หญิงอินเดียสู้ชีวิต ขึ้นมะพร้าวทั้งชุดส่าหรีหารายได้เสริม
ที่อินเดียหรือในอีกหลายประเทศ เมื่อเอ่ยถึงการขึ้นต้นมะพร้าว ก็มักจะถูกมองว่าเป็นงานของผู้ชายเท่านั้น อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีผู้หญิงอินเดียจำนวนไม่น้อยที่พยายามหาเลี้ยงชีพด้วยการทำงานนี้ เช่น ภารตี หญิงม่ายวัย 37 ปี ที่รัฐทมิฬนาฑู เธอเล่าว่างานขึ้นต้นมะพร้าวไม่ใช่งานที่หนักหนาสาหัสเกินไปสำหรับผู้หญิง แม้ชุดส่าหรีที่สวมใส่อยู่จะเป็นอุปสรรคอยู่บ้างก็ตาม


มาเลเซียปลดเจ้าหน้าที่ ตม. หลังแกล้งทำคอมพิวเตอร์เสียช่วยต่างชาติลักลอบเข้าเมือง
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซีย สั่งปลดเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง 15 คน หลังถูกกล่าวหาว่าแกล้งทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ในการตรวจสอบหนังสือเดินทางเสียหลายครั้ง เพื่อช่วยให้ชาวต่างชาติจำนวนหนึ่งเดินทางเข้าประเทศได้ โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
ดาโต๊ะ เสรี ซากิบ กุสมี ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียเปิดเผยว่า นอกจากการไล่ออกเจ้าหน้าที่ 15 คนดังกล่าวแล้ว จะมีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่อีก 65 คน ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่แล้วทางการมาเลเซียเปิดเผยว่า ได้ลงมือสอบสวนกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์ของท่าอากาศยานหลายแห่งเกิดขัดข้อง โดยสำนักข่าวเบอร์นามารายงานอ้างคำพูดของผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ระบุว่า ระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการตรวจคนเข้าเมืองมีปัญหามาตั้งแต่ปี 2553 โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าระบบคอมพิวเตอร์ใช้งานได้ไม่ดีพอ ขณะที่ระบบไบโอเมตริกที่ใช้ตรวจสอบและสแกนลายนิ้วมือ มูลค่า 10.3 ล้านริงกิต (เกือบ 90 ล้านบาท) ก็ไม่ได้มีการติดตั้งและนำมาใช้ตามจุดผ่านแดนหลายแห่ง
(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ)


เอฟทีเอ ว็อทช์ จี้กระทรวงพาณิชย์เปิดเผย-ทบทวนข้อมูลก่อนเสนอตัวเข้าร่วมทีพีพี
กระทรวงพาณิชย์หารือร่วมกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์) และภาคประชาสังคมที่ติดตามเรื่องผลกระทบจากการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และเรื่องการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือทีพีพี โดยฝ่ายประชาสังคมขอให้ผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจของประเทศเปิดเผยข้อมูลและตัดสินใจโดยคำนึงถึงทั้งผลดีและผลเสีย ด้านตัวแทนกระทรวงพาณิชย์รับข้อห่วงกังวลไว้พิจารณา
น.ส. กรรณิการ์ กิจติเวชกุล ผู้ประสานงานเอฟทีเอ ว็อทช์ กล่าวกับบีบีซีไทย ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญกลุ่มฯ มาหารือ ในฐานะที่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และพบว่าที่ผ่านมารัฐไม่ได้รับฟังผลกระทบจากกลุ่มต่าง ๆ อย่างรอบด้าน
“จะต้องมีการชี้แจงในระดับนโยบายว่าหากไทยเข้าร่วมทีพีพี สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างหนึ่งก็คือการจำต้องยอมรับระยะเวลาผูกขาดตลาดยาเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 1-10 ปี ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเองประเมินว่า จะต้องเตรียมงบประมาณรองรับตั้งแต่ 2,835 – 288,266 ล้านบาทต่อปี แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของไทย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเตรียมการรองรับอย่างไร และหากเปรียบเทียบกับผลประโยชน์ที่จะได้รับซึ่งสถาบันปัญญาภิวัฒน์ ศึกษาพบว่าจะทำให้จีดีพีของประเทศเพิ่มขึ้น 0.77% เท่านั้น”
ทั้งนี้ เอฟทีเอ ว็อทช์ ได้เรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ได้ทบทวนเรื่องนี้ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรม การนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในวันจันทร์หน้า นอกจากนี้จะต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนเพื่อให้สังคมและแวดวงวิชาการได้ร่วมตรวจสอบ และในระหว่างนี้ให้หยุดกระบวนการแก้กฎหมาย ประกาศและระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ฯลฯ เอาไว้ก่อน
ด้านนายวินิจฉัย แจ่มแจ้ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ทางกระทรวงฯ รับเรื่องที่เป็นข้อกังวลไว้พิจารณาทั้งหมด ส่วนจะนำเสนอต่อที่ประชุมกนศ.ในวันจันทร์หน้าหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ไม่อาจตอบได้ ‪#‎TPP‬
(ภาพประกอบจากคลังภาพ)


เผยประชากรโลกกว่า 45 ล้านคน ตกเป็นเหยื่อการใช้แรงงานทาส
ผลการศึกษาของมูลนิธิ Walk Free Foundation ในออสเตรเลีย ซึ่งจัดทำดัชนีสถานการณ์แรงงานทาสทั่วโลก (Global Slavery Index ) ประจำปีนี้เผยว่า มีผู้ใหญ่และเด็กกว่า 45 ล้านคนทั่วโลก ยังคงตกเป็นเหยื่อการใช้แรงงานทาสยุคใหม่ ซึ่งเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อสองปีก่อน ถึงร้อยละ 28 โดยสองในสามของคนกลุ่มนี้อยู่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
จากการสำรวจพบว่า อินเดียมีจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อการใช้แรงงานทาสสูงสุดของโลกที่ 18.35 ล้านคน อันดับรองลงมายังคงเป็นประเทศในเอเชีย ได้แก่จีน ปากีสถาน บังกลาเทศ และอุซเบกิซสถาน ตามลำดับ ส่วนเกาหลีเหนือมีกรณีการบังคับใช้แรงงานทาสมากครั้งที่สุด และรัฐบาลเกาหลีเหนือมีการตอบสนองเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานทาสต่ำสุด โดยเกาหลีเหนือยังคงเป็นประเทศเดียวในโลก ที่ไม่ได้กำหนดให้การใช้แรงงานทาสเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ในส่วนของประเทศไทยนั้น ผลการสำรวจพบว่า มีจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อการใช้แรงงานทาสยุคใหม่อยู่ราว 425,500 คน โดยเฉพาะในภาคการประมงและการค้าบริการทางเพศ ส่วนรัฐบาลไทยมีการตอบสนองแก้ไขปัญหานี้ในระดับ B คือได้คะแนนในช่วง 40-49.9 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน
คณะผู้จัดทำดัชนีสถานการณ์แรงงานทาสทั่วโลก ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศในยุโรป ซึ่งมีคะแนนการจัดการแก้ไขปัญหาแรงงานทาสที่ดีอยู่แล้ว ให้ดำเนินการกวดขันมากขึ้น โดยไม่สนับสนุนสินค้าที่ผลิตจากแรงงานทาสในต่างประเทศด้วย
ทั้งนี้ ดัชนีสถานการณ์แรงงานทาสทั่วโลก จัดทำขึ้นโดยการสัมภาษณ์แหล่งข้อมูล 42,000 คน ใน 167 ประเทศ เพื่อประเมินถึงความรุนแรงของสถานการณ์แรงงานทาสและการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลชาติต่าง ๆ โดยการสำรวจครั้งนี้ได้นิยามถึงการบังคับใช้แรงงานทาสยุคใหม่ว่า หมายถึงสถานการณ์ที่บังคับให้บุคคลไม่สามารถผละจากการใช้แรงงานได้ เนื่องจากการข่มขู่ หลอกลวง หรือการใช้ความรุนแรงต่าง ๆ เช่นกรณีแรงงานทาสในเรือประมง ผู้ช่วยแม่บ้านที่ถูกกักขังทุบตีโดยไม่ได้รับค่าแรง หรือผู้ที่ถูกบังคับค้าประเวณี



