ต่างชาติไม่ชอบโดนัล ทรัมป์ แต่ความเห็นของคนนอกจะกระทบการเลือกตั้งในสหรัฐฯ หรือไม่

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งที่ผ่าน ๆ มา บางครั้งความคิดเห็นของนานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศในยุโรปก็ส่งผลต่อผลการเลือกตั้ง แต่บางครั้งกลับส่งผลในทางตรงข้าม

ในการเลือกตั้งปี 2547 ยุโรปคัดค้านการทำสงครามกับอิรักของประธานาธิบดีบุช และเชื่อว่ายากที่บุชจะชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง แต่ความรู้สึกต่อต้านอเมริกันอันนั้น กลับผลักดันให้ชาวอเมริกันสนับสนุนประธานาธิบดีของตนมากขึ้น ด้วยเชื่อว่าหากยุโรปเกลียดบุชมากถึงขนาดนี้ แสดงว่าบุชต้องทำบางสิ่งที่ถูกต้องแน่
ส่วนในการเลือกตั้งปี 2551 ทั่วโลกสนับสนุนบารัค โอบามา เช่นที่เบอร์ลิน ผู้คนถึงสองแสนคน ออกมาต้อนรับเขาก่อนการเลือกตั้ง คราวนี้ ความเห็นของชาวโลกอยู่ฝั่งเดียวกับผู้ชนะ และชาวอเมริกันก็ดูจะปลาบปลื้มที่สหรัฐฯ ได้รับความนิยมไปทั่วโลกอีกครั้ง

สำหรับการเลือกตั้งในปีนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน ถูกยุโรปร่วมกันประณามเป็นเสียงเดียวอย่างรุนแรงจนควรแก่การพิจารณา เขามีผู้ชื่นชมอยู่บ้างในยุโรป ทั้งในอังกฤษ ฝรั่งเศส เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และกรีซ โดยเฉพาะจากกลุ่มคนขวาจัดที่มีความคิดเดียวกันและไม่พอใจสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตลอดจนความรู้สึกที่ว่าชนชั้นกลางและชนชั้นทำงานถูกผู้มีอำนาจทางการเมืองละเลย และความรู้สึกว่านักการเมืองไม่ซื่อสัตย์ต่อผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
แต่เสียงสนับสนุนเขาถูกกลบเสียสิ้นด้วยเสียงประณาม นิตยสารเดอสปิเกิล เรียกทรัมป์ว่าชายอันตรายที่สุดในโลก นายกรัฐมนตรีเดวิด แคเมอรอนของอังกฤษกล่าวว่า แผนของทรัมป์ที่จะห้ามมุสลิมก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นปรปักษ์และไม่ช่วยอะไรเลย หนังสือพิมพ์ลิเบราซิยงของฝรั่งเศสบรรยายถึงทรัมป์ว่าคือฝันร้ายกลายเป็นจริง แม้แต่เจ. เค. โรว์ลิ่ง นักเขียนนิยายแฮรี พอร์ทเตอร์ก็ยังทวิตข้อความว่าทรัมป์เลวร้ายกว่าโวลเดอมอรต์
ปฏิกิริยาของนานาชาติจะส่งผลต่อโอกาสที่ทรัมป์จะได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคหรือไม่ หากดูจากปี 2547 ก็คงเห็นว่าไม่ แต่ปัจจัยสำคัญจริงๆคือผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งจำนวน 6-10 เปอร์เซนต์จะเอนเอียงไปตามความเห็นของนานาชาติหรือไม่ คำตอบคืออาจจะเป็นเช่นนั้น ด้วยเหตุผลสองข้อ
ข้อแรก ทรัมป์ยังไม่ได้เป็นประธานาธิบดี ไม่เหมือนบุชเมื่อปี 2547 ทรัมป์จึงยังไม่ได้รับความเคารพนับถือที่มาพร้อมกับการเป็นผู้ครองเก้าอี้ในห้องทำงานรูปไข่พึงได้รับ และแม้ชาวอเมริกันจะยังคงรู้สึกถูกคุกคามจากพวกมุสลิมที่ใช้ความรุนแรง แต่ทหารอเมริกันก็ไม่ได้ถูกฆ่าเป็นจำนวนมากๆ เหมือนในครั้งนั้นในอิรักและอัฟกานิสถาน
นอกจากนี้ จำนวนชาวอเมริกันผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเปอร์เซ็นต์น้อยนิดที่ส่งผลต่อผลการเลือกตั้ง มีแนวโน้มนิยมทางสายกลางมากขึ้น คนกลุ่มนี้จัดตัวเองเป็นพวกอิสระ ดังนั้นพวกเขาจึงอาจมองท่าทีของนานาชาติที่มีต่อทรัมป์ และรู้สึกว่าหากเขาได้เป็นประธานาธิบดี อาจสร้างความเสียหายต่อสถานะของสหรัฐฯ บนเวทีโลกก็ได้

ในขณะนี้ยังยากจะทราบได้ว่าความคิดเห็นของนานาชาติจะส่งผลอย่างไรต่อการแข่งขัน แต่ก็เห็นได้ค่อนข้างชัดเจนว่าโลกจะไม่ตกหลุมรักชายที่พรรครีพับลิกันกำลังจะเลือกให้เป็นตัวแทนชิงชัยเข้าสู่ทำเนียบขาว อย่างทันทีทันใดแน่นอน #USelection #DonaldTrump


แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.