บีบีซีไทย - BBC Thai

นักสิทธิแรงงานข้ามชาติชาวอังกฤษเดินทางออกนอกประเทศ หลังเผชิญความเสี่ยงทางกฏหมาย

นายแอนดี้ ฮอลล์ นักวิจัยและนักสิทธิมนุษยชนด้านแรงงานข้ามชาติ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่าได้ตัดสินใจเดินทางออกนอกประเทศไทยเมื่อเช้าวันนี้ (7 พ.ย.) หลังจากที่ “ต้องเผชิญกับความรุนแรงและความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้น” จากการถูกดำเนินคดีเพื่อสกัดกั้นการทำงานปกป้องสิทธิแรงงานข้ามชาติในไทย

นายฮอลล์ ระบุว่าจากการทำงานในไทยกว่า 11 ปี ตนประสบปัญหากลายเป็นคู่ความในคดีกับผู้ประกอบการหลายครั้ง ทั้งคดีที่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทจากการที่ตนให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวแห่งหนึ่งเมื่อปี 2556 เกี่ยวกับรายงานสถานการณ์ละเมิดสิทธิแรงงานในอุตสาหกรรมอาหารกระป๋องของไทย และอีกหนึ่งคดีที่ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุกตน แต่ให้รอลงอาญา จากการที่เป็นนักวิจัยร่วมในรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิแรงงานดังกล่าวที่ได้รับการเผยแพร่

นายฮอลล์ กล่าวกับบีบีซีว่า สำหรับคดีที่ตนกำลังให้ความช่วยเหลือขณะนี้ คือคดีแรงงานกับผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงไก่ในจังหวัดลพบุรี ซึ่งทำให้กังวลว่าจะมีการฟ้องร้องตนเองอีกหนึ่งคดี และมองว่าขณะนี้สถานการณ์คุกคามนักสิทธิแรงงานข้ามชาติ “มีความรุนแรงและมีความเสี่ยงมากขึ้น” จึงตัดสินใจเดินทางออกนอกประเทศ

“ผมตัดสินใจเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยโดยยังไม่มีกำหนดกลับ เพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ ให้หลายฝ่ายได้ทำความเข้าใจถึงสิทธิมนุษยชนด้านแรงงานข้ามชาติ และตระหนักถึงความจำเป็นที่นักสิทธิมนุษยชนควรได้รับการคุ้มครอง” นายฮอลล์ กล่าว

สำหรับคดีที่นายฮอลล์เคยถูกฟ้องร้อง คือ คดีความผิดทางอาญาในข้อหาหมิ่นประมาท ที่บริษัท เนเชอรัลฟรุต จำกัด ฟ้องนายฮอลล์ จากการที่เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราที่ประเทศเมียนมาร์ เมื่อปี 2556 เกี่ยวกับสถานการณ์การละเมิดสิทธิแรงงานในอุตสาหกรรมสับปะรดกระป๋อง โดยศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา

และอีกหนึ่งคดีที่บริษัท เนเชอรัลฟรุต จำกัด ฟ้องร้องนายฮอลล์ในความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาลงโทษนายฮอลล์ เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ด้วยมูลเหตุมาจากการที่องค์กรต่างประเทศได้ตีพิมพ์รายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิแรงงานที่นายฮอลล์เป็นนักวิจัยร่วม โดยศาลตัดสินลงโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 200,000 บาท แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อศาล จึงลดโทษให้ 1 ใน 4 คงเหลือโทษจำคุก 3 ปี และปรับ 150,000 บาท และเนื่องจากจำเลยเป็นนักกิจกรรมที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม จึงให้โทษจำคุกรอไว้

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.