2560 อนาคตแรงงานมืดมน เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น
Posted: 18 Jan 2017 08:03 AM PST (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)
สัมมนา 'เศรษฐกิจไทยกำลังจะดี แรงงานก็มีอนาคต' ผลปรากฏตรงข้ามทุกข้อ นักวิชาการระบุรัฐต้องปรับตัว เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น การลงทุนชะลอยาว แรงงานพัฒนาศักยภาพไม่ทันโลก รัฐไม่มีมาตรการดูแล แถมเข้าสู่สังคมสูงอายุ ด้าน ‘ศิโรฒน์’ ย้ำการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่ กระทบต่อการลงทุน
18 ม.ค. 2560 ที่โรงแรมเซนจูรี่ พาร์ค มูลนิธิพิพิธภัณฑ์ แรงงานไทยและมูลนิธิฟรีดริด เอแบร์ท(FES)จัดสัมมนาวิชาการหั วข้อ เศรษฐกิจไทยกำลังจะดี แรงงานก็มีอนาคต โดยมีวิทยากรร่วมสัมมนา 3 คน ได้แก่ รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย , รศ.ดร.กิริยา กุลกลการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,ศิโรฒม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ, และ รศ.ดร.นภาพร อติวานิชยพงศ์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ
ศิโรฒม์: ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นประเด็ นการเมือง สร้างข้อมูลเท็จโยนภาระให้ผู้ ใช้แรงงาน
ศิโรฒม์ กล่าวว่า สถานการณ์ของผู้ใช้แรงงานอยู่ ในสถานการณ์ที่แย่มากขึ้ นในรอบหลายปี และหลายเรื่องเป็นโจทย์ที่ไม่ ได้เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นเรื่ อง สวัสดิการ ค่าแรง และอำนาจการต่อรองในการใช้ แรงงาน สองปีที่ผ่านมาแรงงานอยู่ ในสภาพที่เผชิญกับแรงกดดั นของกลไกตลาดอย่างเสรี
ศิโรฒม์กล่าวถึงการเลือกตัดสิ นใจของนักธุรกิจในการลงทุนว่า โจทย์ที่บอกว่าการขึ้นค่าแรงขั้ นต่ำจะทำให้ภาคเอกชนไม่ อยากจะมาลงทุนเป็นโจทย์ที่ โอเวอร์ แต่จากเวที World Economic Forum ระบุว่า เหตุผลสำคัญอันดับต้นๆ ที่ทำให้นักธุรกิจไม่ตัดสิ นใจมาลงทุนในประเทศไทย คือ การรัฐประหาร, การคอร์รัปชัน, ระบบราชการไม่มีประสิทธิภาพ ซับซ้อน เป็นเหตุผลอันดับแรกๆ นอกจากนี้ยังเกี่ยวกับความไม่มี ความรับผิดชอบของแรงงาน อาชญากรรม โครงสร้างพื้นฐานของรัฐไม่ดี การเปลี่ยนนโยบายอย่างสับสน ซึ่งจะเห็นว่า ไม่มีเหตุผลเกี่ยวกับการขึ้นค่ าแรงขึ้นต่ำ ดังนั้น ค่าแรงขั้นต่ำไม่ใช่โจทย์ใหญ่ ในการให้คนไม่อยากมาลงทุ นในประเทศไทย
ศิโรฒม์กล่าวต่อไปอีกว่า ในช่วงสองปีหลังรัฐประหารไม่มี การขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำมานาน โดยมีการสำรวจของหอการค้า ในปี 2558 เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นหลั งปี 2560 โดยการพูดว่าการขึ้นค่าแรงขึ้ นต่ำจะทำให้เศรษฐกิจแย่ลง ซึ่งหากดูในความเป็นจริงจะพบว่า ในสองปีที่ผ่านมาไม่มีการขึ้นค่ าแรงขึ้นต่ำเลย แต่เศรษฐกิจก็ตกต่ำลง และความเชื่อมั่นภาคอุ ตสาหกรรมก็ลดลงอย่างมีปัญหา ซึ่งมีปัจจัยอย่างอื่นที่ส่ งผลมากกว่าค่าแรงขั้นต่ำมาก ในขณะเดียวกันการไม่ขึ้นค่ าแรงขั้นต่ำก็ทำให้ความเชื่อมั่ นในภาค SMEsลดน้อยลงเช่นกัน
