โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อัล ซาอุด (ที่มา:kremlin.ru)

Posted: 26 Oct 2018 04:27 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com)
Submitted on Fri, 2018-10-26 18:27


เจ้าฟ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน รัชทายาทของซาอุดิอาระเบียกกล่าวถึงกรณีการฆาตกรรม จามาล คาชอกกี เป็นครั้งแรกในงานประชุมด้านธุรกิจ โดยประณามผู้ก่อเหตุและบอกว่าเป็นเรื่องไม่ชอบธรรม แต่ชาติตะวันตกและนักธุรกิจหลายคนก็ยังคงมีข้อกังขาเพราะทางการตุรกีระบุว่าผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระดับสูงของซาอุฯ

25 ต.ค. 2561 เจ้าฟ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน รัชทายาทของซาอุดิอาระเบียกล่าวถึงกรณีของจามาล คาชอกกี ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกหลังจากที่เงียบมาเป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดยพระองค์กล่าวว่าการฆาตกรรมจามาล คาชอกกี ผู้เป็นนักข่าววอชิงตันโพสต์ในรั้วสถานกงสุลซาอุฯ นั้นถือเป็น "อาชญากรรมโหดร้ายที่ไม่ควรจะได้รับความชอบธรรม"

ซัลมานกล่าวถึงกรณีนี้ในงานประชุมปฏิบัติการเรื่องการลงทุนแห่งอนาคตที่กรุงริยาร์ด ประเทศซาอุฯ เขาบอกอีกว่าผู้ที่กระทำผิดทั้งหมดควรถูกนำมาลงโทษและ "ความยุติธรรมจะได้รับชัยชนะ"

อย่างไรก็ตามกรณีการหายตัวไปของนักข่าววอชิงตันโพสต์เชื้อสายซาอุฯ ที่กลายเป็นผู้ลี้ภัยในสหรัฐฯ หลังจากซัลมานขึ้นมามีอำนาจนั้น มีการตั้งปมว่ารัฐบาลซาอุฯ เองอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงก่อนหน้านี้ประเทศตะวันตกต่างพากันประณามซาอุฯ ในเรื่องที่พวกเขาอ้างว่าคาชอกกีเสียชีวิตจากการชกต่อย ทั้งนี้เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังกล่าวให้สัมภาษณ์ต่อสื่อวอลล์สตรีทเจอนัลว่า ซัลมาน อจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของคาชอกกี

คาชอกกีหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมาหลังจากที่เขาเดินทางไปที่สถานกงสุลซาอุฯ ในตุรกี ในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ทางการตุรกีเปิดเผยหลักฐานที่มีความเป็นไปได้ว่าคาชอกกีอาจจะถูกทารุณกรรมและสังหารภายในสถานกงสุลซึ่งเป็นความรับผิดชอบของทางการซาอุฯ โดยที่ทางการตุรกีเปิดเผยรายชื่อผู้ที่มีส่วนในการสังหารคาชอกกีเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวของซัลมาน

อย่างไรก็ตามซัลมานออกมาแสดงท่าทีล่าสุดโดยการประกาศว่าจะมีการปรับโครงสร้างหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติของซาอุฯ และจะทำงานร่วมกับตุรกีในการ "เข้าถึงผลลัพธ์" ของคดีนี้ ซัลมานกล่าวอีกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "เป็นเรื่องที่สร้างความเจ็บปวดอย่างมากสำหรับชาวซาอุฯ ทุกคน" และ "พวกเขาจะไม่สามารถแบ่งแยกพวกเราได้ตราบใดที่ยังคงมีพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลลาซิซ และมกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน กับประธานาธิบดีตุรกีที่มีชื่อว่า เออร์โดกัน (เรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน)"

กระนั้นในช่วงสัปดาห์นี้ประเทศตะวันตกและประเทศตุรกีก็ยังคงกังขาต่อทางการซาอุฯ โดยเมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา เรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกีกล่าวประณาม "คนระดับสูง" ของซาอุฯ ว่าสั่งฆ่าคาชอกกี สื่อเดอะการ์เดียนตั้งข้อสังเกตว่าการกล่าวเปิดงานครั้งล่าสุดของซัลมานได้รับเสียงสนับสนุนนิยมชมชอบน้อยกว่าพิธีเข้ารับตำแหน่งรัชทายาทเมื่อปี 2560 โดยกรณีคาชอกกีทำให้ผู้นำธุรกิจต่างชาติจำนวนมากพากันบอยคอตต์งานประชุม

มีผู้เข้าร่วมงานประชุมบางส่วนที่แสดงออกถึงความรังเกียจต่อฝ่ายซาอุฯ อย่างเปิดเผย มีรายหนึ่งพูดถึงคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นว่าคนพวกนี้ "ทำให้พวกเรากลับไปอยู่ยุคหิน" นอกจากนี้ยังมีนักธุรกิจชาวซาอุฯ ที่แสดงความคิดเห็นว่าความพยายามปกป้องพรรคพวกตนเองของซัลมานจะไม่เป็นผล เพราะประเทศอื่นคงไม่เชื่อ "นิยาย" ของพวกเขา

เรียบเรียงจาก
Mohammed bin Salman calls Khashoggi murder a 'heinous crime', The Guardian, Oct. 25, 2018

Khashoggi death: Saudi prince may have been involved, Trump says, The Guardian, Oct 24, 2018

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.