พลเมืองต่อต้าน Single Gateway เพื่อเสรีภาพและความยุติธรรม #opsinglegateway 

นางรสนา ออกมาสั่งสอน ป.ป.ช. แล้วนะ
ทำตามคำสั่งหล่อนด้วย

#KamhaengTeam
..........................
โดย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า... “ป.ป.ช.อย่าแค่สร้างวาทกรรมไม่ทนต่อการคอร์รัปชั่น” โดยระบุว่า

ป.ป.ช.เคยออกสโลแกนชักชวนประชาชนร่วมมือในการต่อต้านการคอร์รัปชั่น เช่น “ให้ประชาชนเป็นหูเป็นตาทั่วนาทั่วไร่” และ “เราจะไม่ทนต่อการคอร์รัปชั่นอีกต่อไป (Zero tolerance)” แต่กับกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ กลับเชื่องช้า จนประชาชนตั้งข้อสงสัยว่ากำลังหาทางถ่วงเวลาให้ยืดยาวออกไป ใช่หรือไม่

ต้องชื่นชมเพจ CSI LA ที่สนองนโยบาย ป.ป.ช. ด้วยการเป็นศูนย์กลางระดมข้อมูลจากประชาชนเพื่อค้นหาภาพนาฬิกาและบรรดาแฟนพันธุ์แท้นาฬิกาหรูช่วยกันไขข้อมูลว่าเป็นรุ่นอะไร ราคาเท่าไหร่ด้วยนั้น ถือว่าเป็นการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพกว่าการทำงานของ ป.ป.ช. การพบนาฬิกาหรูถึง 19 เรือน มูลค่า 29,623,000ล้านบาท คงทำให้ ป.ป.ช.ปิดคดีนี้ยากขึ้นและเป็นไปไม่ได้

ไหนๆ ป.ป.ช.จะปิดคดีเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติไม่ได้แล้ว ก็จะขอเสนอ ป.ป.ช. เพื่อการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็คือ ให้ ป.ป.ช.ขอความร่วมมือจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส่งนาฬิกาทุกเรือนตามที่ปรากฏในรูปภาพจากเพจ CSI LA และขอให้กรมศุลกากรตรวจดูว่านาฬิกาเหล่านั้นมีการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ และใครเป็นเจ้าของกันแน่ นาฬิกาหรูเหล่านี้ย่อมมี serial number ว่าใครเป็นผู้ซื้อมือแรก และเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

การตรวจสอบนี้ไม่น่าจะยากนัก เพราะนาฬิกาเริ่ดหรูราคาแพงแบบนี้ คงมีไม่กี่เรือนในประเทศไทย

ขอให้ดูเอกสารของกรมศุลกากรเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2560 (ดูภาพประกอบ) ด่านศุลกากรที่สนามบินสุวรรณภูมิพบหญิง 2 คนสวมใส่นาฬิกาหรูยี่ห้อ Patex Philippe และ Audemars Piguet ซึ่งไม่ได้เสียภาษี และไม่สำแดงเอกสารสิ่งของต้องสำแดงเพื่อเสียภาษี เมื่อถูกด่านศุลกากรตรวจพบ ต้องถูกยึดของกลางและถูกปรับ จึงยอมระงับคดีกับด่านศุลกากร โดยยอมให้ยึดของกลางให้ตกเป็นของแผ่นดิน

ข้อเสนอนี้ หาก ป.ป.ช.ไม่ดำเนินการ ก็มีคำถามว่า กรมศุลกากรสามารถขอตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ ประวิตรเองได้ไหมว่านำเข้ามาโดยเสียภาษีแล้วหรือไม่ เหมือนกรณีที่ดาราซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงมาโพสต์ลงไอจี ก็ยังถูกกรมศุลกากรตรวจสอบว่าเสียภาษีแล้วหรือไม่ หากมีการตรวจสอบนาฬิกาหรูจากมุมการเสียภาษี ก็อาจจะพบความจริงอีกด้านหนึ่งว่าใครเป็นผู้ซื้อ จะได้ทราบว่า พล.อ ประวิตรซื้อเอง หรือยืมจากผู้ใดกันแน่?

ถ้า ป.ป.ช.จะรักษาชื่อเสียงในฐานะองค์กรปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ก็สมควรดำเนินการอย่างแข็งขันให้สมกับที่ออกสโลแกนเชิญชวนประชาชนไม่ทนต่อการคอร์รัปชั่น และให้ร่วมมือเป็นหูเป็นตาทั่วนาทั่วไร่อย่างแท้จริง

ป.ป.ช.อย่าเพียงแต่สร้างวาทกรรมให้คนอื่นทำตาม แต่ขอให้ใช้อำนาจตามหน้าที่ของตนให้สมกับเป็นองค์กรปราบปรามคอร์รัปชั่นแห่งชาติ จะได้ไม่ถูกประชาชนที่จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนให้องค์กรของท่านตำหนิได้ว่า เลี้ยงท่านเสียข้าวสุกข้าวสารเปล่าๆ ใช่หรือไม่!?!

รสนา โตสิตระกูล
11 ม.ค. 2561

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.