'บุรินทร์ อินติน' ศาลทหารตัดสินจำคุก 10 ปี 16 เดือน ผิด ม.112

Posted: 27 Jan 2017 08:00 AM PST  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

ช่างเชื่อมชาวพะเยาถูกตัดสินจำคุก 22 ปี 8 เดือน รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง ในวันเกิดปีที่ 29 ของเขา จากการโพสต์เฟซบุ๊กและแชทกับแม่จ่านิวในคดีที่รู้จักกันว่า “จ้า” เขาถูกจับในกรณีที่ร่วม “ยืนเฉยๆ” เรียกร้องสิทธิประกันตัวให้ 8 แอดมินเพจเรารักพล.อ.ประยุทธ์ ก่อนจะมาสู่คดีนี้


27 ม.ค.2560 เวลาประมาณ 13.30 น. ศาลทหารอ่านคำพิพากษาจำคุก คดีที่นายบุรินทร์ อินติน อายุ 29 ปี อาชีพ ช่างเชื่อม ถูกกล่าวหาทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(3) โดยศาลพิพากษาให้จำคุกรวม 10 ปี 16 เดือน จากการกระทำความผิด 2 กระทง

ทั้งนี้ บุรินทร์ให้การรับสารภาพในนัดสอบคำให้การเมื่อ 24 ม.ค.ที่ผ่านมาศาลจึงนัดพิพากษาในวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอ่านคำพิพากษาไม่ปิดลับเช่นคดี 112 อื่นๆ และผู้พิพากษาอ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม โดยรายละเอียดนั้น บุรินทร์ถูกฟ้อง 2 กระทง กระทงแรกร่วมกันกระทำความผิด แชทในเฟซบุ๊กกับนางพัชนรี หนึ่งนิจ แม่ของสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักกิจกรรมทางการเมือง หรือที่สังคมเรียกกันว่าคดี “จ้า” อย่างไรก็ตาม นางพัชนรีให้การปฏิเสธและต่อสู้คดี กระทงที่สองเกี่ยวกับการโพสต์ในเฟซบุ๊ก

อย่างไรก็ดี ในคดีนี้อัยการได้ขอให้เพิ่มโทษด้วย เนื่องจากบุรินทร์เพิ่งพ้นโทษจากคดีเก่า (ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง) ไม่ถึง 5 ปี ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 92 ระบุว่า หากผู้ใดพ้นโทษจำคุกไม่ถึง 5 ปีและมีการกระทำผิดอีกในการพิพากษาลงโทษจำคุกครั้งหลังให้เพิ่มโทษแก่ผู้นั้น 1 ใน 3 ของที่ศาลกำหนด

ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลงโทษ กระทงแรก ให้จำคุก 7 ปี เพิ่มโทษอีกหนึ่งในสาม รวมเป็น 9 ปี 4 เดือน จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุก 4 ปี 8 เดือน ส่วนกระทงที่สอง ให้จำคุก 10 ปี เพิ่มโทษอีกหนึ่งในสาม รวมเป็น 13 ปี 4 เดือน จำเลยรับสารภาพลดโทษลงกึ่งหนึ่ง เหลือโทษจำคุก 6 ปี 8 เดือน รวมโทษทั้งสองกระทงเป็น จำคุก 10 ปี 16 เดือน

สำหรับความเป็นมาของคดีนี้ บุรินทร์ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 59 จากการเข้าร่วมกิจกรรม “ยืนเฉยๆ” กับกลุ่มพลเมืองโต้กลับซึ่งจัดขึ้นเพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวของจำเลยในคดี 8 แอดมิดเพจเรารักพล.อ.ประยุทธ์ หลังจากเขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลพญาไทก็มีเจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 3/2558 ควบคุมตัวออกไปจากห้องสอบสวนกลางคันโดยไม่มีใครทราบจุดหมายปลายทาง

ต่อมาวันที่ 29 เม.ย.59 พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายเสนาธิการผู้บังคับบัญชา คณะทำงานพิเศษฝ่ายกฎหมาย คสช. นำตัว บุรินทร์ อินติน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร ข้อหาตาม มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา และ มาตรา 14 (3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำส่งให้พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง รอง ผกก. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. ดำเนินคดี และบุรินทร์ถูกนำตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่ 30 เม.ย.2559 เป็นต้นมาจนปัจจุบัน เขายื่นประกันตัว 5 ครั้งแต่ศาลทหารปฏิเสธ นับจนถึงวันนี้เขาอยู่ในเรือนจำมาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน

บุรินทร์ อายุ 29 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดพะเยา จบการศึกษาชั้นป.6 และเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 14 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างร้านถ่ายรูป จนกระทั่งมายึดอาชีพเป็นช่างเชื่อมโลหกและสแตนเลส ครอบครัวมีฐานะยากจน แม่ของเขาทำไร่นา ส่วนแฟนมีอาชีพเป็นแคดดี้สนามกอล์ฟ เขาให้ข้อมูลว่า เขาเริ่มสนใจการเมืองมาตั้งแต่เด็กจากการอ่านหนังสือวิชาประวัติศาสตร์การเมือง จากนั้นจึงเริ่มต้นศึกษาเองจากการอ่านหนังสือการเมืองและท่องอินเทอร์เน็ต เขาติดตามการเมืองแต่ไม่เคยออกไปชุมนุมทางการเมืองกับฝ่ายใด แต่หลังรัฐประหารปี 2557 เขาเริ่มไปร่วมทำกิจกรรมมากขึ้น โดยเฉพาะที่หน้าหอศิลป์ เช่นการรำลึกครอบรอบการรัฐประหารวาระต่างๆ และล่าสุดคือ การออกไปเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้กับ 8 แอดมินเพจการเมืองเพจหนึ่งเนื่องจากเห็นว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หลังจากเขาถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัว มีการบังคับให้บอกรหัสเฟซบุ๊กแต่เขาไม่ได้บอก อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่ปริ๊นท์มาแสดงนั้นปรากฏข้อความการแชทแล้วซึ่งทำให้เขาประหลาดใจ อ่านเรื่องราวของเขาเพิ่มเติมที่นี่

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.