
นปช.แถลงโต้กรณีถูกเชื่อมโยงเหตุระเบิดและวางเพลิงในภาคใต้ จตุพรชี้ซ้ำรอยเหตุระเบิดพระพรหม
แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ จัดแถลงข่าววันนี้ (14 ส.ค.) เพื่อชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวพาดพิงและควบคุมตัวกลุ่มคนเสื้อแดง สืบเนื่องจากกรณีการวางระเบิดและวางเพลิงหลายจุดในพื้นที่ 7 จังหวัดในภาคใต้ช่วงวันที่ 11-12 ส.ค.ที่ผ่านมา
เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า นปช.ไม่เห็นด้วยและประณามการกระทำความรุนแรงที่ทำให้มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ถือเป็นการจงใจสร้างความวุ่นวาย มีผลให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้เป็นเหตุในการอยู่ในอำนาจต่อไป นปช.ขอประณามฝ่ายรัฐและฝ่ายการเมืองที่ฉวยโอกาสใช้สถานการณ์นี้กล่าวใส่ร้ายผู้มีความเห็นต่าง หรือฝ่ายไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญว่าเป็นผู้กระทำความรุนแรง ทั้งที่ปราศจากหลักฐานและข้อเท็จจริง ทั้งยังจับกุมคุมขังประชาชนฝ่ายหนึ่งแบบเหวี่ยงแหโดยใช้อำนาจพิเศษ ไม่เปิดโอกาสให้พิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรม สร้างความหวาดระแวงและขัดแย้งในสังคม นปช.จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการสืบสวนสอบสวนด้วยความโปร่งใส ไม่ตั้งธงล่วงหน้า และรายงานความคืบหน้าต่อประชาชนอย่างตรงไปตรงมา
แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ จัดแถลงข่าววันนี้ (14 ส.ค.) เพื่อชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวพาดพิงและควบคุมตัวกลุ่มคนเสื้อแดง สืบเนื่องจากกรณีการวางระเบิดและวางเพลิงหลายจุดในพื้นที่ 7 จังหวัดในภาคใต้ช่วงวันที่ 11-12 ส.ค.ที่ผ่านมา
เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า นปช.ไม่เห็นด้วยและประณามการกระทำความรุนแรงที่ทำให้มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ถือเป็นการจงใจสร้างความวุ่นวาย มีผลให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้เป็นเหตุในการอยู่ในอำนาจต่อไป นปช.ขอประณามฝ่ายรัฐและฝ่ายการเมืองที่ฉวยโอกาสใช้สถานการณ์นี้กล่าวใส่ร้ายผู้มีความเห็นต่าง หรือฝ่ายไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญว่าเป็นผู้กระทำความรุนแรง ทั้งที่ปราศจากหลักฐานและข้อเท็จจริง ทั้งยังจับกุมคุมขังประชาชนฝ่ายหนึ่งแบบเหวี่ยงแหโดยใช้อำนาจพิเศษ ไม่เปิดโอกาสให้พิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรม สร้างความหวาดระแวงและขัดแย้งในสังคม นปช.จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการสืบสวนสอบสวนด้วยความโปร่งใส ไม่ตั้งธงล่วงหน้า และรายงานความคืบหน้าต่อประชาชนอย่างตรงไปตรงมา
ด้านนายจตุพร พรหมพันธ์ อ้างถึงคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังเกิดเหตุระเบิดในช่วงแรก ซึ่งระบุว่าอย่าไปกดดันเจ้าหน้าที่ และอย่าโทษกันไปมา แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ กลับไล่จับคนแบบเหวี่ยงแห ทั้งที่ตรัง นครศรีธรรมราช อ่างทอง มหาสารคาม และสกลนคร ซึ่งเจาะจงไปยังกลุ่มพี่น้องคนเสื้อแดง
นายจตุพรกล่าวว่าที่ผ่านมาคนเสื้อแดงถูกโจมตีด้วยวาทกรรม เผาบ้าน เผาเมือง สืบเนื่องจากเหตุเพลิงไหม้ห้างเซ็นทรัลด์เวิลด์เมื่อปี 2553 แต่เมื่อคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องทุกกรณี ผู้ต้องหาที่เป็นคนเสื้อแดงได้รับการปล่อยตัวหลังติดคุกฟรีสามปี แต่กลับไม่มีคำขอโทษจากผู้ใด และหลังเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ บริเวณศาลพระพรหม เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ปีที่แล้ว โฆษกรัฐบาลระบุทันทีว่าเป็นฝีมือกลุ่มอำนาจเก่า และมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนเสื้อแดง แต่ภายหลังต้องปล่อยตัว เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงเกรงว่าจะเกิดเรื่องแบบเดียวกันนี้กับผู้ต้องสงสัยคดีวางเพลิงที่ถูกคุมตัวใน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งหากเกิดเรื่องเช่นนี้อีก ตนจะไม่ทนต่อไป
ส่วนนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เผยว่าบุคคลหลายกลุ่มอาจไม่ชอบและไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของพวกตนที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป แต่ตนและครอบครัวเป็นคนใต้ ไม่มีเหตุผลที่จะก่อเหตุให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตาย เมื่อเห็นว่าแพ้ในการลงประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา นปช.ประกาศเคารพผลประชามติทันที เพราะสถานีต่อไปของ นปช.คือ สนามเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องสู้ตามหลักประชาธิปไตยที่เคยเชื่อมั่น และไม่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นสนามรบระหว่างคนไทยด้วยกัน
นายจตุพรกล่าวว่าที่ผ่านมาคนเสื้อแดงถูกโจมตีด้วยวาทกรรม เผาบ้าน เผาเมือง สืบเนื่องจากเหตุเพลิงไหม้ห้างเซ็นทรัลด์เวิลด์เมื่อปี 2553 แต่เมื่อคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องทุกกรณี ผู้ต้องหาที่เป็นคนเสื้อแดงได้รับการปล่อยตัวหลังติดคุกฟรีสามปี แต่กลับไม่มีคำขอโทษจากผู้ใด และหลังเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ บริเวณศาลพระพรหม เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ปีที่แล้ว โฆษกรัฐบาลระบุทันทีว่าเป็นฝีมือกลุ่มอำนาจเก่า และมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนเสื้อแดง แต่ภายหลังต้องปล่อยตัว เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงเกรงว่าจะเกิดเรื่องแบบเดียวกันนี้กับผู้ต้องสงสัยคดีวางเพลิงที่ถูกคุมตัวใน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งหากเกิดเรื่องเช่นนี้อีก ตนจะไม่ทนต่อไป
ส่วนนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เผยว่าบุคคลหลายกลุ่มอาจไม่ชอบและไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของพวกตนที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป แต่ตนและครอบครัวเป็นคนใต้ ไม่มีเหตุผลที่จะก่อเหตุให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตาย เมื่อเห็นว่าแพ้ในการลงประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา นปช.ประกาศเคารพผลประชามติทันที เพราะสถานีต่อไปของ นปช.คือ สนามเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องสู้ตามหลักประชาธิปไตยที่เคยเชื่อมั่น และไม่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นสนามรบระหว่างคนไทยด้วยกัน
แสดงความคิดเห็น