คุณหมอใจอารี ผู้ตรวจรักษาผู้อพยพกว่า 250,000 คน
ดร.เพียโตร บาร์โตโล คุณหมอวัย 60 ปี ทำหน้าที่คอยตรวจรักษาผู้อพยพที่เดินทางมายังเกาะลัมเปดูซาของอิตาลี มาเป็นเวลานานถึงยี่สิบปี ในแต่ละสัปดาห์เขาตรวจรักษาผู้อพยพหลายร้อยคน ที่บ้างก็มีอาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่บางคนก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และสำหรับเด็ก ๆ ผู้อพยพนั้น คุณหมอเปรียบเสมือนซานตาคลอสใจดี การมาพบหมอก็ไม่ต่างจากการไปดิสนีย์แลนด์ เพราะเขาทำให้เด็ก ๆ มีความสุข
วันที่ทีมข่าวบีบีซีไปพูดคุยกับคุณหมอบาร์โตโลนั้น เด็กหญิงผู้อพยพชาวมาลีวัยสี่ขวบ วิ่งเข้าไปหาคุณหมออย่างคุ้นเคย เพราะวันที่คุณหมอบาร์โตโลพบเธอครั้งแรกนั้นเขาให้ตุ๊กตาหมีขนปุกปุยกับเธอ และยังให้ทานบิสกิต และดื่มน้ำหวานด้วย
ดร.บาร์โตโล ได้พบกับผู้อพยพและครอบครัวที่ต้องตกระกำลำบากเดินทางมาถึงอิตาลี โดยหวังว่าจะได้พบญาติพี่น้องที่เดินทางไปยังยุโรปอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งหลายกรณีก็ไม่อาจเป็นไปได้ คุณหมอเองยอมรับว่าแม้จะได้เห็นผู้อพยพที่ได้รับความเดือดร้อนทุกวัน แต่เขาก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้กับการที่เด็ก ๆ หลายคนต้องทุกข์ทรมานเพราะได้รับสารเคมีหรือถูกไฟลวก ขณะที่ผู้หญิงหลายคนตกเป็นเหยื่อของการถูกข่มขืน แม้แต่เด็กหญิงอายุ12-13 ปี หลายคนต้องตกอยู่ในสภาพบอบช้ำทางจิตใจ
นอกจากรักษาผู้อพยพที่รอดชีวิตจากการเดินทางอันยากลำบากแล้ว ดร.บาร์โตโลยังต้องชันสูตรศพผู้เสียชีวิตด้วย ซึ่งหลายศพนั้นกว่าจะมาถึงมือเขาก็อยู่ในสภาพเน่าเปื่อยจนไม่เหลือรอยนิ้วมือ หรือไม่อาจถ่ายภาพเก็บไว้ได้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจนิติเวชยังต้องการเก็บดีเอ็นเอไว้เป็นหลักฐาน นั่นหมายถึงว่า ดร.บาร์โตโล จะต้องตัดนิ้วมือ หรือใบหู หรือซี่โครง ของร่างไร้วิญญาณเหล่านั้น
หลังจากพูดคุยกันเป็นเวลายาวนาน นักข่าวบีบีซีถามว่าการที่ต้องทำงานในสภาพเช่นนี้นานถึง 20 ปี ทำให้เขารู้สึกชาชินกับสิ่งที่ได้พบบ้างไหม
“ผมไม่ใช่หุ่นยนต์ ผมก็เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่มีอารมณ์และความรู้สึก” ดร.บาร์โตโล กล่าวเสียงเครือก่อนจะฝืนตัวเองให้เป็นปกติเมื่อได้ยินเสียงเด็ก ๆ ที่วิ่งมาบนระเบียง ตะโกนร้องเรียก “คุณหมอเพียโตร! คุณหมอเพียโตร!” ใกล้เข้ามา #MigrantCrisis

แสดงความคิดเห็น