1 ปี ความตายหมอหยอง 'ศูนย์ทนายสิทธิ' เปิดสถิติผู้ต้องขัง-ผู้คุมเรื อนจำมทบ.11
Posted: 15 Nov 2016 11:06 PM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยสถิติของผู้ต้องขังและผู้คุ มเรือนจำชั่ วคราวแขวงถนนนครไชยศรีสถานที่ซึ่ งหมอหยองตายครบรอบหนึ่งปี พบมี 47 คน ที่เคยถูกคุมขัง 2 คนในจำนวนนั้นตาย มีผู้ต้องขังร้องว่ามีการทรมาน โยนโจทย์ต่อสังคม "เราจำเป็นต้องจัดควบคุมพลเรื อนในค่ายทหาร โดยเจ้าหน้าที่ทหาร 80 นาย ในนามของ"กระบวนการยุติธรรม"อยู่ หรือไม่?
16 พ.ย. 2559 หลังจากคณะกรรมการข้อมูลข่ าวสารมีคำวินิจฉัย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุ ษยชนได้รับข้อมูลจากเรือนจำพิ เศษกรุงเทพระบุว่าตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. 58 – 8 มี.ค. 59 เรือนจำชั่ วคราวแขวงถนนนครไชยศรีมี จำนวนผู้ต้องขังและเคยถูกคุมขั งทั้งหมด 47 คน จำนวนพลเรือนที่เป็นผู้ต้องขั งหรือเคยถูกคุมขัง 45 คน จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้ ต้องขังหรือเคยถูกคุมขัง 2 คน จำนวนผู้คุมของเรือนจำชั่ วคราวแขวงถนนนครไชยศรี 6 คน จำนวนเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รั บการแต่งตั้งเป็นผู้คุมพิเศษ 80 คน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า หนึ่งปีสองเดือนที่จัดตั้งเรื อนจำดังกล่าวข้อเท็จจริงที่ ปรากฏว่าผู้ต้องขัง 2 ใน 47 รายตายระหว่างการควบคุมตั วของเจ้าหน้าที่โดยสาเหตุ ชวนสงสัย การเข้าถึงทนายความที่ยากลำบาก และผู้ต้องขังร้องเรียนว่ามี การทรมานเกิดขึ้น แม้ไม่มีเรือนจำดังกล่าวเจ้าหน้ าที่ทหารยังคงอำนาจควบคุมพลเรื อนได้ถึงเจ็ดวัน เป็นคำถามต่อสังคมว่าเราจำเป็ นต้องจัดควบคุมพลเรือนในค่ ายทหาร โดยเจ้าหน้าที่ทหาร 80 นาย ในนามของ "กระบวนการยุติธรรม" อยู่หรือไม่
ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิ ทธิมนุษยชน ได้เขียนรายงานเปิดสถิติของผู้ ต้องขังและผู้คุมเรือนจำชั่ วคราวสถานที่ซึ่ งหมอหยองตายครบรอบหนึ่งปี ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
เรือนจำพลเรือนในพื้นที่ทหาร
11 ก.ย. 2558 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกคำสั่งกระทรวงยุติธรรมที่ 314/2558 เพื่อตั้งเรือนจำชั่ วคราวแขวงถนนนครไชยศรี(เรื อนจำมทบ.11) ขึ้นภายในพื้นที่กองพันทหารราบ มณฑลทหาร บกที่ 11 ด้วยเหตุผลด้านการรั กษาความปลอดภัย ความเหมาะสมในการคุมขัง การปฏิบัติต่อการคุมขังในคดี ความผิด เกี่ยวกับความมั่นคงของรั ฐและคดีเกี่ยวเนื่อง ซึ่งเป็นผู้ต้องขังประเภทมีเหตุ พิเศษซึ่งไม่ควรจะคุมขังรวมกั บผู้ต้องขังอื่น โดยผู้ต้องขังชุดแรกที่ถูกควบคุ มในเรือนจำแห่งนี้คือผู้ต้ องหาในคดีระเบิดราชประสงค์
คดีราชประสงค์พบผู้ต้องขังร้ องเรียนว่ามีการทรมาน ล่ามถูกดำเนินคดีข้อหามียาเสพติ ดในครอบครอง
