บีบีซีไทย - BBC Thai

อาการวิตกจริตคิดว่าตัวเองป่วยเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ

ผลการวิจัยของผู้เชี่ยวชาญจากนอร์เวย์ บ่งชี้ว่า อาการวิตกจริตคิดว่าตัวเองป่วยนั้นอาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้เป็นโรคหัวใจ

งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ BMJ Open โดยทีมนักวิจัยจากนอร์เวย์ได้ติดตามศึกษาระดับความวิตกกังวลของอาสาสมัครจำนวน 7,000 คน เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี พบว่า นอกจากภาวะวิตกกังวลเรื่องทั่ว ๆ ไปจะเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจแล้ว “ความวิตกกังวลด้านสุขภาพ” ก็อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจเช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า “ความวิตกกังวลด้านสุขภาพ” หมายถึงผู้ที่มักมีความคิดหมกมุ่นว่าตนเองป่วยและไปพบแพทย์ ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่ได้มีความเจ็บป่วยทางกายใด ๆ

สำหรับอาสาสมัคร 7,000 คน ที่เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้เป็นผู้ที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1953 – 1957 ซึ่งทีมนักวิจัยได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ รูปแบบการใช้ชีวิต ระดับการศึกษา และมีการตรวจเลือด ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และตรวจวัดระดับความดันโลหิตเป็นประจำระหว่างปี ค.ศ. 1997 – 1999 นอกจากนี้ นักวิจัยยังใช้ข้อมูลจากรัฐในการติดตามรายละเอียดเรื่องการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และข้อมูลการเสียชีวิตของอาสาสมัครกลุ่มนี้นานถึงปี 2009

ผลการศึกษาพบว่า กว่าครึ่งของอาสาสมัคร 710 คนที่มี “ความวิตกกังวลด้านสุขภาพ” มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ โดยอาสาสมัคร 234 คน มีอาการหัวใจวาย หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ในช่วงของการเฝ้าติดตามศึกษาดังกล่าว ข้อมูลที่ได้บ่งชี้ว่า ยิ่งอาสาสมัครมีระดับความวิตกกังวลด้านสุขภาพมากเท่าใด ก็ยิ่งมีแนวโน้มจะป่วยเป็นโรคหัวใจมากขึ้นเท่านั้น

เอมิลี รีฟ พยาบาลอาวุโสด้านโรคหัวใจ ของกองทุนโรคหัวใจแห่งอังกฤษ กล่าวว่า ภาวะวิตกจริตและความเครียดอาจกระตุ้นให้คนเรามีพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่ หรือรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันจะยังไม่ทราบชัดเจนว่าภาวะวิตกจริตและความเครียดมีผลโดยตรงต่อการเกิดโรคหัวใจอย่างไร แต่ก็เป็นเรื่องชัดเจนว่า การลดความวิตกกังวลลงจะส่งผลดีต่อสุขภาพคนเรา #HealthAnxiety #HeartDisease

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.