
จักรพรรดิญี่ปุ่นมีพระราชดำรัสเป็นนัยถึงการสละราชสมบัติ
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น มีพระราชดำรัสเป็นนัยถึงการสละราชสมบัติ โดยตรัสถึงประเทศญี่ปุ่นที่เป็นสังคมผู้สูงวัย ขณะที่พระองค์เองทรงมีพระพลานามัยไม่แข็งแรง ทั้งยังทรงมีพระชนมายุเพิ่มขึ้น และทรงเห็นว่าไม่เป็นการสมควรที่ผู้ทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจะต้องตัดลดการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเรื่อยไปเนื่องด้วยเหตุผลทางพระพลานามัย ซึ่งทางออกหนึ่งในกรณีนี้ อาจมีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการขึ้นมาก็ได้
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะมีพระราชดำรัสแก่พสกนิกรอย่างเป็นทางการ วันนี้ (8 ส.ค.) โดยพระราชดำรัสมีความยาว 10 นาที และได้รับการบันทึกล่วงหน้าก่อนจะถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศญี่ปุ่นในช่วงบ่าย ถือเป็นการปรากฏพระองค์ผ่านสื่อโทรทัศน์ครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา
ด้านนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงว่ารัฐบาลจะพิจารณาหารืออย่างจริงจังเพื่อสนองต่อพระราชดำรัสในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ
แม้สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะจะมิได้มีพระราชดำรัสโดยใช้คำว่า "สละราชสมบัติ" โดยตรง เนื่องจากกฎหมายของญี่ปุ่นไม่ได้ระบุถึงการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิ ทั้งยังกำหนดชัดเจนว่ากษัตริย์ต้องไม่ทรงยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่สื่อหลายสำนักประเมินว่าพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะส่งต่อพระราชอำนาจ และรัฐบาลญี่ปุ่นอาจต้องพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดให้เกิดการปรับเปลี่ยนภายในราชวงศ์
ส่วนรัชทายาทลำดับที่ 1 ของราชวงศ์ญี่ปุ่น ได้แก่ มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ พระชนมพรรษา 56 พรรษา พระโอรสพระองค์โตในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ขณะที่รัชทายาทลำดับ 2 ได้แก่ เจ้าชายอากิชิโนะ พระอนุชาในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ในขณะที่พระธิดาไม่มีสิทธิ์เป็นผู้สืบทอดราชสมบัติ เป็นเหตุให้เจ้าหญิงไอโกะ พระธิดาพระองค์โตในมกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ ไม่อาจทรงเป็นรัชทายาทได้
ด้านสำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่น เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนชาวญี่ปุ่น พบว่า 85% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่ารัฐบาลควรพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดทางให้มีการสละราชสมบัติได้ เนื่องจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงมีพระชนมพรรษาสูงวัยและทรงสมควรได้พักผ่อนจากการปฏิบัติพระราชกรณียกิจมาอย่างยาวนาน
(ภาพ: ชาวญี่ปุ่นหยุดยืนดูการถ่ายทอดพระราชดำรัสของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะด้วยความสนใจ)
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะมีพระราชดำรัสแก่พสกนิกรอย่างเป็นทางการ วันนี้ (8 ส.ค.) โดยพระราชดำรัสมีความยาว 10 นาที และได้รับการบันทึกล่วงหน้าก่อนจะถ่ายทอดผ่านสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศญี่ปุ่นในช่วงบ่าย ถือเป็นการปรากฏพระองค์ผ่านสื่อโทรทัศน์ครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา
ด้านนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงว่ารัฐบาลจะพิจารณาหารืออย่างจริงจังเพื่อสนองต่อพระราชดำรัสในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ
แม้สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะจะมิได้มีพระราชดำรัสโดยใช้คำว่า "สละราชสมบัติ" โดยตรง เนื่องจากกฎหมายของญี่ปุ่นไม่ได้ระบุถึงการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิ ทั้งยังกำหนดชัดเจนว่ากษัตริย์ต้องไม่ทรงยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่สื่อหลายสำนักประเมินว่าพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะส่งต่อพระราชอำนาจ และรัฐบาลญี่ปุ่นอาจต้องพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดให้เกิดการปรับเปลี่ยนภายในราชวงศ์
ส่วนรัชทายาทลำดับที่ 1 ของราชวงศ์ญี่ปุ่น ได้แก่ มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ พระชนมพรรษา 56 พรรษา พระโอรสพระองค์โตในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ขณะที่รัชทายาทลำดับ 2 ได้แก่ เจ้าชายอากิชิโนะ พระอนุชาในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ในขณะที่พระธิดาไม่มีสิทธิ์เป็นผู้สืบทอดราชสมบัติ เป็นเหตุให้เจ้าหญิงไอโกะ พระธิดาพระองค์โตในมกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ ไม่อาจทรงเป็นรัชทายาทได้
ด้านสำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่น เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนชาวญี่ปุ่น พบว่า 85% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่ารัฐบาลควรพิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดทางให้มีการสละราชสมบัติได้ เนื่องจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงมีพระชนมพรรษาสูงวัยและทรงสมควรได้พักผ่อนจากการปฏิบัติพระราชกรณียกิจมาอย่างยาวนาน
(ภาพ: ชาวญี่ปุ่นหยุดยืนดูการถ่ายทอดพระราชดำรัสของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะด้วยความสนใจ)
แสดงความคิดเห็น