14 ก.ย.58 อาเด็ม คาราดัก และไมไรลี ยูซูฟู นับเป็น “พลเรือน” ชุดแรกที่อยู่ในความควบคุมของ “เจ้า หน้าที่ทหาร” ภายใน “ค่ายทหาร” ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้ าที่ตำรวจ จากเดิมที่เจ้าหน้าที่ทหารมี อำนาจใน การควบคุมตัวบุคคลตามคำสั่งหั วหน้าคสช.ที่ 3/58 เพียงเจ็ดวัน การตั้งเรือนจำดังกล่าวจึงเปรี ยบเสมือนส่วนต่อขยาย ระยะเวลาในการควบคุมตัวบุ คคลภายใต้อำนาจเจ้าหน้าที่ ทหารได้นานมายิ่งขึ้นโดยอาศัยร่ มใบของกระบวนการ ยุติธรรม
ภายใต้การควบคุมตัวดังกล่ าวทนายความได้มีปัญหาในการเข้ าถึงตัวผู้ต้องหาในช่วงแรกเนื่ องจากการเข้า เยี่ยมในเรือนจำดังกล่าวจะต้ องเป็นทนายความที่ได้รับการแต่ งทนายความแล้วเท่านั้น ในขณะที่การแต่งทนายความนั้น ทนายความจำเป็นต้องให้ลู กความลงชื่อในใบแต่งทนายความก่ อนและเมื่อเข้าเยี่ยมลู กความทนายความก็ไม่สามารถ พบลูกความได้เป็นการส่วนตัว ต่อมา 16 ก.พ.59 ทนายความได้ให้สัมภาษณ์ในวันนั ดพิจารณาคดีดังกล่าวว่านา ยอาเด็มถูกทรมานในระหว่ างการสอบสวน ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุลได้ปฏิเสธว่าไม่ มีการทรมานเกิด ขึ้นระหว่างการสอบสวนคดีดังกล่ าวและแจ้งต่อสื่อมวลชลว่าอาจมี การดำเนินคดีต่อทนายความซึ่งให้ สัมภาษณ์ว่ามีการ ทรมาน นอกจากนี้ล่ามในคดีดังกล่าวยั งถูกจับกุมในวั 1 มิ.ย. 59 ข้อหามียาเสพติ ดในครอบครองภายหลังจากการไปทำ หน้าที่ล่ามในศาลทหารของช่วงเช้ าวันดังกล่าว ทำให้จนถึงปัจจุบันจำเลยถู กควบคุมตัวภายในเรือนจำในค่ ายทหารมา แล้วกว่า 14 เดือน แต่คดียังสืบพยานโจทก์ปากแรกไม่ เสร็จสิ้นเนื่องจากยังไม่ สามารถหาล่ามได้
ครบหนึ่งปี การตายของหมอหยองและพ.ต.ต. ปรากรมความยุติธรรมที่เงียบงัน
วันที่ 23 ต.ค. 2558 พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ได้เสียชีวิตภายในเรื อนจำโดยแถลงการณ์กรม ราชทัณฑ์ระบุเหตุจากการผู กคอตนเอง โดยสภาพห้องขังเป็นกำแพงปิดทึ บทั้งสี่ด้านไม่สามารถมองเห็ นจากภายนอกได้ หากไม่เปิดประตู พร้อมทั้งระบุว่าจะมีการส่ งศพไปชันสูตรพลิกศพที่สถาบันนิ ติเวชและตั้งคณะกรรมการสอบข้ อเท็จจริง กรณีดังกล่าว ต่อมา 9 พ.ย. 58 แถลงการณ์กรมราชทัณฑ์ได้ ออกมาระบุว่า สุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหย่อง เสียชีวิตแล้ว เนื่องจากระบบหายใจไหลเวียนโลหิ ตล้มเหลวจากติดเชื้อในกระแสโลหิ ต เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2558 ซึ่งทั้งสองกรณีเป็นการ ตายระหว่างการควบคุมตัวของเจ้ าหน้าที่จึงจำเป็นต้องมีการชั นสูตรพลิกศพและไต่ สวนการตายตามมาตรา150 ประมวลกฎหมายวิธีพิ จารณาความอาญา อย่างไรก็ตามศูนย์ทนายความเพื่ อสิทธิมนุษยชนมีข้อสังเกตว่าข้ อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลจากทางภาครัฐด้านเดี ยว บุคคลอื่นไม่สามารถเข้าร่ วมตรวจสอบความโปร่งใสได้ และญาติของผู้ตามทั้งสองรายไม่ ได้เข้าร่วมกระบวนการชันสูตรพลิ กศพตามกฎหมาย รวมถึงไม่มีพิธีศพตามศาสนาซึ่ งผิดปกติวิสัยของสังคมเป็น อย่างมาก ทำให้จนถึงปัจจุบันซึ่ งครบรอบการตายหนึ่งปีของบุคคลทั้ งสองแล้วแต่สาเหตุการตายของบุ คคลทั้งสองภาย ใต้ความควบคุมของเจ้าหน้าที่ยั งคงเป็นที่เคลือบแคลงของสังคม
