
สังคมไทยแม่-บ้ายาแรง ออกกฎหมายจ้องเอาผิด เอาโทษแรง ความผิดกว้าง แล้วคิดว่าจะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง แต่ลืมคิดไปว่าปฏิบัติไม่ได้ ปฏิบัติยาก สุดท้ายก็เลือกปฏิบัติ
นี่ตั้งแต่กฎจราจรไปถึงการเมือง ปราบเด็กแว้น ไปถึงปราบโกง กฎหมายแรงยิ่งเปิดช่องให้ใช้อำนาจใช้ดุลพินิจ กฎหมายจุกจิกเอาเข้าจริงไม่ได้ใช้ จะขุดมาใช้เวลาจ้องเล่นใคร
ยกตัวอย่างจะออกกฎหมาย ปปช.บังคับผัวเมียนอกสมรสต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน อย่างไรคือนอกสมรส (ผมเป็นคนโสด จะยุ่งกับใครก็ได้) มันเปิดช่องให้ใช้การตีความ ขัดหลักกฎหมายที่ต้องมีความชัดเจนแน่นอน พอพื้นที่ตีความกว้าง อยากปล่อยใครก็ได้ อยากเอาผิดใครก็ได้ เกิดสองมาตรฐาน หลายมาตรฐาน
แต่คนไทยก็จะคิดว่ามันแก้ปัญหาได้ คนออกกฎหมายก็จะได้รับการยกย่องเป็นคนดี ไม่คิดเลยว่ามันสร้างภาระ และทำให้เกิดความไม่ยุติธรรม
เช่นการออกใบแดงเพียงเพราะ "เชื่อได้ว่าทุจริต" แต่ไม่ได้พิสูจน์ทุจริต ตัดสิทธิ แล้วก็ค่อยทำให้คนคล้อยตามว่าเป็นความยุติธรรม ไปจนกระทั่งยุบพรรคได้ ย้อนสู่กฎหมายโบราณ ผิดคนเดียวตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร การลงโทษที่เกินสมควรแก่เหตุ และจริงๆ ก็เลือกปฏิบัติทางการเมือง
การมีกฎหมายจ้องจับผิดคนมากเกินไป ก็เหมือนระเบียบราชการ เคร่งครัดจุกจิกเต็มไปหมด จนทำอะไรก็ผิด ไม่อยากมีความผิด ก็อย่าทำ
ขณะที่กลไกความยุติธรรมก็ยังไม่สามารถปฏิบัติอย่างเสมอหน้า แต่มีกฎหมายจับผิดเต็มไปหมด แค่เดินถนนไม่ข้ามทางม้าลาย ทิ้งขยะ ขับปาดเส้นทึบ ขี่แมงไซค์ไม่ใส่หมวกกันน็อค ขี่ในช่องทางด่วน ฯลฯ ตำรวจไม่มีกำลังไม่มีเวลามาจับ พอจับใครก็กลายเป็นเลือกปฏิบัติ (อ้าว ใครๆ ก็ทำกัน)
การมีกฎหมายมากๆ แต่บังคับใช้จริงไม่ได้ มันทำลายกฎหมาย ทำลายความยุติธรรม พอออกกฎหมายที่มันเว่อร์มันแรงเกิน ก็ยิ่งซ้ำเติมไปใหญ่
เหมือนตรวจจับความเร็ว จับรถหรูๆ แพงๆ ขับปาดซ้ายป่ายขวา ยังไม่ได้ จะมาไล่จับชาวบ้านนั่งหลังรถกระบะ
เหมือนนาฬิกายังตรวจสอบไม่ได้ จะไปไล่ตรวจเมียนอกสมรส จะไปดักฟังชาวบ้าน
แสดงความคิดเห็น