ตร.เชียงใหม่ กล่าวหาภรรยาจาตุรนต์ ฉายแสง พัวพันผู้ต้องหาคดีจดหมายวิจารณ์ร่าง รธน.
สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่าวานนี้ (5 ส.ค.) พ.ต.อ.อรรคเดช เตจ๊ะราษฎร์ ผกก.(กลุ่มงานสอบสวน) บก.ภ.จว.เชียงใหม่ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ให้ดำเนินคดีนางจิราภรณ์ ฉายแสง ภรรยาของนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยระบุว่านางจิราภรณ์ให้ที่พำนักแก่ผู้ต้องหาคดีจดหมายวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่ภาคเหนือ ด้านนายจาตุรนต์แถลงโต้ว่าภรรยาใม่เกี่ยวข้อง รอการแจ้งข้อหาและพร้อมมอบตัวสู้คดี และจะฟ้องกลับผู้ที่ใส่ร้าย

กรณีออกหมายจับบุคลล 12 คนที่เกี่ยวข้องกับจดหมายวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปางและลำพูน ขณะนี้ ได้ควบคุมตัวบุคคลไว้แล้ว 11 คน โดยยังมีผู้ต้องหาไม่มามอบตัว คือ นายวิศรุต คุณะนิติสาร บุคคลทั้งหมดถูกตั้งข้อหา 4 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติประชามติ มาตรา 61 วรรค 2 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ซึ่งเป็นความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนเกิดความกระด้างกระเดื่อง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 ความผิดฐานมีการกระทำเป็นอั้งยี่ และมาตรา 210 คือความผิดฐานเป็นซ่องโจร

ต่อมา จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจปรากฏหลักฐานว่า นางจิราภรณ์มีส่วนร่วมในการช่วยซ่อนเร้นนายวิศรุต โดยพาไปฝากเจ้าอาวาสวัดสระเกศวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. บช.ภ.5 จึงมีหนังสือคำสั่งที่ 0020.25/9245 ลงวันที่ 3 สิงหาคม มอบหมายให้พนักงานสอบสวนเข้าแจ้งความดังกล่าว ทั้งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่มีการออกหมายจับกุมผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด คดีสืบเนื่องจากการจับกุมผู้ต้องหาที่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติ ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหา เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน ส่วนกรณีที่เกี่ยวข้องกับทางวัดนั้น สั่งการให้ทาง บก.น.6 เร่งดำเนินการตรวจสอบพิสูจน์กรณีดังกล่าวเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงชัดเจนต่อไป
ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง ได้แถลงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวช่วงสายว่า เพิ่งทราบเรื่องนี้จากข่าวหนังสือพิมพ์เท่านั้น และภรรยาฝากแจ้งให้ทราบทั่วกันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการซ่อนตัวของนายวิศรุตแต่อย่างใด กำลังรอฟังว่าจะมีการตั้งข้อหาใดหรือไม่ และจะมีหมายเรียกหรือหมายจับเมื่อใด หากมีหมายเรียกก็พร้อมที่จะไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและสู้คดีเพื่อยืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธ์ทุกเมื่อ และจะเตรียมฟ้องกลับผู้ที่ใส่ร้าย ให้การเท็จหรือกระทำใดๆ ให้เสียหายด้วย

“ผมอยากให้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดเดียวว่าคดีใหญ่โตที่เชียงใหม่นั้น ตามที่ทางตำรวจชี้แจงเป็นแผนผัง ได้ความว่าผู้ต้องหาส่วนใหญ่คือผู้ที่ซื้อซอง ซื้อสแตมป์ ซื้อซองจดหมาย หรือปิดซอง ที่ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงโทษรวมกันประมาณ 20 ปีครับ เอกสารแผ่นเดียวที่เป็นต้นเหตุนั้น ไม่ถูกเปิดเผยเป็นทางการ แต่ที่สื่อมวลชนนำมาลงข่าวเป็นเพียงข้อห่วงใยต่อร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น พ้นวันที่ 7 สิงหาคม ก็จะได้เห็นกันว่ามีใจความอย่างไร” นายจาตุรนต์ระบุ

(ภาพประกอบ: ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับจดหมายวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน ถูกนำตัวจากเรือนจำชั่วคราวมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) มายังกองบังคับการปรามปราม เพื่อรับฟังข้อหา เมื่อวันที่ 2 ส.ค.)


แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.