คนพุทธในภาคใต้สนับสนุนเดินหน้าพูดคุยสันติภาพต่อเนื่อง เรียกร้องให้มีพื้นที่ร่วมสำหรับทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างสันติไร้ความรุนแรง
เสียงสะท้อนของกลุ่มคนพุทธที่ว่านี้มาจากการเสวนา “เครือข่ายผู้นำไทยพุทธเพื่อส่งเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่จัดโดยเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดเสวนาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาจำนวน 75 คน
กลุ่มผู้เข้าร่วมเสวนาได้สะท้อนภาพปัญหาในเรื่องของความพยายามพูดคุยเพื่อสันติภาพจากมุมมองของกลุ่มคนพุทธ วงเสวนาลงมติว่า พวกเขาเห็นด้วยกับการที่ทุกฝ่ายจะพูดคุยกันเพื่อลดความรุนแรงและการสูญเสีย แต่ก็ยังมีผู้ที่แสดงความไม่มั่นใจและเห็นว่าการดำเนินการยังขาดความชัดเจน ไม่มีความจริงใจและยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่
นอกจากนั้น ในเรื่องของนโยบายการพูดคุยเพื่อสันติภาพหรือที่ทางการเรียกว่าสันติสุข ผู้เข้าร่วมเสวนาหลายคนก็แสดงความกังวลกับหลายประเด็น เช่นเกรงว่าฝ่ายรัฐจะทำตามข้อเรียกร้องของฝ่ายผู้เห็นต่างมากเกินไป เป็นห่วงว่าทั้งสองฝ่ายอาจไม่จริงใจในการพูดคุย บ้างก็เกรงว่าอาจมีผลประโยชน์แอบแฝงที่เป็นอุปสรรคทำให้การพูดคุยไม่คืบหน้า นอกจากนั้นยังมีผู้เป็นห่วงเกรงว่าการพูดคุยจะจบลงที่การแบ่งแยกดินแดน และมีผู้วิตกว่ามาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยจะไม่เป็นกลาง และผู้ที่ไปร่วมพูดคุยอาจไม่ใช่ตัวจริง
แต่ผู้เข้าร่วมเสวนาหลายคนก็แสดงความคาดหวัง ว่าอยากให้การพูดคุยจะประสบความสำเร็จ และถึงที่สุดแล้ว การแก้ปัญหาในพื้นที่จะช่วยคนพุทธที่อพยพออกนอกพื้นที่เพื่อแสวงหาความปลอดภัยได้กลับสู่บ้านเกิด บางคนขอการบังคับใช้กฎหมายและการให้สิทธิต่างๆของทางการนั้นใช้มาตรฐานเดียวกันกับทั้งพุทธและมุสลิม หลายคนยังคาดหวังจะให้ความขัดแย้งและความรุนแรงทุกชนิดยุติลงให้ได้ภายในเวลาหนึ่งปี และวิถีการดำเนินชีวิตของพุทธและมุสลิมกลับไปมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเหมือนเดิม
พร้อมกันนั้นมีผู้เข้าร่วมอีกหลายคนยืนยันจะร่วมมือกับทางการเพื่อให้การพูดคุยเดินหน้าได้ ตลอดจนอยากให้มีการจัดเวทีพูดคุยสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้นำศาสนาทั้งสองฝ่าย และที่สำคัญให้มีการนำข้อเสนอความต้องการจากภาคประชาชนไปนำเสนอต่อทั้งสองฝ่ายที่พูดคุยกัน หรือให้มีตัวแทนของภาคประชาชนเข้าร่วมวงด้วย
ในตอนท้ายของการเสวนา เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพได้มีมติร่วมกัน เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนนำยุทธศาสตร์พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่อง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาเป็นทิศทางในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนในการสร้างความรุนแรงยุติบทบาทลง หันหน้าเข้าสู่กระบวนการพูดคุยอย่างจริงใจ และคนพุทธพร้อมจะร่วมมือกับรัฐบาลผลักดันให้การพูดคุยประสบความสำเร็จ เดินหน้าพัฒนาภาคใต้ และยืนยันให้มี “พื้นที่ร่วม” ของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้การเคารพ ให้เกียรติ ในวิถีการดำเนินชีวิตตามความเชื่อของแต่ละศาสนาโดยปราศจากความรุนแรง
ด้านพระครูโฆสิตสุตราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดบูรพาราม อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เลขาเครือข่ายพุทธธรรมนำสันติสุขกล่าวด้วยว่า ความเดือดร้อนในช่วงเวลา 12 ปีของคนพุทธ คือ พวกเขาเป็นผู้ได้รับผลกระทบที่แท้จริง แต่นโยบายรัฐไม่ได้แก้ปัญหาให้คนไทยพุทธ
“แม้จะเอาทุกกองทัพทุกกองกำลังลงมาในพื้นที่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะรัฐไม่ได้จับโจร เน้นการสร้างความปลอดภัย เปรียบกับการจับเสือ ถ้าจับเสืออาจจบไปแล้ว แต่มาให้อาหาร เสือก็กินอาหารทุกวัน สิ่งที่รัฐต้องทำให้เห็นคือ ความจริงจังในการจับเสือ จับแล้วต้องประชาสัมพันธ์ด้วยว่าเป็นตัวจริง ไม่ใช่จับแพะมา”



แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.