กู้ภัยญี่ปุ่นยังค้นหาเด็กชายหลงป่าต่อเป็นวันที่ 4 พ่อเด็กเผยเสียใจลงโทษลูกแบบไม่เหมาะสม
การค้นหาเด็กชายยามาโตะ ทาโนะโอกะ วัย 7 ปีซึ่งหายตัวไปในป่าบนเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น ยังคงดำเนินต่อไปเป็นวันที่ 4 แล้ว หลังพ่อแม่ทิ้งเด็กชายยามาโตะไว้กลางป่าแห่งนี้เพื่อเป็นการลงโทษ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจได้ขยายพื้นที่การค้นหาให้กว้างขวางออกไปอีก โดยใช้สุนัขดมกลิ่นเข้าช่วยและใช้ม้าในการเดินทางเข้าถึงพื้นที่ป่าลึก อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายต่างวิตกถึงความปลอดภัยของเด็กชายยามาโตะ ซึ่งถูกทิ้งไว้ในป่าที่มีหมีอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ทั้งไม่มีน้ำหรืออาหารติดตัว ส่วนอุณหภูมิของป่าในช่วงกลางคืนก็ต่ำเพียงราว 7 องศาเซลเซียสเท่านั้น
นายทาคายูกิ ทาโนะโอกะ บิดาของเด็กชายยามาโตะ กล่าวว่ารู้สึกเสียใจอย่างมากถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูก และเสียใจที่สร้างปัญหาให้หลายคนต้องมาพลอยลำบากไปด้วย แต่ยังคงหวังว่าลูกจะปลอดภัย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า กำลังพิจารณาตั้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีฐานประมาทละเลยแก่พ่อแม่ของเด็กชายยามาโตะอยู่
ด้านบรรดาผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในญี่ปุ่น ต่างแสดงความโกรธเคืองต่อผู้ปกครองของเด็กชายยามาโตะ ที่ลงโทษลูกด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม โดยหลายคนแสดงความเห็นว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไป จนดูคล้ายการละเมิดมากกว่าการลงโทษตามปกติ บ้างก็ว่า การที่เด็กชายยามาโตะใช้ก้อนหินขว้างปารถ จนพ่อแม่ต้องลงโทษโดยแกล้งทิ้งไว้ในป่าครู่หนึ่งจนเด็กเกิดหายตัวไปนั้น แสดงถึงการที่เด็กไม่ได้รับการดูแลสั่งสอน และไม่ได้รับความรักความอบอุ่นอย่างเพียงพอ


น้ำท่วมฉับพลันที่เยอรมนี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย
เหตุน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี ทำให้บ้านเรือนและสะพานหลายแห่งถูกทำลายเสียหาย ทั้งมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เมืองบราวน์บาค ประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่ เพราะน้ำท่วมพัดพาดินโคลนซัดเข้าทับถมบ้านเรือนหลายสิบหลัง และรถที่จอดอยู่หลายคัน ทำให้อาคารต่าง ๆ มีความเสี่ยงที่จะพังถล่มลงมา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินราว 7,000 นาย ได้ออกให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว โดยมีการประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นที่ราว 1 ล้านยูโร

เจอโรม บัวเต็ง “เศร้าใจ” นักการเมืองเยอรมนีพูดเหยียดผิว
เจอโรม บัวเต็ง นักฟุตบอลเชื้อสายกานาของทีมชาติเยอรมนี กล่าวว่า กรณีที่รองหัวหน้าพรรคทางเลือกเยอรมนี (AfD) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวาที่ชูนโยบายต่อต้านผู้อพยพและศาสนาอิสลาม แสดงความเห็นว่าชาวเยอรมันส่วนใหญ่ไม่อยากเป็นเพื่อนบ้านกับเขานั้น เป็นคำพูดที่ “น่าเศร้าใจ”
บัวเต็ง ซึ่งมีบิดาเป็นชาวกานาและมารดาชาวเยอรมัน กล่าวว่าเขาดีใจและภูมิใจที่เป็นคนเยอรมันและได้ร่วมทีมชาติเยอรมนี เขาเชื่อว่าตนเองผสมกลมกลืนเข้ากับสังคมที่นี่เป็นอย่างดี
ด้านแฟนบอลทีมชาติเยอรมนีได้ชูแผ่นป้ายให้กำลังใจบัวเต็ง ในการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมชาติเยอรมนีกับสโลวาเกียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (29 พ.ค.) ขณะที่โฆษกของนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล กล่าวว่า คำพูดดังกล่าวของนายอเล็กซานเดอร์ เกาลันด์ รองหัวหน้าพรรค AfD เป็นคำพูดที่ “เลวร้าย”
ทั้งนี้ คำพูดเชิงเหยียดผิวของนายเกาลันด์ ได้จุดกระแสไม่พอใจอย่างรุนแรงในเยอรมนี ซึ่งภายหลังเจ้าตัวระบุว่า คำพูดดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงทัศนคติส่วนตัวของเขา ขณะที่หัวหน้าพรรค AfD ได้ออกมากล่าวขออภัย อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ นักการเมืองสังกัดพรรค AfD อีกคนได้ออกมาโจมตี เมซุต โอซิล นักเตะชื่อดังชาวเยอรมันซึ่งมีเชื้อสายตุรกี จากกรณีที่โอซิลโพสต์ภาพที่เขาไปแสวงบุญในนครเมกกะผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยกล่าวหาว่า การกระทำดังกล่าวของโอซิล เป็นการ “ส่งสัญญาณว่าไม่รักชาติ”
พรรค AfD ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน โดยชูนโยบายต่อต้านการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากชาวเยอรมันที่ไม่พอใจต่อการที่ผู้อพยพหลั่งไหลเข้าเยอรมนีและนโยบายเปิดรับผู้อพยพของนางแมร์เคิล โดยเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา พรรคได้ประกาศดำเนินนโยบายต่อต้านศาสนาอิสลามอย่างเปิดเผย โดยชี้ว่า “อิสลามไม่ใช่ส่วนหนึ่งของเยอรมนี”


หน่วยกู้ภัยญี่ปุ่นยังค้นหาเด็กชายหลงป่าไม่พบ ตำรวจเล็งตั้งข้อหาพ่อแม่ฐานประมาทละเลย
การค้นหาเด็กชายยามาโตะ ทาโนะโอกะ วัย 7 ปี ซึ่งหายตัวไปในป่าบนเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น ยังคงดำเนินต่อไปเป็นวันที่ 4 แล้ว หลังพ่อแม่ทิ้งเด็กชายยามาโตะไว้กลางป่าแห่งนี้เพื่อเป็นการลงโทษ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจได้ขยายพื้นที่การค้นหาให้กว้างขวางออกไปอีก โดยใช้สุนัขดมกลิ่นเข้าช่วยและใช้ม้าในการเดินทางเข้าถึงพื้นที่ป่าลึก
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายต่างวิตกถึงความปลอดภัยของเด็กชายยามาโตะ ซึ่งถูกทิ้งไว้ในป่าที่มีหมีอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ทั้งไม่มีน้ำหรืออาหารติดตัว ส่วนอุณหภูมิของป่าในช่วงกลางคืนก็ต่ำเพียงราว 7 องศาเซลเซียสเท่านั้น
นายทาคายูกิ ทาโนะโอกะ บิดาของเด็กชายยามาโตะ กล่าวว่ารู้สึกเสียใจอย่างมากถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูก และเสียใจที่สร้างปัญหาให้หลายคนต้องมาพลอยลำบากไปด้วย แต่ยังคงหวังว่าลูกจะปลอดภัย ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า กำลังพิจารณาตั้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีฐานประมาทละเลยแก่พ่อแม่ของเด็กชายยามาโตะอยู่
ด้านบรรดาผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในญี่ปุ่น ต่างแสดงความโกรธเคืองต่อผู้ปกครองของเด็กชายยามาโตะ ที่ลงโทษลูกด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม โดยหลายคนแสดงความเห็นว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไป จนดูคล้ายการละเมิดมากกว่าการลงโทษตามปกติ บ้างก็ว่า การที่เด็กชายยามาโตะใช้ก้อนหินขว้างปารถ จนพ่อแม่ต้องลงโทษโดยแกล้งทิ้งไว้ในป่าครู่หนึ่งจนเด็กเกิดหายตัวไปนั้น แสดงถึงการที่เด็กไม่ได้รับการดูแลสั่งสอน และไม่ได้รับความรักความอบอุ่นอย่างเพียงพอ