ศาลปกครองรับฟ้องเพิกถอนเรื อนจำหลังยื่นฟ้อง 11 เดือน : ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คื อความอยุติธรรม
9 ธ.ค. 58 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุ ษยชนได้ยื่นฟ้องรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม ขอให้เพิกถอนคำสั่ง กระทรวงยุติธรรมที่ 314/2558 เรื่อง กำหนดอาณาเขตเรือนจำชั่ วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ซึ่งเป็นคำสั่งตั้งเรือนจำ ชั่วคราวขึ้นในพื้นที่ทหาร เนื่องจากเห็นว่าคำสั่งจัดตั้ งเรือนจำนั้นมีเนื้อหาที่มี ความหมายไม่แน่นอนที่บุคคลทั่ วไปจะ เข้าใจอันขัดต่อพระราชบัญญัติวิ ธีปฏิบัติราชการทางปกครอง การจัดตั้งเรือนจำจากเหตุ ผลทางการเมืองเป็นคำสั่งที่ ออกโดยไม่สุจริต ขัดต่อหลักความเสมอภาคตามรั ฐธรรมนูญ และรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมใช้ ดุลพินิจไม่สอดคล้องกับ ความพอสมควรแก่เหตุ โดยหวังว่าศาลปกครองจะเข้ามามี ส่วนตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้ ในทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองเพิ่งมีคำสั่งรับคำฟ้ องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 59 โดยขั้นตอนต่อไปศาลจะดำเนิ นการส่งคำฟ้องให้ผู้ถูก ฟ้องคดีทำคำให้การ กระบวนการตรวจสอบการใช้ อำนาจของเจ้าหน้าที่เพิ่งเริ่ มต้นหลังการรับฟ้อง ศาลปกครองใช้ เวลา 11 เดือนในการมีคำสั่งรับฟ้องหลั งจากยื่นคำฟ้องดังกล่าว นับเป็นความล่าช้ าในการตรวจสอบการกระทำหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่รัฐอีกทางหนึ่ง
กว่าจะได้มา…สถิติของผู้ต้องขั งและเจ้าหน้าที่เรือนจำชั่ วคราวแขวงถนนนครไชยศรี
8 มี.ค. 59 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุ ษยชนยื่นขอสถิติผู้ต้องขั งและเจ้าหน้าที่เรือนจำชั่ วคราวแขวงถนน นครไชยศรีต่อเรือนจำพิเศษกรุ งเทพ ต้นสังกัดของเรือนจำชั่วคราวแต่ ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพได้ปฏิ เสธที่จะให้ข้อมูล ดังกล่าวต่อศูนย์ทนายความฯด้ วยเหตุ “ข้อมูลดังกล่าวมีผลกระทบต่ อความมั่นคงของรัฐและเป็นข้อมู ลข่าวสารส่วน บุคคลตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่ าวสารของราชการพ.