ธนาคารแห่งประเทศไทยออกนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์เปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตจากแถบแม่เหล็กเป็นชิปการ์ดทั้งหมดภายในปี 2562
คณะกรรมการระบบชำระเงิน (กรช.) ธนาคารแห่งประเทศไทยมีนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตจากระบบเดิมแม่เหล็กที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นระบบชิปการ์ดเพื่อความปลอดภัยและป้องกันการปลอมแปลงบัตรและการโจรกรรมข้อมูล โดยกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งดำเนินการเปลี่ยนบัตรเป็นแบบชิบการ์ดทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. นี้ไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2562
นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุบัตรเดิมทั้งหมดกว่า 60 ล้านใบจะทยอยเปลี่ยนเป็นระบบชิปการ์ดได้หมดภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ซึ่งไทยเป็นประเทศที่ 3 ที่เปลี่ยนมาใช้ระบบชิปการ์ด ต่อจากมาเลเซียและสิงคโปร์
นายปรีดี ดาวฉาย นายกสมาคมธนาคารไทยระบุว่าขณะนี้มีตู้เอทีเอ็มในระบบทั้งหมดประมาณ 60,000 ตู้และคาดว่าสิ้นปีนี้จะสามารถรองรับระบบชิปการณ์ได้ทั้งหมด
บีบีซีไทยสอบถามข้อมูลการเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตจากศูนย์บริการลูกค้าธนาคารกรุงเทพฯ ระบุว่า ลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนบัตรจากระบบแถบแม่เหล็กเป็นชิปการ์ด สามารถนำสมุดบัญชีและบัตรประชาชนเป็นหลักฐานในการขอบัตรใหม่ได้ โดยมีค่าธรรมเนียม 100 บาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแบบเดิมยังคงใช้ได้อยู่
ด้านศูนย์บริการลูกค้าธนาคารกรุงไทยชี้แจงว่าขณะนี้บัตรแบบเดิมยังคงใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2562 ส่วนลูกค้าที่ต้องการขอทำเอทีเอ็มหรือเดบิตแบบชิปการ์ดสามารถขอเปลี่ยนได้โดยใช้บัตรประชาชนและสมุดบัญชีเป็นหลักฐาน มีค่าธรรมเนียม 100-150 บาท แล้วแต่ประเภทของบัตร


แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.