French railway workers are to go on strike as unions continue to protest against planned labour reforms.
This is expected to further disrupt a transport network already suffering from a shortage of fuel.
French President Francois Hollande has insisted he will not back down over the reforms, which aim to make it easier to recruit and dismiss employees.
Public sector workers in neighbouring Belgium are also going on strike on Tuesday over budget cuts.
The national strike there will see police officers, teachers and some civil servants join train drivers and prison guards, who are already on strike.
As well as budget cutbacks, the unions are protesting against changes to working hours and a rise in the retirement age.
http://www.bbc.co.uk/news/world-europe-36414892

ไฟไหม้คลังอาวุธอินเดีย มีผู้เสียชีวิตนับสิบราย
เกิดเหตุไฟไหม้คลังเก็บอาวุธของกองทัพอินเดียในเมืองปุลกาออน รัฐมหาราษฏระ ทางตะวันตกของประเทศอินเดีย ทั้งยังเกิดเหตุระเบิดตามมาอีกหลายครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว 17 ราย รวมถึงทหาร 2 นาย และผู้บาดเจ็บอีก 19 ราย
รายงานข่าวระบุว่าเหตุเกิดขึ้นช่วงเช้าวันนี้ (31 พ.ค.) และไฟลุกลามทั่วคลังอาวุธอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องอพยพประชาชนราว 1,000 คนซึ่งอาศัยในหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะตามมาจากเหตุระเบิดและไฟไหม้ แต่ยังไม่อาจระบุสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ได้
ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้คลังอาวุธของกองทัพอินเดียมาแล้วหลายครั้ง โดยเมื่อปี 2553 เกิดไฟไหม้คลังอาวุธใหญ่ที่สุดในเมืองพานาการ์ ทางตะวันออกของอินเดีย แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่ปี 2550 ไฟไหม้ที่คลังอาวุธใกล้หมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐแคชเมียร์ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 25 ราย

ศาลจังหวัดเลยตัดสินจำคุก 2 นายทหาร เหตุบุก-ทำร้ายร่างกายชาวบ้านต้านเหมืองทองคำ
วันนี้ ศาลจังหวัดเลย ตัดสินจำคุก พล.ท.ปรเมษฐ์ ป้อมนาค และพ.ท.ปรมินทร์ ป้อมนาค ในความผิดอาญาข้อหาทำร้ายร่างกาย กักขัง หน่วงเหนี่ยว ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จากเหตุการณ์บุกทำลายเครื่องกีดขวางและทำร้ายร่างกายชาวบ้านซึ่งต่อต้านการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดเลย โดยลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 12 เดือน และ 1 ปี 12 เดือนตามลำดับ
เหตุการณ์ที่นำมาสู่การฟ้องร้องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2557 ในพื้นที่บ้านหนองนาบง อ.วังสะพุง จ.เลย กลุ่มชายชุดดำราว 200 คนได้เข้ามาในชุมชน ทำลายกำแพงกั้นทางเข้า-ออกเหมืองของชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดผู้คัดค้านการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด เพื่อขนถ่ายแร่ และมีการควบคุมตัวชาวบ้านบางส่วน ข่มขู่ และทำร้ายร่างกาย ต่อมา วันที่ 11 พ.ย. 2557 พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ฟ้องร้อง พล.ท.ปรเมษฐ์ ป้อมนาค และพ.ท.ปรมินทร์ ป้อมนาค จำเลย ในความผิดอาญาข้อหาทำร้ายร่างกาย กักขัง หน่วงเหนี่ยว ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีนายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ กับชาวบ้านอีก 9 คน เป็นโจทก์ร่วม
หลังคำตัดสิน จำเลยทั้งสองได้ยื่นประกันตัวเพื่ออุทธรณ์ต่อไป
วันเดียวกันนี้ ศาลจังหวัดเลย ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด เป็นโจทก์ฟ้องนายสมัย ภักดิ์มี ประธานสภาอบต.เขาหลวง และนายกองลัย ภักดิ์มี ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาหนองบงหมู่ที่ 3 เป็นจำเลย ในข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเกี่ยวกับการก่อสร้างซุ้มประตูและติดป้าย ‘หมู่บ้านนี้ไม่เอาเหมือง’ คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้องเพราะคดีไม่มีมูล แต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ โดยวันนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
น.ส. ส รัตนมณี พลกล้า ซึ่งเป็นทนายความของจำเลยคดีหลังระบุว่า คดีนี้ศาลยกฟ้อง 2 ศาล จึงคาดว่าคดีน่าจะถึงที่สุด อย่างไร ต้องรอดูต่อไปว่าโจทก์จะฎีกาหรือไม่
เหตุการณ์ต่อต้านเหมืองของชาวบ้าน วังสะพุง จ.เลย ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี โดยชาวบ้านส่วนหนึ่ง เชื่อว่าได้รับผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองดังกล่าว และเริ่มรวมตัวกันต่อต้าน และคัดค้านการดำเนินกิจการของเหมืองทองดังกล่าวโดยทางเหมืองได้หยุดดำเนินกิจการชั่วคราว ตั้งแต่ปี 2557
สำหรับบรรยากาศการอ่านคำพิพากษาทั้ง 2 คดี มีชาวบ้านที่ร่วมต่อต้านเหมืองทองมาฟังคำตัดสินราว 150 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังดูแลความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ช่วงเช้า
ภาพ: บรรยากาศชาวบ้านที่เดินทางมาฟังคำพิพากษาและการรักษาความปลอดภัย เช้านี้


ตัวประกันชาวญี่ปุ่นในซีเรียขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล พร้อมระบุว่าเป็น “โอกาสครั้งสุดท้าย”
นายฟุมิโอะ คิชิดะ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการเผยแพร่ภาพผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่นซึ่งถูกกลุ่มติดอาวุธในซีเรียจับเป็นตัวประกันผ่านสื่อออนไลน์เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยนายคิชิดะเชื่อว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพของนายจุมเป ยาสุดะ ผู้สื่อข่าวที่ถูกกองกำลังอัล-นูสรา แนวร่วมเครือข่ายอัล-เคดาในซีเรีย จับตัวไปตั้งแต่เดือน ก.ค.2558 พร้อมย้ำว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือนายยาสุดะ
ภาพดังกล่าวเป็นภาพนายยาสุดะที่มีหนวดเครายาว ถือป้ายขอความช่วยเหลือโดยระบุว่านี่คือโอกาสครั้งสุดท้าย และเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา มีการเผยแพร่วิดีโอซึ่งนายยาสุดะกล่าวหาว่ารัฐบาลญี่ปุ่นเพิกเฉย ไม่ยอมช่วยเหลือตน
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเคียวโดของญี่ปุ่นรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้ประสานงานของกลุ่มอัล-นูสรา ให้ข้อมูลว่าหากรัฐบาลญี่ปุ่นไม่ยอมเจรจาต่อรองด้วย ทางกลุ่มจะส่งตัวนายยาสุดะไปให้แก่กองกำลังติดอาวุธรัฐอิสลาม (IS)
ทั้งนี้ เมื่อปี 2558 กลุ่มไอเอสในซีเรียได้ก่อเหตุฆ่าตัดศีรษะตัวประกันชาวญี่ปุ่น 2 ราย ได้แก่ นายเคนจิ โกโตะ ผู้สื่อข่าวสงคราม และนายฮารุนะ ยูคาวะ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นไม่พยายามช่วยเหลือพวกเขา

เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธล้มเหลว
แหล่งข่าวในรัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยข้อมูลว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธในทะเลฝั่งตะวันออกของประเทศเมื่อวานนี้ (30 พ.ค.) แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และยังไม่อาจระบุได้ว่าขีปนาวุธที่ยิงทดสอบเป็นประเภทใด ขณะที่แหล่งข่าวในกองทัพเกาหลีใต้ระบุเพิ่มเติมว่าการยิงทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น โดยเป็นการยิงจากฐานทัพในฝั่งตะวันออก ใกล้กับเมืองวอนซอน
การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง “มูซูดาน” ล้มเหลวเมื่อเดือน เม.ย. และสำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานว่าการทดสอบยิงรอบใหม่ของเกาหลีเหนืออาจเป็นการทดสอบยิงขีปนาวุธมูซูดานครั้งที่4 ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน และตามทฤษฎีแล้ว ขีปนาวุธดังกล่าวจะต้องยิงได้ไกลถึงญี่ปุ่นหรือเกาะกวม
สถานการณ์ในภูมิภาคทวีความตึงเครียดขึ้นนับตั้งแต่เกาหลีเหนือทดสอบโครงการนิวเคลียร์เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งยังมีการทดสอบยิงขีปนาวุธเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง โดยเป็นการละเมิดข้อตกลงของสหประชาชาติ ซึ่งห้ามเกาหลีเหนือเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีด้านขีปนาวุธทุกประเภท
นอกจากนี้ ในการประชุมสภาเกาหลีเหนือที่ผ่านมา นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ ได้ยื่นข้อเสนอที่จะเจรจาทางการทหารกับเกาหลีใต้ แต่รัฐบาลเกาหลีใต้ปฏิเสธ โดยระบุว่าข้อเสนอดังกล่าวไม่มีความจริงใจ เพราะในการประชุมครั้งเดียวกันนี้ ผู้นำคิมได้ประกาศว่าจะเดินหน้าโครงการอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป
ที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีเหนืออ้างว่าคิดค้นเทคนิคใหม่ขึ้นได้มากมาย รวมถึงการผลิตหัวรบนิวเคลียร์ขนาดเล็กเพื่อใช้ติดตั้งกับขีปนาวุธ แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากไม่มั่นใจว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง

ศาลยกฟ้องคดีพลทหารตายที่ค่ายกาวิละ
วันนี้ 31 พ.ค.ศาลแพ่งรัชดาอ่านคำพิพากษาความแพ่ง คดีระหว่างนางสายสุดา ศรีเอื้องดอย โจทก์ กับ กระทรวงกลาโหม จำเลยที่ 1 กองทัพบก จำเลยที่ 2 และ สำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 3 ในข้อหาละเมิด และเรียกค่าเสียหายจากกรณีที่ พลทหารสมชาย ศรีเอื้องดอย เสียชีวิตระหว่างประจำการที่ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ คดีนี้ศาลได้พิพากษายกฟ้องโดยชี้ว่าคำชี้แจงของเจ้าหน้าแพทย์ฝ่ายจำเลยมีน้ำหนักน่าเชื่อถือได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตจากปอดอักเสบเนื่องจากไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่การถูกซ้อ
พลทหารสมชาย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2557 ระหว่างประจำการที่ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ โดยก่อนหน้านั้น ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 28 ม.ค. จากอาการไอ เจ็บคอ เหนื่อย หอบ เจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลกาวิละ ตรวจสอบอาการแล้ว เห็นว่ามีอาการหนัก เข้าใจว่ามีอาการติดเชื้อ จึงส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเทพปัญญา จังหวัดเชียงใหม่ แต่พลทหารสมชายเสียชีวิตในวันต่อมา
ทั้งนี้ ญาติของพลทหารสมชายติดใจสงสัยในการตาย โดยระบุว่าระหว่างวันที่ 21-23 มกราคม 2557 ผู้ตาย ได้แจ้งกับญาติทางโทรศัพท์ว่าถูกซ้อมทรมานโดยเจ้าหน้าที่ทหาร 3 นาย ลงโทษด้วยการใช้ปี๊บคลุมศีรษะ ใช้อาวุธตีที่ศีรษะ แผ่นหลัง หน้าอก จำนวน 20 ครั้ง แพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ ผลการชันสูตรพลิกศพ ระบุว่า ร่างกายไม่มีบาดแผล สาเหตุการตาย ติดเชื้อไข้หวัดนก ปอดอักเสบ และระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาลเทพปัญญา จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า มีคนไข้ติดเชื้อไข้หวัดจำนวน 20 ราย แต่มีพลทหารสมชายฯ เสียชีวิตเพียงผู้เดียว
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2558 นางสายสุดา มารดา ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทหารผู้กระทำละเมิดต่อศาลแพ่ง โดยเรียกค่าเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิต ร่างกายหรือจิตใจ เป็นเงิน 5,000,000 บาท ค่าปลงศพ เป็นเงิน 300,000 บาท โดยทางจำเลยได้จ่ายไปแล้วเป็นเงิน 40,000 บาท และค่าขาดไร้อุปการะและค่าขาดแรงงานในครอบครัว โดยนางสายสุดา มีพลทหารสมชายเพียงผู้เดียวที่ทำมาหาเลี้ยงครอบครัว โดยคิดเป็นเงินเดือนละ 30,000 บาทต่อเดือนจนนางสายสุดาอายุถึง 95 ปี เป็นเวลา 35 ปี คิดเป็นเงิน 12,600,000 บาท
วันนี้ ศาลชี้ว่าการตายของพลทหารสมชายเป็นผลโดยตรงจากอาการปอดอักเสบจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ พยานฝ่ายจำเลยเป็นแพทย์ผู้ให้การรักษาจึงมีน้ำหนักที่น่ารับฟัง ขณะที่พยานฝ่ายโจทก์เป็นเพียงพยานบอกเล่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าพลทหารสมชายเสียชีวิตจากอาการปอดอักเสบจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ไม่ได้เกิดจากการถูกทำร้ายอันเป็นการละเมิดแต่อย่างใด พร้อมทั้งพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ทหารได้แสดงให้เห็นว่าได้ใช้ความระมัดระวังต่อพลทหารสมชายซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเพียงพอแล้วจึงไม่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยละเว้นอันเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงแต่อย่างใด จำเลยทั้ง 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ กรณีจึงไม่ต้องวินิจฉัยในประการต่อไปว่าค่าเสียหายมีเพียงใด พิพากษายกฟ้อง
(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ)


สหรัฐฯอนุญาตให้ฝังนักบินหญิงในสงครามโลกครั้งที่สอง ที่สุสานทหารแห่งชาติ
ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ ลงนามรับรองกฎหมายที่ให้นักบินหญิงชาวอเมริกันที่เคยรับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่สอง มีสิทธิ์ฝังศพที่สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน หลังมีการต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธินี้มายาวนาน
สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน ในรัฐเวอร์จิเนีย เป็นที่ฝังศพอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทหารหาญและวีรชนของชาติ ซึ่งความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ทำให้นักบินหญิงจากหน่วย Women Airforce Service Pilots (WASP) มีสิทธิ์ฝังศพที่สุสานแห่งนี้เท่าเทียมกับทหารผ่านศึกคนอื่น ๆ
เมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นักบินหญิงหน่วย WASP ร่วมภารกิจรับใช้ชาติในฐานะพลเรือน โดยได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจที่ไม่ใช่การสู้รบ อย่างไรก็ตาม พวกเธอได้รับการฝึกฝนให้ขับเครื่องบินทหาร และกินนอนอยู่ในค่ายทหารไม่ต่างไปจากทหารชายคนอื่น ๆ
ในสงครามครั้งนั้น มีนักบินหญิงหน่วย WASP เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ไป 38 คน แต่ด้วยความที่พวกเธอมีสถานะเป็นพลเรือนจึงไม่ได้รับสิทธิในการจัดพิธีศพแบบทหาร และครอบครัวก็ไม่ได้รับบำเหน็จหรือความช่วยเหลือใด ๆ จากกองทัพ ส่วนนักบินคนอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้รับการเชิดชูเกียรติ หรือได้รับสถานะทหารผ่านศึกเมื่อกองทัพเลิกว่าจ้างพวกเธอ
นักบินหญิงกลุ่มดังกล่าวจึงรวมตัวกันเรียกร้องสิทธิของตนเอง จนในที่สุดอดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ ได้ลงนามในกฎหมายเมื่อปี ค.ศ. 1977 ให้พวกเธอได้รับการปฏิบัติเยี่ยงทหารผ่านศึก และให้มีสิทธิ์ได้ฝังศพที่สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน อย่างไรก็ตาม กองทัพได้เปลี่ยนนโยบายดังกล่าวอย่างลับ ๆ เมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้ครอบครัวของนักบินหญิงหน่วย WASP เคลื่อนไหวทวงสิทธิ์ผ่านทางเว็บไซต์ Change ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก และทำให้เรื่องนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ส่งผลให้นักบินหญิงกลุ่มนี้ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวกลับคืนมาอีกครั้ง
http://www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-36316118

