Atukkit Sawangsuk
ว้าว กรมไก่อูจะขอแบ่งเค้กภาษีบาป แถมจะรับโฆษณาเหมือนช่อง 5 ทุเรศละครับ
“กรมกร๊วก” ฝัน! แบ่งเค้กภาษีบาป 2 พันล้าน บริหารทีวี เหมือน 3 กองทุน เข้ายุคทำธุรกิจ ไม่เน้นละครน้ำเน่า
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx…
ยังไม่พูดถึงความทุเรศที่อะไรๆ ก็จะรุมทึ้ง "ภาษีบาป" ไปใช้กันตามใจชอบ แต่พูดในแง่ความเป็น "สื่อ" มันก็เลอะเทอะขัดกันไปหมด
1.ไทยพีบีเอส เป็นสื่อสาธารณะ ประสงค์ให้เป็นอิสระจากรัฐบาล เพื่อวิจารณ์รัฐบาลได้ ประสงค์ให้เป็นอิสระจากธุรกิจ ไม่ต้องพึ่งโฆษณา ไม่ต้องเกรงใจเอเยนซี กลัวทำข่าวขัดผลประโยชน์ลูกค้า ฯลฯ เขาจึงวางหลักการให้ใช้เงินภาษีบาป โดยมีกฎหมายบัญญัติให้แบ่งเงินโดยตรงไม่ต้องขอรัฐบาล (ถูกไม่ถูก เข้าเป้าไม่เข้าเป้า ว่ากันอีกเรื่อง)
2.กรมประชาสัมพันธ์เป็นส่วนราชการ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาล ไม่ใช่สื่ออิสระ การรับงบประมาณจากรัฐบาลมาทำหน้าที่ จึงถูกต้องแล้ว เหมือนคุณเป็นแผนก PR รับจ้างรัฐบาล PR ก็เอาตังค์รัฐบาล จะมาเอาภาษีบาปเหมือนสื่ออิสระได้อย่างไร รับเงินภาษีบาปแล้วคุณจะบอกว่าเป็นกลาง ไม่ขึ้นต่อรัฐบาล วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ได้ไหม?
3.กรมประชาสัมพันธ์เป็นส่วนราชการ ทำหน้าที่เป็น PR ชี้แจงทำความเข้าใจนโยบาย เผยแพร่ผลงาน ข่าวสารรัฐบาล คุณจะเอาเวลาไปขายโฆษณาธุรกิจเอกชนได้อย่างไร ทับซ้อนไหม สมมติเช่น รัฐมนตรีเกษตรมาออกรายการช่อง 11 แล้วมีโฆษณาซีพี รัฐมนตรีคมนาคมมีโฆษณาอิตัลไทย ช.การช่าง มันจะกลายเป็นช่องทางที่ธุรกิจประจบเอาใจรัฐบาล
หรือถ้ามีการขาย-ให้เช่าเวลา แล้วมีคนสนิทของผู้มีอำนาจ มาเซ็งลี้แล้วไปล่าโฆษณาธุุรกิจ (แบบช่องไหนเอ่ย) จะทำอย่างไร
คือมันต้องแยกให้ชัด จะเป็นทีวีของรัฐ เป็นทีวีสาธารณะ หรือเป็นรัฐวิสาหกิจไปเลยแบบช่อง 9 ไม่ใช่เอามาปนกันเละหมด
แต่ก็นะ อภิสิทธิ์ของช่อง 5 เป็นต้นแบบนี่นา
ว้าว กรมไก่อูจะขอแบ่งเค้กภาษีบาป แถมจะรับโฆษณาเหมือนช่อง 5 ทุเรศละครับ
“กรมกร๊วก” ฝัน! แบ่งเค้กภาษีบาป 2 พันล้าน บริหารทีวี เหมือน 3 กองทุน เข้ายุคทำธุรกิจ ไม่เน้นละครน้ำเน่า
http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx…
ยังไม่พูดถึงความทุเรศที่อะไรๆ ก็จะรุมทึ้ง "ภาษีบาป" ไปใช้กันตามใจชอบ แต่พูดในแง่ความเป็น "สื่อ" มันก็เลอะเทอะขัดกันไปหมด
1.ไทยพีบีเอส เป็นสื่อสาธารณะ ประสงค์ให้เป็นอิสระจากรัฐบาล เพื่อวิจารณ์รัฐบาลได้ ประสงค์ให้เป็นอิสระจากธุรกิจ ไม่ต้องพึ่งโฆษณา ไม่ต้องเกรงใจเอเยนซี กลัวทำข่าวขัดผลประโยชน์ลูกค้า ฯลฯ เขาจึงวางหลักการให้ใช้เงินภาษีบาป โดยมีกฎหมายบัญญัติให้แบ่งเงินโดยตรงไม่ต้องขอรัฐบาล (ถูกไม่ถูก เข้าเป้าไม่เข้าเป้า ว่ากันอีกเรื่อง)
2.กรมประชาสัมพันธ์เป็นส่วนราชการ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาล ไม่ใช่สื่ออิสระ การรับงบประมาณจากรัฐบาลมาทำหน้าที่ จึงถูกต้องแล้ว เหมือนคุณเป็นแผนก PR รับจ้างรัฐบาล PR ก็เอาตังค์รัฐบาล จะมาเอาภาษีบาปเหมือนสื่ออิสระได้อย่างไร รับเงินภาษีบาปแล้วคุณจะบอกว่าเป็นกลาง ไม่ขึ้นต่อรัฐบาล วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ได้ไหม?
3.กรมประชาสัมพันธ์เป็นส่วนราชการ ทำหน้าที่เป็น PR ชี้แจงทำความเข้าใจนโยบาย เผยแพร่ผลงาน ข่าวสารรัฐบาล คุณจะเอาเวลาไปขายโฆษณาธุรกิจเอกชนได้อย่างไร ทับซ้อนไหม สมมติเช่น รัฐมนตรีเกษตรมาออกรายการช่อง 11 แล้วมีโฆษณาซีพี รัฐมนตรีคมนาคมมีโฆษณาอิตัลไทย ช.การช่าง มันจะกลายเป็นช่องทางที่ธุรกิจประจบเอาใจรัฐบาล
หรือถ้ามีการขาย-ให้เช่าเวลา แล้วมีคนสนิทของผู้มีอำนาจ มาเซ็งลี้แล้วไปล่าโฆษณาธุุรกิจ (แบบช่องไหนเอ่ย) จะทำอย่างไร
คือมันต้องแยกให้ชัด จะเป็นทีวีของรัฐ เป็นทีวีสาธารณะ หรือเป็นรัฐวิสาหกิจไปเลยแบบช่อง 9 ไม่ใช่เอามาปนกันเละหมด
แต่ก็นะ อภิสิทธิ์ของช่อง 5 เป็นต้นแบบนี่นา

แสดงความคิดเห็น