"สื่ออาวุโส"เบื่อถ้อยคำไม่รื่นหู.."สื่อตายแล้ว" ชี้โฆษณาหดหาย เพราะการเมืองไม่แน่นอน แถมทิศทางเศรษฐกิจไม่ชัดเจน
****************************
ประเด็นที่เป็น cliche(ถ้อยคำที่ฟังจนเบื่อหู) ซ้ำซากอย่างหนึ่งเกี่ยวกับภาวะขาลงของสื่อโดยรวมขณะนี้ คือการพูดต่อๆกันมาเหมือนท่องจำว่า สื่อตายแล้ว สื่อสิ่งพิมพ์ย้ายมาออนไลน์ก็ตายเพราะผู้คนชอบอ่านของฟรีออนไลน์ มีบางประเด็นที่ควรตระหนัก
.
1. ชัดเจนว่าอนาคตสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์รายวัน broadsheet ไม่สดใส มีแนวโน้มว่าที่สุดน่าจะจบเหมือนโทรเลข แต่การนี้มิได้แปลว่าผู้คนไม่สนใจข่าวสารอีกแล้ว บรอดชีทอาจตายสักวันหนึ่ง แต่ความต้องการข่าวสารไม่เคยตาย
.
2. เรื่องการอ่านฟรีทางออนไลน์ หลายคนคงลืมไปว่าเราทั้งหลายล้วนดูรายการฟรีจากฟรีทีวีมานานแล้ว การดูทีวีก่อนยุคเคเบิลทีวีนั้น เราเพียงลงทุนครั้งแรกซื้อเครื่องทีวี ซื้อเสาอากาศ และจ่ายค่าไฟ หรืออาจเพิ่มค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆบ้าง เมื่อมีเคเบิลทีวีซึ่งรายการน่าสนใจกว่าฟรีทีวี เราก็เพียงจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนหรือรายปีในราคาสมเหตุผล ราคาไม่น่าพอใจเราก็ไม่ดู เพราะยังมีฟรีทีวีให้ดู
.
3. "ทีวี" แบบที่เราทั้งหลายรู้จักกันมานานเป็นสื่อเก่า คนหนุ่มสาวและเด็กๆของวันนี้ไม่เฝ้าหน้าจอทีวีอีกแล้ว เทคโนโลยีปัจจุบันทำให้เรามีสื่อใหม่ เราสามารถเสพสื่อที่เราต้องการในเวลาที่เราต้องการ ผ่านอุปกรณ์ที่เราสามารถพกพาติดตัวได้ตลอดเวลา
.
4. สื่อระดับ "mass" ไม่ว่ายุคใดๆ ล้วนอยู่ได้ด้วยโฆษณา พูดอย่างตรงไปตรงมา ราคาหนังสือพิมพ์และค่าสมาชิกมีคุณค่าและความหมายอย่างยิ่ง แต่มันมิอาจครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำงานทั้งหมดของบริษัทสื่อ ซึ่งมิได้ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย
.
เวลานี้โฆษณายังไม่ไหลมาเทมาทางสื่อใหม่ แต่ที่สุดเมื่อความจริงคือโลกปัจจุบันเป็นโลกของสื่อใหม่ โฆษณาก็ต้องอาศัยช่องทางสื่อใหม่เพื่อสื่อสารกับลูกค้าในโลกยุคใหม่
.
และแม้ว่าโฆษณาก็อาจสื่อถึงลูกค้าได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องซื้อพื้นที่สื่อออนไลน์ แต่ธรรมชาติของการตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ย่อมใส่ใจพื้นที่ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้มาก รวมถึงการสร้างเครือข่ายและกิจกรรมต่างๆเพื่อต่อยอดทางธุรกิจ
.
5. เวลานี้ โฆษณาในสื่อต่างๆ ซบเซากันทั่วหน้า เหตุผลหนึ่งที่สำคัญมิได้เกิดจากผู้บริโภคชอบอ่านของฟรี หรือสื่อเลว หรือเราทุกคนล้วนเป็นสื่อ ไม่มีใครอยากรับข่าวสารจากสื่ออาชีพอีกแล้ว
.
หากเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมซบเซา ไม่เพียงระดับโลก แต่ในประเทศยิ่งซบเซา โดยเฉพาะห้วงเวลานี้ที่สถานการณ์การเมืองยังอยู่ในภาวะไม่แน่นอน ซึ่งไม่เกี่ยวกับพวกต้านคสช. ไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐ หากด้านหนึ่งเกี่ยวกับการไม่เห็นทิศทางชัดเจนหรืออนาคตที่เป็นรูปธรรมของความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
.
แม้ภาคธุรกิจซึ่งแสดงตนสนับสนุนคสช.เอง ก็ชะลอการลงทุน ลดงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่เป็นทุนใหญ่ก็ขยายกิจการไปลงทุนต่างประเทศซึ่งมีอนาคตกว่า เป็นต้น
.
เวลานี้ ทุกคน ทุกอาชีพ ทุกสีทางการเมือง อาจยกเว้นเพียงข้าราชการ ต่างประสบภาวะเดียวกัน ต่างต้องใจสู้ มุมานะบากบั่นทำงานหนัก และรัดเข็มขัดอย่างแน่นมาก
.
หมายเหตุเพิ่มเติม:ยังไม่ต้องการลงรายละเอียดเรื่องเนื้อหาข่าวสารที่ต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาพการณ์จริง ตรงความต้องการของผู้บริโภคค่ะ ต้องการพิจารณาภาพกว้างในประเด็นคนอ่านสื่อฟรีและทุกคนเป็นสื่อ ที่ว่าจะทำให้สื่อตาย ซึ่งมีความเห็นว่า cliche มาก
.
นิธินันท์ ยอแสงรัตน์
สื่อมวลชนอาวุโส ที่ปรึกษามติชนออนไลน์
ที่มาเฟซบุ๊ก Nithinand Yorsaengrat
4 ก.ย.2559



แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.