น้ำท่วมเยอรมนีหลังฝนกระหน่ำช่วงสุดสัปดาห์ ทำบ้านเรือนเสียหายหนัก มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย
เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงและหน่วยฉุกเฉินราว 7,000 นายในเยอรมนี ออกปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ หลังเกิดฝนตกกระหน่ำในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. ทำให้เกิดน้ำท่วมสูง สะพานและบ้านเรือนจำนวนมากถูกทำลายเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย
เมื่อวันที่ 30 พ.ค. รัฐบาลท้องถิ่นในรัฐรัฐบาเดน-เวือร์ทเทมแบร์กของเยอรมนี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักที่สุด สั่งระงับการเดินเรือในแม่น้ำเน็คคาร์ ขณะที่โรงงานผลิตรถยนต์ในเมืองเน็คคาร์ซูล์มต้องปิดทำการ หลังพื้นที่โรงงานถูกน้ำท่วม ทั้งยังเกิดโคลนถล่มปิดกั้นถนนอีกหลายสาย
สื่อท้องถิ่นของเยอรมนีรายงานด้วยว่าประชาชนในเมืองเมืองบราวน์บาคถูกอพยพออกจากพื้นที่ หลังกระแสน้ำท่วมซัดจนสะพานสองแห่งพัง และบ้านเรือนหลายสิบหลังเสี่ยงจะถล่มลงมา ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐบาลประเมินว่าฝนซึ่งตกลงในพื้นที่เมื่อวันที่ 29 พ.ค.มีปริมาณเทียบเท่ากับฝนที่ตกเฉลี่ยตลอดทั้งเดือน
ขณะที่ผู้เสียชีวิต 4 ราย ได้แก่ เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงที่พยายามเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุน้ำท่วม แต่ไม่สำเร็จ ทำให้ทั้งคู่เสียชีวิต ทั้งยังมีเด็กหญิงถูกรถชนขณะหาที่หลบฝน และชายอีกคนหนึ่งซึ่งติดอยู่ในโรงรถใต้ดินที่ถูกน้ำท่วมฉับพลัน

จีนห้ามนักเรียนฉีกหนังสือปลดปล่อยความเครียดก่อนสอบ
สำนักงานการศึกษาเมืองเซี่ยเหมิน ในมณฑลฝูเจี้ยนของจีน ออกกฎห้ามเด็กนักเรียนฉีกตำราเรียนหรือร้องตะโกนตามโถงทางเดินในโรงเรียน เพื่อปลดปล่อยความเครียดจากการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่กำลังจะมีขึ้นในเร็ว ๆนี้
คำสั่งครั้งนี้มีขึ้นเพียง 10 วันก่อนที่นักเรียนจีนเกือบ 10 ล้านคนทั่วประเทศจะเข้าสอบวัดความรู้เข้ามหาวิทยาลัย หรือที่เรียกว่า “เกาเข่า” ซึ่งจัดขึ้นทุกปีเป็นเวลา 2 วัน โดยสำนักงานการศึกษาเมืองเซี่ยเหมิน แนะนำให้โรงเรียนปล่อยให้เด็กนักเรียนผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีการที่เหมาะสมและดีต่อสุขภาพมากกว่านี้ ขณะที่หนังสือพิมพ์ China Youth Daily แนะนำว่า โรงเรียนควรแนะแนวด้านจิตวิทยาแก่เด็ก ๆ
สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี ระบุบนหน้าเว็บไซต์ว่า ปัจจุบันเด็กนักเรียนมักปลดปล่อยความเครียดก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ฉีกตำราเรียนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วปาทิ้งลงมาจากตึกเรียน หรือไม่ก็ร้องตะโกนให้กำลังใจตัวเอง ผลสำรวจความเห็นของเว็บไซต์ Sina ของจีนพบว่า ผู้ใช้ 51% ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งห้ามฉีกหนังสือเรียนครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของเด็ก แต่บางส่วนก็เห็นด้วย เพราะมองว่าการฉีกหนังสือทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรโดยไม่จำเป็น
ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่า นักเรียนจีนมองว่าการสอบ “เกาเข่า” เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิต เพราะผลการสอบจะเป็นตัวชี้ชะตาอนาคตของพวกเขา อย่างไรก็ตาม การสอบระบบนี้ถูกวิจารณ์ว่า ทำให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนแบบยัดเยียดความรู้มากเกินไปและเรียนแบบท่องจำ ขณะเดียวกันข้อสอบที่ยากและการแข่งขันที่สูงก็สร้างความเครียดอย่างหนักให้เด็กนักเรียน จนบางครั้งทำให้เกิดโรคซึมเศร้า หรือแม้แต่การฆ่าตัวตาย

ศาลจังหวัดกำแพงเพชรพิพากษาจำคุกจำเลยคดีแอบอ้างสมเด็จพระเทพฯ เป็นความผิดฐานหมิ่นสถาบัน
ศาลจังหวัดกำแพงเพชรนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีของนายกิตติภพ และนายวิเศษ (สงวนนามสกุล) เมื่อวานนี้ 30 พ.ค. ซึ่งถูกกล่าวหาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และการสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ พิพากษาโทษจำคุกจำเลยคนละ 3 ปี 8 เดือน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า คดีนี้กลุ่มจำเลยสี่คนคือนายกิตติภพ นายวิเศษ นางอัษฎาภรณ์และนายนพฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) ถูกกล่าวหาว่าได้ร่วมกันปลอมเอกสารหนังสือราชการของสำนักราชเลขานุการ กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้นำไปอ้างแสดงต่อเจ้าอาวาสวัดไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมกับผู้เสียหายอีกหลายคน และยังมีการกล่าวอ้างว่าสามารถที่จะทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มาร่วมในพิธีของวัดได้ โดยมีการกล่าวอ้างแสดงตนว่าเป็นหม่อมหลวง พร้อมเรียกเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ จากผู้เสียหาย ต่อมา ทางเจ้าอาวาสวัดไทรงามได้ให้ตัวแทนเข้าแจ้งความดำเนินคดี จำเลยทั้งสี่ได้ทยอยถูกควบคุมตัวในช่วงเดือนส.ค. 58
ศาลได้อ่านคำพิพากษาในส่วนของนายกิตติภพและนายวิเศษ โดยพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ความผิดข้อหาสวมเครื่องแบบของเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ ให้ลงโทษจำคุก 4 เดือน และความผิดข้อหาร่วมกันปลอมเอกสารราชการ ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี รวมโทษจำคุก 7 ปี 4 เดือน แต่จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุกคนละ 3 ปี 8 เดือน
ศูนย์ทนายฯ ระบุด้วยว่า ในการนัดสอบคำให้การครั้งแรก นพฤทธิ์และทนายความได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้น ในประเด็นสถานะของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีว่าเป็นบุคคลตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือไม่ แต่ศาลได้ให้ยกคำร้องฉบับนี้ โดยระบุว่าชั้นนี้ยังไม่มีเหตุสมควรวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมาย
ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 บัญญัติบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองประกอบด้วยพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ในส่วนคดีของจำเลยอีกสองรายคือนางอัษฎาภรณ์และนายนพฤทธิ์ ที่ยังต่อสู้คดี พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่ต่อศาลจังหวัดกำแพงเพชรมาเมื่อวันที่ 27 เม.ย.59 โดยคำฟ้องในคดีใหม่นี้เขียนในลักษณะเดียวกันกับคำฟ้องในคดีเดิม แต่ไม่ได้มีการฟ้องในข้อหาสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 146 เหมือนในคดีแรก โดยศาลได้นัดพร้อมและสอบคำให้การในคดีใหม่นี้ในวันที่ 6 มิ.ย.59
(ภาพประกอบจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน)