ศ.2540” ศูนย์ทนายความจึงยื่นอุทธรณ์ถึ งคณะกรรมการข้อมูล ข่าวสารของราชการว่าข้อมูลที่ ขอให้มีการเปิดเผยนั้นเป็นเพี ยงสถิติเท่านั้น จึงไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล และเรือนจำ ชั่วคราว มทบ.11 ยังขาดความโปร่งใส การปฏิเสธให้ข้อมูลซึ่งเป็นข้ อมูลทั่วไปยิ่งทำให้สังคมเกิ ดความหวาดกลัว การ เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็ นการทำให้สามารถตรวจสอบอำนาจรั ฐได้และประกันสวัสดิภาพของผู้ต้ องขังว่าจะไม่ถูกคุมขัง เป็นการลับ การเปิดเผยข้อมูลย่อมเป็ นประโยชน์ต่อสังคมและหน่วยงานรั ฐมากกว่า ต่อมา 29 ก.ค. 59 คณะกรรมการ ข้อมูลข่าวสารของราชการจึงมี คำวินิจฉัยให้เรือนจำพิเศษกรุ งเทพเปิดเผยข้อมูลจำนวนผู้ต้ องขัง ฐานความผิด และ จำนวนผู้คุมภายในเรือนจำชั่ วคราวแขวงถนนนครไชยศรีต่อศูนย์ ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เรือนจำพิเศษกรุงเทพ จึงได้ส่งข้อมูลดังกล่าวต่อศู นย์ทนายความฯ
สถิติผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ เรือนจำชั่ วคราวแขวงถนนนครไชยศรี
หลังจากคณะกรรมการข้อมูลข่ าวสารมีคำวินิจฉัย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุ ษยชนได้รับข้อมูลจากเรือนจำ พิเศษกรุงเทพระบุว่าตั้งแต่วั นที่ 14 ก.ย.58 – 8 มี.ค.59 เรือนจำชั่ วคราวแขวงถนนนครไชยศรีมี
- จำนวนผู้ต้องขังและเคยถูกคุมขั งทั้งหมด จำนวน 47 คน
- จำนวนพลเรือนที่เป็นผู้ต้องขั งหรือเคยถูกคุมขัง จำนวน 45 คน
- จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้ ต้องขังหรือเคยถูกคุมขัง จำนวน 2 คน
- จำนวนผู้คุมของเรือนจำชั่ วคราวแขวงถนนนครไชยศรี จำนวน 6 คน
- จำนวนเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รั บการแต่งตั้งเป็นผู้คุมพิเศษ จำนวน 80 คน
โดยฐานความผิดของผู้ต้องขังที่ เคยถูกคุมขังทั้งหมดได้แก่
- ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่ นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ ได้ไว้ในความครอบครองโดยฝ่าฝื นกฎหมาย และใช้วัตถุ ระเบิดที่นายทะเบียนไม่ อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ในการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น
- พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ
- ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ นำเข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ
- ลักทรัพย์
- ปล้นทรัพย์ ผิดต่อหน้าที่
- ปล้นทรัพย์ พยายามฆ่า
- ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ห้ามมั่ วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีอาวุธปืนและ เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุ ญาตให้มีอาวุธปีน
ข้อสังเกตศูนย์ทนายความเพื่อสิ ทธิมนุษยชนต่อสถิติผู้ต้องขั งและผู้คุม
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุ ษยชนมีข้อสังเกตต่อสถิติดังกล่ าวดังต่อไปนี้
