
พบไวรัสซิกามีชีวิตอยู่ในอสุจินานถึง 6 เดือน
ทีมแพทย์จากสถาบันโรคติดเชื้อสปาลลันซานี ในอิตาลี ตรวจพบว่า เชื้อไวรัสซิกาสามารถดำรงชีพและขยายพันธุ์อยู่ในระบบสืบพันธุ์เพศชายได้นานกว่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้ โดยจากการตรวจร่างกายชายชาวอิตาลีที่ติดเชื้อรายหนึ่งพบว่ายังคงมีเชื้อไวรัสซิกาอยู่ในน้ำอสุจิของเขา หลังจากติดเชื้อมาเมื่อ 6 เดือนก่อน
รายงานของคณะแพทย์ระบุว่า คนไข้วัย 40 ปีเศษรายนี้ติดเชื้อจากการถูกยุงกัดระหว่างเดินทางไปประเทศเฮติเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แล้วเริ่มแสดงอาการของไข้ซิกา เช่น มีไข้สูง อ่อนเพลีย และมีผื่นขึ้นที่ผิวหนัง หลังจากเดินทางกลับอิตาลี ซึ่งจากการตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิของเขาหลังจากผ่านไปแล้ว 181 วันนับแต่เริ่มมีอาการป่วยครั้งแรกก็พบว่ายังคงมีเชื้อไวรัสซิกาหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้ตรวจพบว่าเชื้ออยู่ในร่างกายของชายชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งได้นาน 93 วัน
ทีมแพทย์จากสถาบันโรคติดเชื้อสปาลลันซานี ในอิตาลี ตรวจพบว่า เชื้อไวรัสซิกาสามารถดำรงชีพและขยายพันธุ์อยู่ในระบบสืบพันธุ์เพศชายได้นานกว่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูลไว้ก่อนหน้านี้ โดยจากการตรวจร่างกายชายชาวอิตาลีที่ติดเชื้อรายหนึ่งพบว่ายังคงมีเชื้อไวรัสซิกาอยู่ในน้ำอสุจิของเขา หลังจากติดเชื้อมาเมื่อ 6 เดือนก่อน
รายงานของคณะแพทย์ระบุว่า คนไข้วัย 40 ปีเศษรายนี้ติดเชื้อจากการถูกยุงกัดระหว่างเดินทางไปประเทศเฮติเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แล้วเริ่มแสดงอาการของไข้ซิกา เช่น มีไข้สูง อ่อนเพลีย และมีผื่นขึ้นที่ผิวหนัง หลังจากเดินทางกลับอิตาลี ซึ่งจากการตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิของเขาหลังจากผ่านไปแล้ว 181 วันนับแต่เริ่มมีอาการป่วยครั้งแรกก็พบว่ายังคงมีเชื้อไวรัสซิกาหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้ตรวจพบว่าเชื้ออยู่ในร่างกายของชายชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งได้นาน 93 วัน
ด้วยเหตุนี้ คณะแพทย์จึงแนะนำให้ขยายกรอบเวลาเฝ้าระวังโรคให้นานขึ้น จากในปัจจุบันที่แนะนำให้ผู้ติดเชื้อใช้ถุงยางอนามัย หรืองดการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนหลังจากเริ่มแสดงอาการป่วย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสซิกาผ่านทางเพศสัมพันธ์
แสดงความคิดเห็น