วิกฤตสื่อน่าวิตก "ใบตองแห้ง"ทำนายไม่เกิน 2 ปี หนังสือพิมพ์-ทีวีดิจิตัล1-2แห่งมีโอกาสปิดตัว!! สื่อหลักสู้คลิปดรามาชาวบ้านไม่ได้ 
· 
วิกฤติสื่อไม่หยุดแค่มติชน เนชั่น เออร์ลีรีไทร์หรอก ทุกค่ายไม่ว่าสื่อสิ่งพิมพ์ ทีวี กำลังดิ้นกระแด่วๆ เพราะนี่ไม่ใช่แค่ปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจ แต่โลกเปลี่ยน ผู้บริโภคเปลี่ยน เข้าสู่ยุคสื่อใหม่ ถ้าลองจำแนกชัดๆ สถานภาพสื่อวันนี้
.
1.พวกที่ติดตลาดอยู่แล้ว เช่นไทยรัฐ เดลินิวส์ ช่อง 3 ช่อง 7 ยังไปได้แต่ก็กำไรหด ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย อนาคตไม่สวยหรูอีกต่อไป ไทยรัฐ นสพ.ต้องแบกช่องทีวี ช่อง 3 คิดผิดที่ประมูลตั้ง 3 ช่อง
.
2.สื่อสิ่งพิมพ์ล้วนๆ โพสต์ มติชน ต้องปรับตัวขนานหนัก หักหัวเข้าออนไลน์ (แบบมติชน) หรือการตลาดสายอื่น (เช่นโพสต์ทำหนังสือแจกรถไฟฟ้า) ทั้ง 2 รายแจ้งตลาดหุ้นว่าขาดทุน และก็คงไม่เห็นกำไรอีกนาน ส่วนฉบับเล็กๆ ก็อยู่แบบ "เฉพาะทาง" บ้างมีเป้าหมายทางการเมืองหรือเจ้าของมีธุรกิจอื่นค้ำ ก็อยู่ไปอย่างนี้ อยู่ได้ แต่ไม่มีอนาคต จนกว่าจะตัดสินใจเลิกรากัน
.
3.สื่อสิ่งพิมพ์ที่ดันไปทำทีวีด้วย เนชั่น (2 ช่อง) อมรินทร์ (HD) ถ้ายังจับปลาหลายมือ ท่าจะลำบาก (นี่ไม่นับ new tv เพราะเข้าใจว่าแยกจากเดลินิวส์ฉบับพิมพ์ เป็นเหตระกูลคนละกระเป๋า แต่ก็อ่วมเหมือนทุกช่อง)
.
4.ทีวีช่องใหม่ที่เรตติ้งดี มีแค่ เวิร์คพอยท์ โมโน แกรมมี่ อาร์เอส แต่ 2 รายหลังธุรกิจแม่คือค่ายเพลง ก็เจอโลกเปลี่ยนเหมือนกัน ต้องไปไล่ทำสงครามค่าลิขสิทธิ์ร้านกาแฟ ขณะที่กล่องเคเบิลก็หมดอนาคต
.
5.ทีวีส่วนหนึ่งตื๊อได้เพราะเป็นประเภทมีเจ้าของคอก คือขาดทุนแต่อยู่ได้ด้วยค่ายธุรกิจค่ายการเมือง ไล่ตั้งแต่ Voice, True4You (ขาดทุนไม่เป็นไรอย่างน้อยก็เป็นปากเสียงค่ายซีพี) ไปจน PPTV ของหมอปราเสริฐ สปริงนิวส์ของเสี่ยฉาย ซึ่งทุ่มไม่อั้นละลายแม่น้ำเพราะความอยากมีสื่อประดับบารมี (ซื้อหัวหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ 120 ล้าน ในวงการสื่อพูดได้คำเดียว ไม่บ้าก็เมา)
.
แต่ในภาพรวม ไม่ว่าอย่างไรนะครับ ผมว่าไม่เกิน 1-2 ปี ต้องมีหนังสือพิมพ์ปิดตัวเองสัก 1-2 ฉบับ มีทีวีดิจิตัลโบกมืออำลาน้ำตาร่วงไหล ซัก 1-2 ช่อง เพราะทุกวันนี้สมมตินะ สมมติ กสท.ยอมให้คืนคลื่นคืนสัมปทานไม่เสียค่าปรับ เผลอๆ จะส่งเผือกเผาคืนกันเป็น 10 ช่อง เพราะเอาคลื่นไปทำไม ออก fb live หรือ youtube ก็ได้คนดู ดูอย่าง “ไดอารีตุ๊ดซี่ส์” ออก Youtube สิมีคนดูเป็นล้าน ถ้าหาโฆษณาได้ก็ไม่เห็นต้องไปเสียค่าสัมปทาน
.
ทุกวันนี้ สื่อกระแสหลักยังได้เปรียบที่ 1.เครดิตเก่าๆ 2.ความเป็นสถาบัน มีนักข่าว โต๊ะข่าว มีหลายฝ่ายร่วมกันทำงาน แต่ 3.อิทธิพลของความเป็นกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือความเป็นช่องฟรีทีวี กำลังหดหายไป แม้อาจยังใช้เวลาอีกหลายปี แต่ถ้าไปสู้กันในโลกออนไลน์ ความได้เปรียบก็จะหดหายไปเรื่อยๆ เหลือแต่ว่าใครของจริง โถ นักข่าวทำข่าวแทบตายยังสู้ชาวบ้านถ่ายภาพถ่ายคลิปดรามาแบบ "เต้าหู้ไข่" ยังไม่ได้ แป๊บเดียวแชร์ไปเป็นแสนเป็นล้าน ฉะนั้น ยุคสมัยที่สื่อชี้นำสังคมง่ายๆ ใกล้จะจบลงแล้ว
.
วันนี้เด็กจบใหม่ นิเทศ วารสาร อาจจะตกงาน (ถ้าพ่อไม่เอาเข้าเป็นทหาร) แต่ถ้ามีสมองมีฝืมือ อาจไม่ต้องสมัครงานก็ได้ครับ Start Up ตั้งทีมออกข่าว ทำรายการ บนเฟซบนยูทูบ ให้เป็นที่ฮือฮาแล้วหาสปอนเซอร์ ก็กลายเป็นสื่อใหม่สบายๆ แต่ต้องหาความแปลกใหม่ เข้าถึงคนรุ่นเดียวกัน และทำให้คนสนใจได้ต่อเนื่อง
.
อธึกกิต แสวงสุข "ใบตองแห้ง"
ที่มาเฟซบุ๊ก Atukkit Sawangsuk
5 ก.ย.2559


แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.