นักวิเคราะห์หุ้นมักถามว่า "เศรษฐกิจไทยถึงจุดต่ำสุดหรือยังๆๆ" ถ้าถึงจุดต่ำสุดจะได้เฮ เพราะแปลว่ากำลังจะเงยหัว
เศรษฐกิจไทยถึงจุดต่ำสุดหรือยัง ก็ไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ ประชาธิปไตยไทยถึงจุดต่ำสุดแล้ว นับแต่นี้มีแต่จะเงยหัว
หลังประชามติผ่าน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ "ความมั่นคง" ของระบอบทหาร-นายกฯ คนนอก ซึ่งมีผล 2 ด้าน ด้านหนึ่งคนจะฝากความคาดหวัง+ความกดดัน ต้องแบกความรับผิดชอบ อีกด้านหนึ่งก็จ้องจับ จับตา อ้าว เป็นที่แน่นอนแล้วว่า นักการเมือง ไม่ว่าระบอบทักกี้ระบอบอภิสิทธิ์ ตายสนิท ไม่ได้เป็นรัฐบาล มีแต่พวกทั่นนั่นแหละจะครองอำนาจยาว พูดอีกอย่างคือสังคมจะ "เปลี่ยนเป้า" ต่อให้ปลุกผีทักษิณแค่ไหน อำนาจก็เปลี่ยนไปแล้วอย่างมั่นคงยาวนาน 6-7 ปี นับจากนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อไทย เสื้อแดง พลังประชาธิปไตย แต่ภาคประชาสังคม NGO ไปจนพรรคแมลงสาบ ก็จะ "เปลี่ยนเป้า" ไปที่อำนาจทหาร และหันมาใช้คำว่า "ประชาธิปไตย" เพื่อคัดง้างอำนาจด้วยเหมือนกัน
ต้องเข้าใจสัจธรรมนะครับ ใครมีอำนาจมาก แถมทำท่าจะอยู่ได้ยาว คนนั้นก็เป็นเป้า เหมือนทักกี้ชนะ 19 ล้านเสียง ทำท่าจะอยู่อีก 20 ปี เป็นไงล่ะ
ในอีกมุมหนึ่ง นับแต่นี้ ระบอบตามรัฐธรรมนูญมีชัยก็จะเริ่มคายพิษ โถๆๆ แค่คำถามพ่วงก็ทะเลาะกันให้วุ่น เห็นชัดว่ามั่วกันแค่ไหน ระบอบมีชัยน่ะมันวางกับดักไว้ไม่ให้รัฐบาลเลือกตั้งมีอำนาจ แต่ระบอบคนนอกดันแหย่เท้าเข้ามา คอยดูมันจะไม่เวิร์ค สมมติประยุทธ์เป็นนายกฯ คนนอก ต้องมี ส.ส.เกิน 250 คน ต้องมีพรรคการเมืองหนุน ต้องมีโควต้ารัฐมนตรี ต้องจัดสรรเก้าอี้แบ่งเค้กให้นักการเมือง (ห้อยๆ) ต้องโดนกระทู้ถาม โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดนยื่นองค์กรอิสระตรวจสอบ เผื่อขัดขากันเอง คุมไม่ได้ก็ยุ่ง นอกสภา นอกทำเนียบ ก็จะเจอการเมืองมวลชนในรูปแบบหลากหลาย โดยไม่มี ม.44 ให้ใช้อีกแล้ว ถามจริง ประยุทธ์จะเปลี่ยนผ่านจากนายกฯ ม.44 ไปเป็นนายกฯ คนนอกในระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบได้จริงหรือครับ แล้วถ้าประยุทธ์ไม่เป็น จะเหลือใครเป็นได้
แล้วไม่ใช่ต้องรอถึงตอนนั้น เอาแค่ รธน.ประกาศใช้ ร่างกฎหมายลูก ปฏิรูปนั่นปฏิรูปนี่ มีคนสอพลอตั้งพรรคการเมืองให้ มีคนกระสันอยากเป็น ส.ว. ฯลฯ คนที่รับร่างก็จะเริ่มเห็นแล้วละว่ามันไม่เป็นอย่างที่คิด เลือกตั้งจะตามกำหนดไหม ถ้ายืดไปจากปี 60 จะมีข้ออ้างอะไร (เตรียมถากถางพวกรับร่างได้เลย เป็นไงล่ะ เป็นอย่างที่คิดไหม)
มันเหิมเกริมได้ช่วงแรกๆ นี่แหละ หลังจากนี้ เส้นกราฟจะสวนทาง

แสดงความคิดเห็น