Posted: 01 Oct 2018 10:13 AM PDT (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เว็บไซต์ประชาไท www.prachatai.com)
Submitted on Tue, 2018-10-02 00:13


มหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียประกาศผ่านการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อว่าจะไม่สนับสนุนอองซานซูจีในฐานะผู้นำพม่าอีกต่อไป เนื่องจากผิดหวังที่ซูจีไม่แสดงออกต่อต้านการกระทำของกองทัพต่อชาวโรฮิงญา ซึ่งเมื่อไม่นานนี้สหประชาชาติเคยทำการสืบสวนระบุว่ากองทัพพม่ามี "เจตนาในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"

มหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซียวัย 93 ปี (ที่มา: แฟ้มภาพ/facebook.com/TunDrMahathir) และอองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ของรัฐบาลพม่าที่นำโดยพรรคเอ็นแอลดี (ที่มา: แฟ้มภาพ/Wikipedia)

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา มหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของมาเลเซียประกาศผ่านการให้สัมภาษณ์ต่อช่องโทรทัศน์ข่าวต่างประเทศ TRT World ว่าเขาจะไม่สนับสนุนอองซานซูจีในฐานะผู้นำของพม่าอีกต่อไป เนื่องจากปฏิกิริยาของเธอต่อกรณีชาวโรฮิงญาทำให้เขามองว่าซูจีเปลี่ยนไปแล้ว

มหาธีร์ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อว่าเขาหมดศรัทธาในตัวซูจีแล้วเนื่องจากเธอไม่ได้พูดหรือกระทำการใดๆ ต่อกรณีที่กองทัพพม่าใช้ความรุนแรงต่อชาวโรฮิงญาเลยทั้งที่ก่อนหน้านี้มาเลเซียเคยเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวซูจีในช่วงที่เธอถูกคุมขังภายในบ้าน

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังบอกอีกว่าเขาเคยเขียนจดหมายถึงซูจีเมื่อไม่นานนี้แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับซึ่งถือเป็นเรื่องน่าผิดหวังมาก นอกจากนี้มาเลเซียยังวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติของรัฐบาลพม่าต่อชาวโรฮิงญาให้โลกรู้ รวมถึงการรับชาวโรฮิงญาเข้ามาในมาเลเซียจำนวนมากด้วย

สิ่งที่มหาธีร์กล่าวถึงคือเหตุการณ์ในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ที่กองทัพพม่าใช้กำลังสังหารหมู่ ข่มขืน และเผาบ้านเรือนชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงญา โดยที่มหาธีร์เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลพม่าที่เพิกเฉยต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นซึ่งสหประชาชาติระบุว่ากองทัพมี "เจตนาในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์"

และเมื่อไม่นานนี้ในวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา มหาธีร์ก็เพิ่งจะพูดถึงเรื่องของชาวโรฮิงญาในที่ประชุมสหประชาชาติที่นิวยอร์ก

ก่อนหน้านี้สหประชาชาติเคยส่งผู้ตรวจการเข้าไปสืบสวนกรณีการสังหารหมู่และรุมข่มขืนชาวโรฮิงญา และระบุในรายงานการสืบสวนว่าควรจะมีการดำเนินคดีกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายพลอีก 5 คนภายใต้กฎหมายนานาชาติ

อองซานซูจีในฐานะที่ปรึกษาแห่งรัฐ ของรัฐบาลพม่า เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักมาก่อนหน้านี้แล้วจากการที่เธอไม่พูดต่อต้านการกระทำต่อชาวโรฮิงญาโดยกองทัพ เธอเคยพูดอย่างอ้อมแอ้มว่ารัฐบาลพม่า "ควรจะจัดการได้ดีกว่านี้" ในกรณีโรฮิงญา นอกจากนี้ยังเคยมีการเรียกร้องให้มีการยกเลิกรางวัลโนเบลที่เธอเคยได้รับในปี 2534 ส่วนประเทศแคนาดาก็เพิกถอนสถานะพลเมืองกิตติมศักดิ์ของซูจีจากกรณีนี้

สื่อมาเลเซียระบุอีกว่าในประเทศพม่าที่มีชาวพุทธอาศัยอยู่จำนวนมากมีการมองเรื่องโรฮิงญาผ่านมุมมองในแบบที่ผสมปนเปกับความรู้สึกเรื่องชาติพันธุ์และศาสนาซึ่งแย่ลงกว่าเดิมหลังจากมีการปรับการศึกษา "ประวัติศาสตร์ของประเทศ" แบบใหม่ โดยเป็นมุมมองที่ได้รับอิทธิพลจากโวหารแบบที่หวาดระแวงในตัวชาวมุสลิมทำให้ผู้คนบางกลุ่มมองว่าปฏิบัติการสังหารพลเรือนชาวโรฮิงญาเป็นปฏิบัติการต่อ "ผู้ก่อการร้าย"

เรียบเรียงจาก
Malaysia will no longer support Aung San Suu Kyi says Dr M, The Star, 30-09-2018[full-post]

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.