“การพูดว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้เศรษฐกิจแย่ลง เป็นการโยนปัญหามาให้ผู้ใช้ แรงงาน “ ศิโรฒม์กล่าว
ศิโรฒน์ระบุว่า ข้อมูลจากสำนักงานปลั ดกระทรวงแรงงาน ได้ระบุถึงค่าใช้จ่ายที่ แรงงานจำเป็นต้องใช้ในปัจจุบั นว่าจะต้องมีอย่างน้อย 361.93 บาท ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 25% นั้นเป็นค่าอาหารในการดำรงชีวิ ต หากรวมค่าเดินทางค่าที่อยู่อาศั ย ยานพาหนะต่างๆ จะพบได้ว่าแรงงานได้ค่าแรงที่ต่ำ กว่าความเป็นจริงมาก และต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดมาก แต่เราอยู่ในประเทศที่หน่ วยงานรัฐรู้ว่า แรงงานได้ค่าแรงต่ำกว่าความเป็ นจริงและทำให้คุณภาพชีวิ ตลดถอยลงโดยไม่คิดจะแก้ไข
ศิโรฒม์กล่าวเพิ่มว่า หากดูในภาคการเกษตรจะพบว่า ในการดูแลของรัฐบาลปัจจุบัน ภาคการเกษตรก็มีรายได้ต่ำสุ ดในรอบ 7 ปี ซึ่งถ้ าเอาภาพของแรงงานและการเกษตรมาดู ด้วยกันนั้นจะเห็นว่ารัฐไม่ดู แลแรงงานทั้งสองภาคเลย ดูได้จากการการแก้ไขปัญหาราคาข้ าวของรัฐบาลปัจจุบันซึ่งใช้ เวลานานมากและไม่ได้ผลการดำเนิ นงานที่ดี
ศิโรฒม์ระบุถึงโจทย์ที่คนมักตั้ งคำถามการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำว่า ถ้าอยากได้ค่าแรงมากขึ้นต้องขยั นมากขึ้น ทำงานมากขึ้น ทั้งที่ไม่มีโจทย์นี้กับสายอาชี พอื่นๆ เลย เช่น นักวิชาการ อาจารย์ ซึ่งเงินเดือนขึ้นรายปีอยู่แล้ว การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจึงไม่ได้ เกี่ยวกับประเด็นทางเศรษฐกิจ แต่เป็นประเด็นทางการเมือง และการสร้างข้อมูลเท็จ
ศิโรฒม์ทิ้งท้ายว่า ภาครัฐเชื่อว่าแรงงานต้องเป็ นไปโดยตลาดเสรี ซึ่งไม่เข้ามาแทรกแซงช่วยเหลื อผู้ด้อยโอกาสเลย ในสองสามปีที่ผ่านมาและศิโรฒม์ ย้ำว่า สถานการณ์แรงงานไทยยังมืดมน และจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนาน
ยงยุทธ: เศรษฐกิจเติบโตค่อยเป็นค่อยไป แต่ขีดความสามารถการแข่งขั นไทยลดลง
ยงยุทธ กล่าวว่า เศรษฐกิจในปี 60 ยังคงผันผวน การลงทุนภาคเอกชนยังประสบปั ญหาเนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิ จไทยอาจเติบโตอย่างค่อยเป็นค่ อยไปทำให้มีกำลังการผลิตส่วนเกิ นมาก ภาคอุตสาหกรรมและงานบริการที่ เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีจะเริ่ มเข้ามามีบทบาทในภาคเศรษฐกิ จมากขึ้น แต่ขีดความสามารถในการแข่งขั นของไทยลดลง จากกอันดับที่ 32 มาเป็นอับดับที่34 (จากการสำรวจของ Global competitive Index) ดังนั้นเพื่อเสริมสร้างขี ดความสามารถในการแข่งขั นของประเทศจึงจำเป็นต้องยกระดั บแรงงานเพื่อการสร้างการเปลี่ ยนผ่านโดยเร็ว ยงยุทธ ยังกล่าวอีกว่า ภาพรวมในปี 60 อุตสาหกรรมยังคงชะลอตัว ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจยังไม่ฟื้ นตัว แต่คาดเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว จาก 3.3% ในปี 59 เป็น 3.5% ในปี 60 และการส่งออกในปี 60 จะขยายตัวกว่า 2.3% ด้วยปี 60 จะมีเม็ดเงินจากมาตรการของรั ฐเข้าสู่ระบบกว่า 3.8 แสนล้านบาท ในส่วนของการท่องเที่ยวในปี60 คาดว่าจะเติบโตขึ้นกว่า 6% แต่ไม่ได้ส่งผลมากนัก เพราะนักท่องเที่ยวของจี นจะลดลงเนื่องจากการปราบทัวร์ศู นย์เหรียญและเศรษฐกิจของจีนที่ ทรงตัว
