ทำไมเซียนอุ๊จึงต้องเอาเงินกว่า 20 ล้านบาทมาคืนให้เจ้าของโรงหล่อ และหลังเกิดเหตุเซียนอุ๊ต้องหลบหนีไปต่างประเทศ หากไม่มีความผิดหนีคงไม่ต้องหลบหนี และเหตุใดเจ้าของโรงหล่อ 5 แห่ง ต้องเอานำเงินส่วนนั้นบริจาคให้มูลนิธิโครงการอุทยานราชภักดิ์
นายวีระ กล่าวว่า มูลเหตุสำคัญของเรื่องนี้เกิดจากพนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ออกมาเปิดเผยต่อส่าธารณะว่า พบหลักฐานที่น่าเชื่อว่า พล.ต.สุชาติ และพ.อ.คชาชาติ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ แต่การแถลงข่าวเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา ของ ศอตช. สรุปว่าการเรียกเงินค่าหัวคิว ไม่เป็นความผิด ไม่ใช่การทุจริต เป็นเพียงเรื่องของเอกชนไปเรียกเงินค่าช่วยแนะนำงานมาให้ นอกจากนั้นผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ( สตง.) ให้ข้อมูลสนับสนุนระบุว่า การเรียกค่าหัวคิว สามารถทำได้ เป็นการจ่ายค่าที่ปรึกษาเพื่อช่วยให้การทำงานราบรื่นไม่มีอุปสรรค จากนั้น พล.อ.อุดมเดช ก็ให้สัมภาษณ์ ว่าโครงการอุทยานราชภักดิ์ไม่มีการเรียกเงินค่าหัวคิว ที่ผ่านมาไม่มีเจตนาพูดว่า มีการเรียกค่าหัวคิว เป็นความผิดพลาดเล็กน้อยที่เข้าใจเช่นนั้น การพูดเช่นนี้ส่งผลทำให้นโยบายการปราบปรามคอร์รัปชันของรัฐบาล คสช.หมดความชอบธรรมและไม่ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือทันที
source :- http://www.matichon.co.th/news/81705

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.