ศิลปินเนรมิตภาพแมวตัวโปรดที่ตายแล้ว ให้กลายร่างเป็นพุ่มไม้ประดับสวน
นายริชาร์ด ซอนเดอร์ส ศิลปินชาวอังกฤษ นำภาพของเจ้า "ทอลลี่" แมวตัวโปรดพันธุ์รัสเซียนบลูของเขาซึ่งตายไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มาทาบลงในภาพทิวทัศน์ และดัดแปลงให้มันดูเหมือนพุ่มไม้ประดับสวนที่ตัดแต่งให้เป็นรูปแมวในอิริยาบถที่น่ารักต่าง ๆ กัน
ภาพชุดดังกล่าวของนายซอนเดอร์ส ได้รับการเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก และมีผู้เข้าชมแล้วกว่า 3 ล้านคน โดยมีคนจำนวนมากเข้าใจผิด คิดว่ามีสวนที่พุ่มไม้ได้รับการตัดแต่งเป็นรูปแมวดังกล่าวอยู่จริง
ทั้งนี้ นายซอนเดอร์สได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานดังกล่าว จากการพบพุ่มไม้ลักษณะคล้ายก้อนเมฆในสวนสาธารณะเมืองบีคอนส์ฟีลด์ที่เขาอาศัยอยู่ ซึ่งเขามองว่าพุ่มไม้นี้สามารถจะตกแต่งให้เป็นรูปร่างอื่น ๆ ได้ง่าย
(ผู้อ่านสามารถคลิกเข้าชมภาพเพิ่มเติมได้ในลิงก์ด้านล่าง)


หุ่นยนต์รำไท้เก๊ก
นักศึกษามหาวิทยาลัยครุศาสตร์โจวโข่ว ที่มณฑลเหอหนานของจีน ประดิษฐ์หุ่นยนต์สองตัวที่สามารถรำไท้เก๊ก (ไทชิ) ได้อย่างถูกต้องงดงามเหมือนมืออาชีพ ทั้งยังสามารถเต้นรำตามทำนองเพลงฮิตของจีนได้ด้วย โดยหุ่นยนต์ทั้งสองตัวนี้มีน้ำหนักตัวละ 2 กิโลกรัม และสูงเพียง 35 เซ็นติเมตร



ผอ.สวนสัตว์แถลงย้ำ จำต้องยิงกอริลลาเพื่อช่วยชีวิตเด็ก ไม่มีทางเลือกอื่น
นายเธน เมย์นาร์ด ผู้อำนวยการสวนสัตว์เมืองซินซินเนติ ในสหรัฐฯ กล่าวปกป้องการตัดสินใจยิงปลิดชีพ “ฮารัมเบ” กอริลลาเพศผู้พันธุ์หายากเพื่อช่วยชีวิตเด็กชายวัย 4 ขวบ ที่ปีนรั้วกั้นแล้วพลัดตกลงไปในที่อยู่อาศัยของกอริลลา ย้ำเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว เพราะกอริลลามีอาการตื่นตกใจและทำเด็กน้อยเจ็บตัว
นายเมย์นาร์ด กล่าวว่า เป็นเรื่องง่ายที่ผู้คนจะพูดว่าสวนสัตว์ควรใช้วิธีอื่น หลังจากที่เหตุการณ์จบลงแล้วและเด็กชายปลอดภัย แต่ผู้ที่วิจารณ์เช่นนี้ไม่เข้าใจถึงธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทนี้ และอันตรายที่เด็กน้อยกำลังเผชิญอยู่
ภาพวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวเผยให้เห็น ฮารัมเบ ลากเด็กชายไปมาในคูน้ำภายในที่อยู่อาศัยของกอริลลา นายเมย์นาร์ด ชี้ว่า แม้ฮารัมเบจะไม่ได้พยายามกัดทำร้ายเด็ก แต่ตัวมันเองก็อยู่ในอาการสับสนตื่นตกใจ และต้องการจับหนูน้อยเอาไว้ ขณะเดียวกันฝูงชนที่ส่งเสียงกรีดร้องยิ่งทำให้มันตื่นตกใจยิ่งขึ้น
เจฟฟ์ คอร์วิน นักชีววิทยาชาวอเมริกันเผยกับบีบีซีว่า เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะกอริลลาเป็นสัตว์ที่มีพละกำลังมาก และมากกว่ามนุษย์ผู้ชายที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ 6-8 เท่า ดังนั้นการยิงลูกดอกยาสลบกับสัตว์ใหญ่เช่นนี้จะต้องใช้เวลาหลายนาทีกว่าที่ยาจะออกฤทธิ์ และต้องยิงลูกดอกยาสลบหลายลูก ซึ่งนั่นอาจจะไม่ทันการณ์
ด้านครอบครัวของเด็กชายให้สัมภาษณ์กับสื่อในสหรัฐฯว่า หนูน้อยปลอดภัยดีแล้ว พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ที่เข้าไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และว่าพวกตนทราบดีว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากของสวนสัตว์ และเจ้าหน้าที่ต่างเสียใจกับการสูญเสีย ฮารัมเบ ซึ่งเป็นกอริลลาพันธุ์หายากไป
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความไม่พอใจให้กับผู้คนจำนวนมาก โดยกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียร่วมกันเข้าชื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ปกครองเด็กที่ละเลยไม่ยอมดูแลบุตรอย่างใกล้ชิด จนต้องสังเวยด้วยชีวิตของฮารัมเบ


 เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนชุมชนดูนสาด ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น กรณีโรงเรียนจัดโครงการ “ทหารน้อยลูกแม่ฟ้าหลวง” ให้เด็กชั้นอนุบาลแต่งชุดทหารเข้าร่วมกิจกรรมทุกวันพฤหัสบดี เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นระเบียบ และมีจิตสาธารณะบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการร่วมเก็บขยะบริเวณโรงเรียน และมีนักวิชาการและอาจารย์ต่างได้ออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีนักเรียนระดับชั้นอนุบาล ต้องแต่งชุดทหารมาโรงเรียนในวันพฤหัสบดีเป็นประจำทุกสัปดาห์

ด้านนายประจักษ์  จันทร์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนดูนสาด ได้แสดงสีหน้าเป็นกังวลอย่างมากในการตกเป็นข่าวครั้งนี้ กล่าวว่า ตนเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งในปี 56 แต่โครงการ “ทหารน้อยลูกแม่ฟ้าหลวง”มีมาก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นผู้อำนวยการของโรงเรียน ฉะนั้นตนจึงได้สั่งการให้ฝ่ายวิชาการค้นหาเอกสารโครงการดังกล่าวว่าเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่อย่างไร ถ้าทุกอย่างไม่ผิดระเบียบข้อบังคับใดๆ อีกทั้งชุมชนในพื้นที่เห็นด้วย ก็อาจจะดำเนินโครงการนี้ต่อไป เพียงย้ายจากวันพฤหัสบดีมาใส่ชุดทหารน้อยในวันพุธแทน เนื่องจากทุกวันพุธระดับชั้นประถมศึกษาจะแต่งกายชุดลูกเสืออยู่แล้ว ก็ให้น้องอนุบาลได้แต่งเป็นทหารน้อยรอไปก่อนจนได้เลื่อนชั้นถึงระดับประถมศึกษา

