นักธรณีวิทยาพบหลักฐาน ตำนานน้ำท่วมใหญ่สมัยราชวงศ์แรกของจีนเป็นเรื่องจริง
คณะนักธรณีวิทยานานาชาติซึ่งนำโดยชาวจีน ตีพิมพ์ผลการค้นพบล่าสุดลงในวารสาร Science โดยระบุว่าพบหลักฐานชั้นดินตะกอนที่หลงเหลือมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่สมัยราชวงศ์เซี่ย ซึ่งเป็นราชวงศ์แรกของจีนเมื่อราว 2,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยเคยเชื่อกันว่าเรื่องนี้เป็นเพียงตำนานปรัมปราเท่านั้น
นักธรณีวิทยาพบหลักฐานเป็น “ทรายสีดำ” ซึ่งก็คือดินตะกอนที่หลงเหลือจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ในแม่น้ำเหลืองเมื่อหลายพันปีก่อน ซึ่งตะกอนดังกล่าวแผ่ไปไกลถึง 25 กิโลเมตร จากหน้าผาจีฉีในมณฑลชิงไห่ของจีน ถึงเมืองโบราณล่าเจียที่อยู่ปลายน้ำ
จากการตรวจสอบอายุด้วยคาร์บอน พบว่าดินตะกอนดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 1,922 ปีก่อนคริสตกาล ชี้ถึงการเกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ หลังกองดินถล่มที่ปิดกั้นทางน้ำของแม่น้ำเหลืองที่หน้าผาจีฉีมาหลายเดือน เกิดพังทลายลง ทำให้มีน้ำท่วมทะลักออกมาถึง 16 คิวบิกกิโลเมตร ถือเป็นน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดของโลกครั้งหนึ่ง ในรอบ 10,000 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ คาดว่าสาเหตุที่ทำให้ทางเดินแม่น้ำเหลืองถูกปิดกั้น น่าจะมาจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งเดียวกับที่พังถล่มฝังเมืองโบราณล่าเจีย ซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีน โดยชาวล่าเจียอาศัยอยู่ในถ้ำ และเชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดเส้นก๋วยเตี๋ยวแห่งแรกของโลก
บันทึกประวัติศาสตร์ของจีนระบุว่า เซี่ยหวี่ หรือจักรพรรดิยู้ ซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์เซี่ยซึ่งเป็นราชวงศ์แรกที่ปกครองจีน ได้ช่วยบรรเทาอุทกภัยครั้งใหญ่ด้วยการขุดลอกและเปลี่ยนเส้นทางน้ำ ซึ่งเดิมเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเพียงตำนานปรัมปราเท่านั้น แต่ภายหลังได้ขุดค้นพบหลักฐานจำนวนมากที่ยืนยันการมีอยู่ของราชวงศ์นี้ โดยชี้ว่ายุคราชวงศ์เซี่ยคือการเปลี่ยนผ่านวิถีการดำรงชีวิตจากยุคหินเข้าสู่ยุคสำริด


แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.