ยงยุทธระบุว่า ภาคแรงงานของไทยนั้นมีลักษณะผั นผวน โดยมีการเคลื่อนย้ายระหว่ างแรงงานภาคเกษตรกรรมและอุ ตสาหกรรมเป็นไปมาจำนวนมาก เนื่องจากนโยบายภาคเกษตรของรั ฐบาล ผู้สูงอายุ นโยบายจำนำข้าว และพืชผลการเกษตร ทำให้แรงงานกลับถิ่นฐานเพื่ อทำนามากขึ้น เมื่อรัฐบาลใหม่ไม่มีนโนบายด้ านนี้ คนจึงกลับเข้ามาสู่ภาคอุ ตสาหกรรม อีกทั้งโครงสร้ างประชากรของไทยนั้นเปลี่ ยนไปจากการที่มีแรงงานในวั ยทำงานมากกลายเป็นสังคมของคนชรา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าสั งคมไทยเป็นสังคมของผู้สูงอายุ ดังนั้นกำลังแรงงานในระยะสั้ นอาจมีจำนวนมากขึ้นแต่ก็มี แนวโน้มจะลดลงอย่างมากในอนาคต
ยงยุทธ ได้ให้ข้อเสนอต่อระบบเศรษฐกิ จอย่างมั่นคง ยั่งยืน ว่า ต้องมีกระปฏิรูปประกันสังคม ให้มีความยืดหยุ่น และต้องดูแลแรงงานนอกระบบให้ได้ รับการดูแลไม่น้อยไปกว่ าแรงงานในระบบ ต้องสนับสนุนให้แรงงานมีประสิ ทธิภาพในการทำงานอย่างน้องถึ งอายุ 60 ปี ควรปฏิรูปกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ ให้ เป็นการจ่ายค่าจ้างที่เป็นธรรม เป็นต้น
กิริยา: โลกหมุนเร็ว วางกรอบนโยบายยาว-บนลงล่าง ไม่ได้ผล
รศ.ดร. กิริยา กล่าวว่า อุตสาหกรรมในปัจจุบันมีลั กษณะเป็นอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มี เทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิ พลจำนวนมาก ทำให้มีหุ่นยนต์เข้ามาอยู่ ในระบบอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบต่อแรงงานในปัจจุบัน เช่น บริการของ AmaZon Go, Uber,Airbnb ซึ่งมีเสถียรภาพมากกว่ าการทำงานของมนุษย์และลดปั ญหาเรื่อง Human error ได้อุตสาหกรรม 4.0 จึงเป็นลักษณะของการขายบริ การมากกว่าการขายสินค้า ในส่วนของแรงงาน จะมีแต่ผู้รับจ้างอิสระ( freelance) และการจัดการเทคโนโลยีนั้นต้ องมีการจัดการอย่างเป็นธรรม เพื่อให้อุตสาหกรรมพัฒนามากขึ้น
อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังกล่ าวต่อว่า แรงงานต้องปรับตัวในประสิทธิ ภาพที่หุ่นยนต์ไม่สามารถทำได้ ควรจะสอนเยาวชนในอนาคตให้ต้องรู้ จักปรับตัวและตื่นตัวต่อการเรี ยนรู้ เผชิญหน้าต่อการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา
กิริยาระบุว่า สำหรับกระทรวงแรงงาน การวางแผนระยะยาวจะเสียเวลาเปล่ า เพราะโลกหมุนเร็ว การวางกรอบอย่างยาวนานอาจไม่ได้ ผล สภาพเศรษฐกิจหมุนเร็ว และเป็นเศรษฐกิจกิจที่หมุนจากปั จจัยข้างล่างมากกว่าปัจจัยด้ านบนอย่างการกำหนดนโยบาย ดังนั้นการบริหารเศรษฐกิ จแบบบนลงล่างนั้นอาจจะไม่เท่าทั นต่อการเปลี่ยนแปลง
กิริยาทิ้งท้ายว่า หลังจากที่แรงงานเรียนจบแล้ว เข้าสู่ตลาดแรงงาน สิ่งที่กระทรวงแรงงานต้องทำคือ กระทรวงแรงงานต้องรับรองทักษะ ฝีมือ วุฒิการศึกษา เช่น มีการทำข้อสอบมาตรฐานต่างๆ ให้แรงงานมีการฝึกฝนนอกห้องเรี ยน และ จัดการอบรมอย่างต่อเนื่องให้ แรงงาน เพื่อให้แรงงานมีประสิทธิ ภาพมากขึ้น
แสดงความคิดเห็น