1) สถิติดังกล่าวเป็นการควบคุ มภายใน “เรือนจำชั่ วคราวแขวงถนนนครไชยศรี” ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลทหารบกที่ 11 เท่านั้น การคุมขังในเรือนจำดังกล่าวจึ งต้องเป็นผู้ต้องหาหรื อจำเลยในคดีอาญาแล้ว จำนวนดังกล่าวจึงไม่รวมกับ บุคคลซึ่งเคยถูกควบคุมตั วตามกฎอัยการศึก คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58 หรือคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/59 ซึ่งให้อำนาจ เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวบุ คคลได้ไม่เกินเจ็ดวัน
2) สถิติเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งถูกตั้ งเป็นผู้คุมพิเศษตามพระราชบัญญั ติราชทัณฑ์พ.ศ.2479 ซึ่งสูงถึง 80 คน เทียบกับผู้คุมซึ่ง เป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เพียง 6 คน แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ านอกจากพื้นที่เรือนจำจะตั้งอยู่ ในค่ายทหารแล้ว เรือนจำดังกล่าวอยู่ ภายในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ ทหาร
3) จากการเก็บข้อมูลของศูนย์ ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนพบว่ ามีบุคคลถูกควบคุมตัวในเรื อนจำแห่งนี้ใน 4 คดี คือ คดีระเบิดราชประสงค์ คดีมาตรา 112 กรณีหมอหยอง คดีเตรียมป่วนระเบิด bike for dad คดีปล้นปืนวังบูรพา รวมผู้ ต้องขัง 16 ราย แสดงว่ายังมีจำนวนผู้ต้องขั งคดีความมั่งคงอีกหลายรายซึ่งถู กคุมขังโดยบุคคลทั่วไปไม่รับรู้ ข้อมูล
4) บุคคลที่ถูกควบคุมตัวในเรื อนจำแห่งนี้มีทั้งคดีที่ต้องขึ้ นสู่การพิจารณาคดีในศาลทหารดั งจะเห็นได้จากความผิดตาม มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับอาวุธ และความผิดฐานฝ่าฝื นประกาศและคำสั่งคสช. และคดี ที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลยุติ ธรรมเช่นคดีปล้นทรัพย์ คดีลักทรัพย์ คดียาเสพติดในกรณที่ไม่ได้เกี่ ยวโยงกับฐาน ความผิดที่ต้องขึ้นสู่การพิ จารณาคดีของศาลทหาร
5) จากฐานความผิดที่ใช้ในการควบคุ มตัวบุคคลในเรือนจำแห่งนี้นั้ นเป็นฐานความผิดซึ่งโดยปกติแล้ วเรือนจำในสังกัด กรมราชทัณฑ์ก็สามารถควบคุมผู้ต้ องหาหรือจำเลยในคดีต่างๆเหล่านั้ นได้ และผู้ต้องขังในคดีความผิดดั งกล่าวส่วน ใหญ่ก็ถูกควบคุมตัวในเรื อนจำปกติ การพิจารณาว่าคดีใดเป็นความผิ ดต่อความมั่นคงจึงไม่ได้คำนึ งจากฐานความ ผิดหรือพื้นที่กระทำความผิด แต่เป็นการใช้ดุลพินิจของเจ้ าหน้าที่โดยแท้ซึ่งไม่มีหลั กเกณฑ์ใดมารองรับการใช้ ดุลพินิจดังกล่าว
หนึ่งปีสองเดือนที่จัดตั้งเรื อนจำดังกล่าวข้อเท็จจริงที่ ปรากฏว่าผู้ต้องขัง 2 ใน 47 รายตายระหว่างการควบคุม ตัวของเจ้าหน้าที่โดยสาเหตุ ชวนสงสัย การเข้าถึงทนายความที่ยากลำบาก และผู้ต้องขังร้องเรียนว่ามี การทรมานเกิดขึ้น แม้ไม่มีเรือนจำดังกล่าวเจ้าหน้ าที่ทหารยังคงอำนาจควบคุมพลเรื อนได้ถึงเจ็ดวัน เป็นคำถามต่อสังคมว่าเราจำเป็ นต้อง จัดควบคุมพลเรือนในค่ายทหาร โดยเจ้าหน้าที่ทหาร 80 นาย ในนามของ”กระบวนการยุติธรรม”อยู่ หรือไม่
แสดงความคิดเห็น