แรงงานชาวเมียนมาฟ้องบริษัทยักษ์ใหญ่ “เบทาโกร” ละเมิดสิทธิแรงงาน เรียกค่าเสียหาย 46 ล้านบาท
แรงงานข้ามชาติชาวพม่า 14 ราย ซึ่งเป็นลูกจ้างฟาร์มไก่คู่สัญญาของเบทาโกรได้ยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานภาค 1 จ.สระบุรี กล่าวหาบริษัทเบทาโกร ผู้ผลิตเนื้อไก่รายใหญ่ของไทย ละเมิดสิทธิแรงงาน เรียกค่าเสียหายรวม 46 ล้านบาท ด้านบริษัทฯ แจง ปฏิบัติตามมาตรฐานสากล แต่จะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจะเร่งตรวจสอบแก้ไขมาตรฐานการปฏิบัติของคู่สัญญาในอุตสาหกรรมผลิตเนื้อไก่ของตนเอง
ก่อนหน้านี้แรงงานข้ามชาติชาวพม่า 14 คน ได้ยื่นคำร้องต่อสำนักสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่ามีการใช้แรงงานบังคับ และการละเมิดสิทธิแรงงาน ในฟาร์มไก่ซึ่งเป็นห่วงโซ่อุปทานของบริษัทเบทาโกร โดยอ้างว่าต้องทำงานหนักเป็นเวลานานถึง 20 ชั่วโมงต่อวัน เเละถูกบังคับให้ทำงานล่วงเวลา ต้องนอนในเล้าไก่ข้ามคืน เเละแรงงานทั้ง 14 คนอ้างด้วยว่าถูกหักเงินค่าจ้างโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ถูกขู่ว่าจะหักค่าจ้าง มีการยึดเอกสารประจำตัว และสามารถเดินทางได้จำกัดเพียงสองชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อไปตลาดโดยมีผู้ควบคุมไปด้วย
จากนั้นสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลพบุรี ออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายชดเชยค่าจ้างรวม 1.7 ล้านบาท สำหรับค่าจ้างที่ค้างจ่ายในอดีต แต่แรงงานเห็นว่าค่าชดเชยนี้ไม่เพียงพอเนื่องจากไม่ได้เป็นการชดเชยการทำงานในสภาพที่มีการละเมิดสิทธิเป็นระยะเวลาถึง 5 ปี และตัดสินใจยื่นฟ้องบริษัทเบทาโกรต่อศาลแรงงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ด้านบริษัทเบทาโกรออกจดหมายชี้แจงว่า เบทาโกรไม่ได้นิ่งนอนใจและมองว่าการถูกฟ้องร้องครั้งนี้เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการจัดการด้านแรงงานทั้งภาคอุตสาหกรรม และที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับภาครัฐและเร่งตรวจสอบการจัดการด้านแรงงานของเกษตรกรคู่สัญญา รวมถึงระบุด้วยว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลพบุรี และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับทราบเรื่องและดำเนินการสอบสวนเป็นที่สิ้นสุดแล้ว โดยมีข้อสรุปตรงกันทั้งสองหน่วยงานว่านายจ้างไม่ได้มีการกระทำที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ ไม่ใช่การใช้แรงงานทาส ไม่พบการกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือยึดพาสปอร์ต และไม่ปรากฏว่ามีการกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือเป็นประเด็นที่มีลักษณะบังคับใช้แรงงานตามความใน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
สำหรับเรื่องนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับเรื่องไว้พิจารณาและมีมติเมื่อวันที่ 31 ส.ค. เห็นว่าการจ้างงานชาวเมียนมาทั้ง 14 รายมีลักษณะที่เข้าข้ายละเมิดสิทธิแรงงาน เนื่องจากสัญญาจะจ่ายเงินค่าจ้างวันละ 300 บาท แต่นายจ้างจ่ายจริง 230 บาท โดยระบุว่าหักเป็นค่าที่พัก และลูกจ้างไม่มีวันหยุดประจำสัปดาห์ ถึงแม้ลูกจ้างได้พักงานช่วงที่มีการพักเล้าไก่อยู่แล้ว ราว 30-45 วันก็ตามก็ถือว่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามสิทธิแรงงานของลูกจ้าง ส่วนประเด็นที่นายจ้างยึดเอาหนังสือเดินทางของลูกจ้างไว้ ไม่ถือเป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดย กสม.เห็นว่ากระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ ควรเร่งทำแนวปฏิบัติเพื่อให้ผู้ประกอบการสัตว์ปีก ได้ปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะเรื่องการจ่ายค่าจ้างและวันหยุดตามกฎหมาย รวมถึงต้องร่างกำหนดมาตรการไม่ให้ผู้ประกอบการยึดหรือเก็บบัตรประจำตัวของแรงงานไว้ และควรเก็บได้เฉพาะสำเนาเอกสารเท่านั้น
เบทาโกรเป็นสมาชิกสมาคมผู้ส่งออกไก่เนื้อแปรรูปไทย ซึ่งมีบริษัทชั้นนำเป็นสมาชิกเช่น CP, GFPT, Cargill, BRF แหลมทองสัตว์ปีก พนัสสัตว์ปีก เซนทราโก และบางกอกแร้นช์ ขณะที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกสัตว์ปีกใหญ่ที่ใช้ในอาหารแปรรูปหรืออาหารสำเร็จรูป อันดับ 4 ของโลก ส่วนใหญ่ส่งออกไปสหภาพยุโรปและตลาดญี่ปุ่น
รายงานวิจัยของกลุ่มฟินน์วอทช์และ สเวดวอทช์ กลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและภายในประเทศ ชี้ว่าอุตสาหกรรมส่งออกสัตว์ปีกไทยอยู่ภายใต้การตรวจสอบด้านเงื่อนไขการจ้างงานที่ไม่ดีนักตั้งแต่ พ.ศ. 2558 และทั้งสององค์กรยังคงมีความกังวลที่รัฐบาลไทยและอุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทยขาดความสนใจเรื่องการละเมิดสิทธิแรงงานและสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงในอุตสาหกรรม

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.