ด้านนางศิริพร  พินิจมนตรี อายุ 27 ปี อาชีพทำนา อยู่บ้านเลขที่ 102 ม.2 บ.โนนสวรรค์ ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ผู้ปกครองของเด็กหญิงจิรพรรณ  พินิจมนตรี อายุ 5ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 กล่าวว่า ทุกวันพฤหัสบดีตนต้องแต่งชุดทหารน้อยให้กับลูกสาวตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน โดยเครื่องแบบนี้เป็นกางเกงลายทหารขายาว และเสื้อลายทหารแขนยาว พร้อมกับมีผ้าพันคอสีฟ้าขอบตะเข็บสีแดงซึ่งวันเปิดภาคเรียนใหม่ทางโรงเรียนได้จำหน่ายให้แก่เด็กทุกๆคน ราคาชุดละ 100 บาท

นางศิริพร กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกสงสารลูกมากที่ต้องได้แต่งเป็นชุดทหารเสื้อแขน-กางเกงแขนยาวอย่างนี้ เพราะอากาศทางภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่นของเราอากาศร้อนจัด ลูกสาวของตนพอกลับถึงบ้านก็ต้องรีบถอนเครื่องแบบชุดทหารน้อยออกพร้อมบ่นว่าร้อนมาก และตนก็ไม่เคยเห็นโรงเรียนไหนเขาให้เด็กนักเรียนแต่งชุดทหารกัน ยิ่งตำบลดูนสาดมีแต่ป่า ตนก็รู้สึกว่าแปลกๆอยู่เช่นกัน แต่ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี


source :- http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1464600717


Facebook Live ถ่ายทอดสดทาง Facebook ให้ดูดียิ่งขึ้น ทำอย่างไร
ผู้ใช้ facebook หลายท่านคงเคยเห็นดาราคนดังใช้ facebook ในการ Livestream ถ่ายทอดสดกิจกรรมของตัวเอง หรือสถานีโทรทัศน์บางช่องก็เริ่มรายงานข่าวแบบถ่ายทอดสดกันแล้ว ซึ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา facebook เปิดให้คนทั่วไปที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ Livestream บน facebook แล้วด้วย เลยมาดูขั้นตอนการทำ Livestream กัน ก่อนที่เราจะได้ใช้เองจริงๆในเร็วๆนี้


เริ่มจากหยิบ iPhone ของคุณเข้าแอพ facebook แล้วเข้าหน้าโพสต์ facebook ตามปกติ ตรงใต้ช่องเขียนข้อความจะพบไอคอนใหม่ดังรูปด้านบนนี้ คือไอคอนสำหรับ Livestream ถ่ายทอดสดนั่นเอง หากไม่มีก็รอจนกว่า facebook จะปล่อยไอคอนนี้ (ตอนนี้พวกคนดังๆส่วนใหญ่จะมีไอคอนนี้หมด) หากมี..ก็แตะที่ไอคอนใหม่นี้ได้เลย


จากนั้นแตะที่ Continue จากนั้นตั้งชื่อเรื่องที่จะถ่ายทอดสด และเลือกความเป็นส่วนตัวว่าจะเผยแพร่เฉพาะกลุ่มไหน เช่นกลุ่มเพื่อนทั้งหมด กลุ่มสาธารณะ หรือเฉพาะกลุ่มที่เรากำหนดขึ้นเอง  เมื่อตั้งชื่อเรื่องเสร็จเรียบร้อยแล้วก็แตะที่ Go Live เพื่อเริ่ม Livestream ถ่ายทอดสดทาง facebook เลย


แอพก็จะนับถอยหลัง 3 , 2 , 1 เริ่มถ่ายทอดสดแล้ว ซึ่งจะส่ง notification เพื่อนๆ ให้มาชมถ่ายทอดสดของเราโดยอัตโนมัติ อย่างไรสิ่งที่ต้องเตรียมคือ ทำหน้าตาสวยๆหล่อๆ คำพูดหรือรูปแบบกิจกรรมถ่ายทอดสดไว้ด้วย


ระหว่างถ่ายทอดสดคุณสามารถดูจำนวนผู้ชมถ่ายทอดสดได้ และสามารถ Like เพื่อนๆที่แสดงความเห็นในช่วงระหว่างถ่ายทอดสดได้ด้วย


หากคุณจบกิจกรรมถ่ายทอดสดแล้ว ก็แตะที่ Finish เมื่อถ่ายทอดสดเสร็จสิ้น


วีดีโอการถ่ายทอดของคุณก็จะถูกบันทึกไว้ในส่วน Video ส่วนตัวบนเว็บไซต์ facebook ของเรา และสามารถตั้งค่าให้บันทึกวีดีโอที่ถ่ายทอดสดเมื่อสักครู่นี้ลงเครื่องได้ด้วย

ตอนนี้ฟีเจอร์การถ่ายทอดสดบน facebook ตอนนี้ใช้ได้เฉพาะ iOS และ เฉพาะคนที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา กับคนที่เป็นดารา ศิลปินคนดัง หรือเจ้าของเพจสถานีเพจเว็บไซต์ หรือเพจข่าวต่างๆ แต่ฟีเจอร์นี้ facebook จะปล่อยให้คนทั่วโลกได้ใช้ในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ รอลุ้นกันว่าคนไทยจะได้ใช้ฟีเจอร์นี้หรือเปล่า …

UPDATE : ล่าสุด ในประเทศไทยเปิดให้คนทั่วไปสามารถใช้ facebook live ได้แล้ว ทั้ง iOS และ Android แต่เปิดทั้งบน facebook page ที่คุณเป็นเจ้าของเพจทุกเพจ และบนบัญชีส่วนตัวบางราย ซึ่งจะทะยอยเปิดให้ใช้จนครบทุกคน

นอกจากนี้ยังสามารถอ่านต่อได้อีกพร้อมชมวีดีโอวิธีการจัดถ่ายทอดสดด้วย Facebook Live ที่บทความ Facebook Live ถ่ายทอดสดทาง Facebook ให้ดูดียิ่งขึ้น ทำอย่างไร


