เมื่อวันที่ 25 เมษายน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า เวลานี้ที่เกิดความคลางแคลงใจของสังคมขึ้น ซึ่งการจัดซื้อยุทโธปกรณ์แบบนี้ คุณลักษณะแบบนี้ ปฏิบัติบนผิวน้ำและใต้น้ำได้ เราปฏิเสธไม่ได้ แต่การประเมินภัยความมั่นคงที่ต้องประเมิน 5 ปี ซึ่งมีน้ำหนักว่าไทยจะเผชิญภัยคุกคามจากการก่อการร้าย แต่ยุทโธปกรณ์ในลักษณะแบบนี้ จะใช้ไปในการยุทธการขนาดใหญ่ ในลักษณะใช้ในสถานการณ์การเผชิญหน้าของเกาหลีเหนือ ขณะที่พื้นที่ภูมิศาสตร์ที่ไทยไม่ได้เกี่ยวข้อง ทำให้มีขีดจำกัดต้องมาพิจารณาว่า สอดคล้องภาวะเศรษฐกิจหรือไม่ ถ้าประเทศมีเงิน สามารถเสริมคุณลักษณะนั้นได้เต็มได้ ถ้าประเทศยังไม่มี ควรเอามาดูว่า เรื่องเร่งด่วนว่าควรเอาอะไรก่อน

พล.ท.ภราดร กล่าวว่า จึงเป็นข้อที่สังคมมองภัยที่เกิดกับความจำเป็นตรงนี้ มีความจำเป็นหรือยัง มีข้อสงสัยที่ย้อนกลับไปรัฐบาลเก่าๆความประสงค์ซื้อเรือดำน้ำยังคงมีอยู่ แต่เงื่อนไขตัวเลขสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กองทัพเรือประสงค์จะมีขอเป็นของประเทศเยอรมัน เก่าหน่อยได้ไม่เป็นไร ซึ่งมูลค่า 6-7 พันล้านบาท แต่มาตอนนี้มูลค่าสูงขึ้น และสิ่งสำคัญสุดมาสะท้อนว่าภาวะเศรษฐกิจของบ้านเมืองเวลานี้ ที่ข้าวยากหมากแพงและเราต้องมาซื้อเรือดำน้ำกับความคุ้มค่า สอดคล้องกับสถานการณ์หรือไม่ ที่เรามีความจำเป็นเร่งด่วนกับการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์นี้ กับการที่เราต้องเกื้อกูลเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชน ที่ต้องผูกพันงบฯต่อไปเรื่อยๆ มีค่าบำรุงรักษา เรื่องกำลังพล ตรงนี้จึงเป็นแง่มุมที่ต้องมอง ทำพี่น้องประชาชนคลางแคลงใจ

อดีตเลขาฯ สมช.กล่าวว่า ทั้งนี้ กระบวนการที่มีข่าวสารที่มีมาแต่ต้นและสังคมรับรู้มาพอสมควรแล้ว ฉะนั้นกระบวนการที่จะไปเข้าครม.สามารถดำเนินการตามกระบวนการปกติก็ได้ เพราะจริงๆแล้วกระบวนการสังคมรับทราบแล้ว แต่มารับทราบในปฏิกิริยาที่ไม่ค่อยเป็นเชิงบวกกับรัฐบาล จึงทำให้การเข้าครม.ถึงต้องมีการปิดลับและเปิดเผยที่หลัง และการตอบชี้แจงต่อสาธารณะยังมีข้อสงสัย การได้เรือมายังอีกยาวนาน งบประมาณ 13,000 ล้านบาทต้องตั้งไว้ และต้องจัดสรรเป็นงวดๆ คุณลักษณะและยุทโธปกรณ์ที่ครบซึ่งเป็นคำพูด แต่สิ่งที่จะพิสูจน์ทราบคุณลักษณะจริงๆจะเป็นอย่างนี้หรือไม่ เพราะจริงๆแล้ว ยังไม่มีการสร้างใช้ขึ้นมาขายในทั่วโลก จีนกำลังจะผลิตและให้ไทยใช้ ซึ่งจีนเป็นผู้ผลิตเองถ้ามีข้อจำกัด หรือข้อขัดข้อง ปฏิเสธไม่ได้เขาสามารถมียุทโธปกรณ์อื่นๆมาชดเชย แต่ถ้าเกิดผลิตมาแล้วคุณสมบัติไม่เป็นตามที่คาดหวัง ประเทศไทยจะมีปัญหาว่า ไม่สามารถมีอย่างอื่นมาชดเชย ดังนั้น ตรงนี้ต้องคิดให้มาก ในระยะๆสั้น กองทัพได้มีการจัดซื้อรถถัง รถล้อยางและมาเรือดำน้ำ

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.