
กกต.เปิด 5 ยุทธศาสตร์ จัดเลือกตั้งสุจริต สนองพระยุคลบาท 'ส่งเสริมคนดี สกัดคนชั่ว'
สำนักข่าวไทย รายงานเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2559 ที่ผ่านมาว่านายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปลี่ยนมาทำหน้าที่บริ หารกลางได้ดูแลเกี่ยวกั บการทำแผนการวางยุทธศาสตร์ การจั ดสรรงบประมาณและกลไกการตรวจสอบก ารทำงานให้ประสบความสำเร็จ จึงได้หารือกับหลายฝ่ายกระทั่ งมีแนวทางในการทำงานของ กกต.ในช่วง 1 ปีข้างหน้านี้ เป็นการกำหนดยุทธศาสตร์และเป้ าหมายที่เป็นรูปธรรมโดยนำแนวคิ ดเกี่ยวกับการใช้ตัวชี้วั ดในการทำงาน ว่าเมื่อทำแล้วมีความสำเร็จเพี ยงไร และสร้างหลักกิโลการตรวจสอบหรื อไมล์สโตน กำหนดเป็นห้าไมล์สโตนทุกสามเดื อนจนครบ 12 เดือน ต้องรายงานผลการทำงานว่าบรรลุ เป้าหมายหรือไม่
นายสมชัย กล่าวว่า หลังจากนั้นจะมีการวัดผลลัพธ์ที่ เกิดขึ้นว่าก่อให้เกิดการเปลี่ ยนแปลงที่จะทำให้การจัดการเลื อกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ ยงธรรมอย่างไร โดยได้ นำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็ จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสนองแนวพระยุคลบาทในตอนหนึ่ งว่า “การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่ นวายได้” ดังนั้นยุทธศาสตร์ของ กกต.จึงมุ่งไปที่การกลั่นกรองบุ คคลก่อนเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมื องด้วยการส่งเสริมคนดีให้ ปกครองบ้านเมือง ป้องกันไม่ให้คนไม่ดี คนทุจริตหรือซื้อเสียง ใช้เงินเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมื อง ซึ่งมียุทธศาสตร์สำคัญห้าเรื่อง
นายสมชัย กล่าวว่า 1 ยุทธศาสตร์การสร้างเครือข่ายป้ องกันการทุจริตเลือกตั้ง โดยร่วมมือกับเครือข่ายศูนย์ส่ งเสริมและพัฒนาประชาธิปไตยตำบล (ศส.ปชต.) เครือข่าย รด.จิตอาสา เครือข่ายลูกเสือ กกต.และเครือข่ายองค์กรเอกชน ซึ่งที่ผ่านมาเหลือเพียงไม่ถึง 25 % ถือว่าน้อยมาก ดังนั้นจึงต้องสร้างโครงสร้ างในการจั ดการและกลไกในการประสานงานเพื่ อกำหนดทิศทางให้เครือข่ายเหล่ านี้ช่วยสนับสนุ นการทำงานของกกต.ในการสอดส่องดู แลการเลือกตั้งให้เป็นไปด้ วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยตั้งเป้าว่าจะต้องมีองค์ กรเอกชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ ครบทุกจังหวัดจากเดิมในพื้นที่ ภาคใต้ไม่มีเลยและต้องครอบคลุ มทุกพื้นที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของหน่วยเลือกตั้งทั้งประเทศ
2 ยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพนักจั ดการเลือกตั้งมืออาชีพ โดยหนึ่งปีจากนี้ไปจะเตรียมบุ คลากรประมาณหนึ่งแสนคนให้เป็นผู้ ที่รู้จริง เข้าใจจริง ปฏิบัติได้จริงอย่างมืออาชีพ ซึ่งจะมีการออกประกาศนียบัตรให้ เพื่อทำหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้ งหนึ่งแสนหน่วยเป็นหลักในหน่ วยเลือกตั้ง โดยจะเป็นกลไกที่ช่วยแก้ปัญหาที่ หน่วยเลือกตั้งเคยถูกวิจารณ์ ในเชิงลบว่าทำหน้าที่ไม่ถู กระเบียบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องเกิดขึ้ นไม่เกินร้อยละ 0.01 หรือไม่เกิน 10 หน่วยจากหนึ่งแสนหน่วย
3 ยุทธศาสตร์จัดตั้งหมู่บ้ านปลอดการซื้อสิทธิขายเสียง โดยตั้งเป้าหมายก่อนการเลือกตั้ งส.ส.ในช่วงปลายปี 60 ประเทศไทยจะมีหมู่บ้านปลอดการซื้ อสิทธิขายเสียงอย่างน้อยหนึ่ งหมู่บ้านต่อหนึ่งอำเภอ เป็นการนำร่องเพื่อเป็นต้ นแบบให้แก่หมู่บ้านอื่ นในการรณรงค์ต่อต้านการซื้อสิ ทธิขายเสียงอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงที่จะมีการเลื อกตั้งเท่านั้น 4 ยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิ ภาพการอำนวยความสะดวกประชาชน โดยกำหนดให้มีการพั ฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่ ออำนวยความสะดวกและสนับสนุ นการเลือกตั้งคุณภาพ เช่น การพัฒนาแอพพลิเคชั่น ฉลาดเลือกผู้แทน ให้ข้อมูลผู้สมั ครและนโยบายพรรคการเมืองแก่ ประชาชน การพัฒนาระบบการลงทะเบียนขอใช้ สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวั ดและนอกราชอาณาจักร ตั้งเป้าหมายมีผู้ลงทะเบียนอย่ างน้อยสี่แสนคน อีกทั้งจะมีการทดลองนำร่ องการลงคะแนนเลือกตั้งทางอิ นเทอร์เน็ตสำหรับคนไทยในต่ างประเทศจำนวน 3 ประเทศ และมีการเตรียมเครื่องต้ นแบบลงคะแนนอีเล็คทรอนิกส์ แบบหน้าจอสัมผัสทัชสกรีนซึ่ งจะแล้วเสร็จภายในหกเดือนนี้
5 ยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิ ภาพสืบสวนสอบสวน การวินิจฉัย และการดำเนินคดีในศาล ซึ่งจะมีการจัดทำหลักสูตรอบรมวิ ชาชีพ พนักงานสื บสวนสอบสวนและประมวลจริ ยธรรมจำนวน 3 รุ่น รุ่นละ 110 คน รวม 330 คน เพื่อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิ ภาพรองรับกับกฎหมายที่ให้ อำนาจกกต.มากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายว่าหลังอบรมเสร็ จสำนวนคดีจากทุกจังหวัดต้ องจบในระดับจังหวัดภายใน 60 วัน สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญใหม่ จากเดิมที่เคยใช้เวลา 6-7 เดือน และการจัดทำคำวินิจฉัยต้องแล้ วเสร็จสามารถยื่นคำร้องต่อศาลก่ อนครบกำหนดได้ภายในหกเดือน โดยสิ่งที่กำหนดไม่ใช่เป็นเพี ยงแค่เรื่องของเอกสารแต่เป็นเรื่ องที่ปฏิบัติได้จริงและวัดผลลั พธ์ได้ เป็นการกำกับดูแลการทำงานที่ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
แสดงความคิดเห็น