ข้อมูลจาก cnet


“กกต.”เตรียมยกเครื่องพนักงานสืบสวนเล็งแก้กฎหมายขยายอำนาจเท่า ตร. รับมือเลือกตั้งปี 60
http://www.matichon.co.th/news/154112
รัฐธรรมนูญมีชัยขยายอำนาจให้ กกต.อยู่แล้วครับ ถ้าทำความเข้าใจระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวตามมาตรา 91-94 ประกอบอำนาจ กกต.ตามมาตรา 224-226
อธิบายง่ายๆ ระบบเลือกตั้งมีชัย ถ้าพรรค ก. ส่งสมัคร 350 เขต แล้วได้คะแนนเสียงรวมทุกเขต = 40% ของผู้มาใช้สิทธิ ก็จะได้ ส.ส.ทั้งประเทศ = 200 คน โดยดูว่าได้ ส.ส.เขตเท่าไหร่ สมมติได้ 175 คนก็จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่ม 25 คน
ระบบนี้ดูเหมือนเป็นธรรม คล้ายกับระบบเยอรมันบัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่บวรศักดิ์เคยคิด แต่ข้อแตกต่างคือ เมื่อ กกต.มีอำนาจสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครไว้ 1 ปีตามมาตรา 224(4) หรือยื่นคำร้องต่อศาลให้แจกใบแดงตามมาตรา 226 สิ่งที่แตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ และต่างจากระบบเยอรมันของบวรศักดิ์คือ กกต.มีอำนาจตัดคะแนนพรรคไปด้วย เนื่องจากคะแนนพรรคกับตัวบุคคลผูกติดกัน
งั้นย้อนดูใหม่ พรรค ก.ส่งสมัคร 350 เขต ถ้าโดน กกต.ใช้อำนาจระงับสิทธิเลือกตั้งเสีย 50 เขต ก็ไม่ใช่แค่ตัวผู้สมัคร แต่รวมถึงคะแนนพรรคด้วย พรรคนั้นจะได้คะแนนเสียงแค่ 300 เขตเท่านั้น แม้ชาวบ้านอยากเลือกพรรคก็ทำไม่ได้ เพราะตัวบุคคลโดนไปแล้ว
คะแนนรวมที่จะมาคิด ส.ส.ทั้งประเทศ ก็ลดลง จากที่ควรจะได้ 40% ก็อาจเหลือแค่ 32% เป็นต้น จำนวน ส.ส.จะหดวูบจาก 200 เหลือ 160 เท่านั้น
หลังเลือกตั้ง ยังมีโอกาสโดนใบแดงอีก เมื่อโดนใบแดง คะแนนพรรคจะเปลี่ยน ตามที่ กรธ.อธิบายไว้ในมาตรา 93-94 สมมติพรรคได้คะแนน 32% ได้ ส.ส.ตามสัดส่วน=160 คน มาโดนใบแดงทีหลังอีก 5 คน มันไม่ได้แปลว่าเหลือ 155 คนนะครับ เพราะระบบนี้จะคิดคำนวณจำนวน ส.ส.ใหม่จากคะแนนทั้งประเทศ จากคะแนน 32% เมื่อโดนใบแดงไป 5 คน สัดส่วนคะแนนอาจเหลือแค่ 30% แปลว่าเหลือ ส.ส.แค่ 150 คน
ที่มันจะวุ่นก็คือ คะแนนสัดส่วนนี้จะเปลี่ยนเรื่อยๆ เช่นวันนี้ กกต.ส่งศาลตัดสินแจกใบแดง ส.ส.2 คน วันรุ่งขึ้นก็จะประกาศผลคะแนนใหม่ ว่าสัดส่วน ส.ส.ทั้งประเทศเปลี่ยนไปอย่างไร พรรค ก.โดน 1 คน คะแนนเหลือกี่ % พรรค ข.ไม่โดน คะแนนเพิ่มเป็นกี่ % พรรค ค.โดน คะแนนเหลือกี่ % แล้วก็จะประกาศจำนวน ส.ส. 500 คนใหม่อีกครั้ง ว่าแต่ละพรรคได้เพิ่มได้ลดเป็นเท่าไหร่
ไอ้พวกที่อยู่ท้ายบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ ก็จะได้เข้าๆออกๆ กันสนุก สมมติเลือกตั้งเสร็จ พรรค ข.ได้ ส.ส.ตามสัดส่วน140 คน มี ส.ส.เขต 102 คน ปาร์ตี้ลิสต์ 38 คน อยู่ๆมา พรรคอื่นโดนใบแดง พรรค ข. ได้เพิ่มเป็น 142 คน อยู่ๆ อีก เลือกตั้งใหม่ พรรคอื่นได้เข้ามา หรืออยู่ๆ พรรคตัวเองโดนใบแดงมั่ง ส.ส.หดเหลือ 138 คน ไอ้พวกท้ายบัญชีนี่ก็จะเดินเข้าเดินออกจากสภาเป็นว่าเล่น
จนกว่าจะครบ 1 ปี ตามที่ กรธ.เขียนไว้ในมาตรา 94 วรรคสอง รายการเก้าอี้ดนตรีจึงยุติลง ส.ส.คนไหนโดนใบแดงก็โดนไป ไม่กระทบคะแนนพรรค
สรุปง่ายๆ คือก่อนเลือกตั้ง แค่ "มีหลักฐานเชื่อได้ว่า" อำนาจ กกต.ก็สามารถระงับสิทธิผู้สมัคร ส่งผลให้ตัดคะแนนพรรคไปด้วย
หลังเลือกตั้ง กกต.ส่งศาลฎีกาแจกใบแดง แต่ไม่ใช่การพิจารณาคดีทุจริตเลือกตั้ง ทุจริต=ติดคุก เป็นแค่การเพิกถอนสิทธิ ซึ่งก็คือ "เชื่อได้ว่า" อีกนั่นละ โดยบังคับศาลฎีกาไว้ด้วยว่าให้เอาสำนวนของ กกต. ตั้งเป็นหลักไว้ในการพิจารณา (คือผิดไว้ก่อน แล้วค่อยให้มาแก้ข้อกล่าวหา)



นึกว่าเด็กอนุบาลชุมชนดูนสาด ที่ไหนได้ "เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ" ไปร้องผู้ตรวจการ ให้วินิจฉัยร่าง รธน.เรื่องเรียนฟรีถึง ม.3 และ พรบ.ประชามติห้ามแสดงความเห็น
ฟังก็เหมือนถูก แต่ขรรมลุงป้าใส่ชุด
พวกนี้คือพวก พธม.นั่นละครับเพราะเขาตั้งแง่มาตรา 178 หรือ 190 เดิม เรื่องการทำสัญญาต่างประเทศ ถ้ารัฐสภาไม่พิจารณาใน 60 วันให้ถือว่าเห็นชอบ ซึงพวก พธม.เอาไปตั้งแง่ปลุกชาตินิยม (แต่ผมไม่ยักเห็นว่ามันเป็นปัญหาตรงไหน ทีเรื่องใหญ่ๆ อย่างอำนาจตุลาการภิวัตน์ วุฒิสภามาจากแต่งตั้ง ไม่ยักค้าน พากันไปจับประเด็นจุกจิก)


นครเซี่ยงไฮ้เริ่มใช้มาตรการลงโทษคนทอดทิ้งพ่อแม่ 1 มิ.ย. นี้
ทางการนครเซี่ยงไฮ้ของจีนจะเริ่มบังคับใช้มาตรการลงโทษคนหนุ่มสาวที่ทอดทิ้งไม่ดูแลพ่อแม่และญาติที่แก่ชรา ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ โดยผู้กระทำผิดจะถูกตัดคะแนนเครดิต ซึ่งแสดงถึงความน่าเชื่อถือทางการเงิน รวมทั้งคนชราที่ถูกทอดทิ้งยังสามารถฟ้องร้องเอาผิดกับลูกหลานได้ด้วย โดยไม่จำกัดว่าผู้นั้นจะอาศัยอยู่ในบ้านพักคนชราแล้วหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นที่สงสัยกันว่า มาตรการดังกล่าวจะแก้ปัญหาการไร้คนดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากนโยบายลูกคนเดียวของจีนที่บังคับใช้มานานถึง 35 ปี และเพิ่งประกาศยกเลิกไปได้หรือไม่ โดยในนครเซี่ยงไฮ้เพียงแห่งเดียว จะมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นถึง 6 ล้านคน ภายในปี 2025 ในขณะที่สัดส่วนของประชากรคนหนุ่มสาววัยทำงานมีจำนวนน้อยกว่ามาก


กรมอุทยานฯ ขนย้ายเสือวัดหลวงตาบัวออกมาได้อีก 3 ตัวแล้ว
เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เข้าดำเนินการขนย้ายเสือโคร่งของกลาง ณ วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากที่ช่วงเช้าของวันนี้ (30 พ.ค.) ไม่สามารถเข้าไปในบริเวณวัดได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของวัดไม่ยินยอม แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯได้นำหมายตรวจยึดของกลางมาแสดง และเข้าสามารถเข้าไปในวัดได้ ในช่วงเวลาประมาณ 13.30 น.
ภารกิจขนย้ายเสือเริ่มขึ้น โดยเจ้าหน้าที่จัดการล่อเสือจำนวน 10 ตัวที่ถูกนำออกมาแสดงให้เข้ากรง เนื่องจากไม่สามารถยิงยาสลบได้เพราะเสือไม่ได้รับการเตรียมให้อดอาหาร ส่วนเสือที่ถูกขังอยู่อีก 2 ตัว ใช้วิธียิงยาสลบตามปกติ แต่กว่าเสือจะสลบและเตรียมการต่าง ๆ เสร็จสิ้นก็เป็นเวลาค่ำ ทำให้ในวันนี้เจ้าหน้าที่สามารถขนย้ายเสือออกจากวัดได้ 3 ตัว จากที่มีทั้งหมด 137 ตัว
ก่อนหน้านี้ กรมอุทยานฯได้เคลื่อนย้ายเสือโคร่งออกจากวัดป่าหลวงตาบัวไปแล้ว 5 ตัว และนำไปดูแลยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี ส่วนทางวัดป่าหลวงตาบัวได้ยื่นฟ้องกรมอุทยานฯเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยขอให้กรมอุทยานฯ ชดใช้ค่าเลี้ยงดูเสือที่ทางวัดเลี้ยงดูมากว่า 10 ปี เป็นเงินจำนวนกว่า 147 ล้านบาท




ขับเคลื่อนโดย Blogger.