“ยิ่งลักษณ์” ยืนยันโครงการจำนำข้าวรักษาประโยชน์ให้ผู้มีรายได้น้อย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในการเบิกความเป็นพยานจำเลยในคดีโครงการรับจำนำข้าว ยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง ย้ำโครงการนี้รักษาผลประโยชน์ให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ด้านกระทรวงการคลังตอบกระทู้ใน สนช. รายงานผลการปิดบัญชีขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าว พบว่า มีจำนวน 745,000 ล้านบาท
วันนี้ (5 ส.ค.) องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนพยานจำเลย ในคดีโครงการรับจำนำข้าวที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว จนทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท
น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้กล่าวยืนยันในการแถลงเปิดคดีว่าได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวได้คุ้มครองประโยชน์ให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย และเป็นนโยบายที่เป็นผลผูกพันที่คณะรัฐมนตรีต้องปฏิบัติ และไม่ได้เป็นโครงการแสวงหากำไร
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการไม่เปิดโอกาสให้มีการไต่สวนพยานจำเลยในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อีกด้วย
อีกด้านหนึ่ง สำนักข่าวไทยรายงานว่า นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ได้ตอบกระทู้แทนนายกรัฐมนตรีเรื่องนโยบายเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยระบุว่าผลการปิดบัญชีขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าวดังกล่าว ตามที่ได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงการคลัง พบว่า มีจำนวน 745,000 ล้านบาท ส่วนมูลค่าความเสียหายกรณีทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีนั้น พบว่า มีจำนวนกว่า 20,000 ล้านบาท ‪#‎จำนำข้าว‬


แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.