
ที่นี่ตายแลนด์ มีที่เดียว นักบินบินโชว์วันเด็ก เครื่องตกตาย กลายเป็นวีรบุรุษ แฉสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินกริพเพ่นตกวันเด็ก เพราะแรง G ?!
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยการบินนานาชาติ
ฟันธงเป็นข้อผิดพลาดของนักบิน
(เหมือนรถดี รถแรง แต่คนขับควบคุมพลาด )
ด้วยการตั้งสมมุติฐานหนึ่งคือ
การที่นักบินทำข้อผิดพลาด
ที่นำไปสู่การเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่บางอย่างเกิดขึ้น
หรือเรียกว่าเกิดแรง G ทำให้นักบินเกิดความเครียดสูง
จนเสียการควบคุม
จนอาจนำมาสู่ ช้อคไปชั่วขณะไปกลางอากาศ
การทำความเข้าใจเรื่องแรง G กันครับ
แรง G คือ"อัตราเร่ง"
เป็นความเร็วที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลาหนึ่ง
เช่น ความเร็วของวัตถุ
ที่เพิ่มจาก 10 มาเป็น 20 ก.ม.ต่อ ช.ม.ในเวลา5วินาที
แรงจีจะเกิดได้ต่อเมื่อมีอัตราเร่งเท่านั้น
ถ้าอัตราเร่งไม่เกิดเพราะความเร็วคงที่
ไม่ว่ามันจะสูงแค่ไหนก็ตามย่อมไม่เกิดแรง G
เมื่อความเร็วคงที่ก็ไม่เกิดความเครียด
เพราะไม่มีแรงจี
แรง G กับเครื่องบินรบ กริพเพน
กริพเพน ถูกออกแบบให้เครื่องยนต์แรง
มีปีกเล็กซ้อนปีกใหญ่
เพื่อต้านอากาศลดรัศมีเลี้ยวให้แคบลง
ทำให้นักบินถูกเครื่องบินทำทารุณกรรม
ด้วยเหตุที่มันมีความคล่องตัวสูงมีรัศมีเลี้ยวฉกาจ
จนบินท่าทางแปลกๆได้มาก
และทุกครั้งที่เครื่องบิน กริพเพน มันตีวง
นักบินต้องรับภาระหนัก
ถึงตัวเครื่องเองจะรับภาระจากอัตราเร่งได้สูงสุด12จี
ถ้านักบินถ้าใส่ "จีสูท"ปกติจะรับภาระได้ 9 จี
ทุกครั้งที่โดนเหวี่ยงนักบินจะแทบสิ้นสติ
แม้ว่าเก้าอี้เอนหลัง30องศาของมัน
จะช่วยลดภาระได้ 3 จี จีสูทกับการเกร็งตัว
จะช่วยลดภาระได้อีก3-4จี อัตราเร่งที่เหลือ
เมื่อหักจาก 9 จีคือภาระที่นักบินต้องรับไปเต็มๆ
(ตอนท้ายจะอธิบายถึง จีสูท)
นักบินรบต้อง แกร่ง ต้องแข็งแรง
มีจิตใจพร้อมจริงๆ ไม่งั้นถึงใส่ จีสูท
ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ต้องหลับคาเครื่อง
ในสภาวะแวดล้อมตามปกติ
ที่ตัวนักบินมีอัตราเร่ง1จี คืออยู่นิ่งๆ
การไหลเวียนของเลือดจะเป็นปกติ
ทุกอวัยวะจะมีเลือดไปเลี้ยงโดยเฉพาะสมอง
สมองที่ไม่ขาดเลือดจะทำให้นักบินตื่นตัว
คิด,ตัดสินใจและเคลื่อนไหวได้เป็นปกติ
รวมถึงมองเห็นภาพได้ชัดเจน
แต่เมื่อใดที่สมองขาดเลือด
พฤติกรรมทั้งหมดจะกลายเป็นตรงกันข้าม
" นักบินจะหมดสติ "
ที่เคยมองเห็นชัดๆ ตาจะพร่า
เมื่อเลือดไม่ไปเลี้ยงสมองและตา
เพื่อป้องกันไม่ให้สมองนักบินขาดเลือด
เขาจึงต้องมีเครื่องช่วยกดดัน
ไล่เลือดขึ้นเลี้ยงสมองอยู่ตลอดเวลา
ขณะเครื่องบินหักเลี้ยว
เลือดของเราจะถูกเหวี่ยงให้ไหลจากหัวไปกองที่เท้า
ยิ่งเครื่องบินเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงแรงจีก็ยิ่งรุนแรง
อย่าง กริพเพน เป็นเครื่องบินรบความเร็วสูง
ขับไล่-โจมตี กำลังของเครื่องยนต์
จึงสามารถก่อให้เกิดอัตราเร่งได้มากกว่า1จี
หรือ9.80665เมตรต่อวินาทียกกำลังสอง
ในขณะเมื่อเปลี่ยนทิศทางทั้งนั้น
ถ้าแรง G กระทำกับวัตถุ
ในทางสวนทางกับแรงโน้มถ่วง
หรือดึงขึ้นข้างบน มันก็จะถูกเรียกว่าแรงจีลบ
ตัวอย่างคือเมื่อนักบินบินหักเลี้ยวแล้ว
แทนที่จะหันท้องเครื่องออกตามปกติ
ซึ่งเลือดจะไหลลงเท้า แต่กลับหันศีรษะออก
แรง G ที่พุ่งจากปลายเท้าไปศีรษะ
ก็จะดันเลือดกลับขึ้นจนเลือดตกศีรษะ
เส้นเลือดในตาจะปูดจนตาแดงก่ำปวดหัวตุบๆ
การคงจีลบไว้นานๆมีผลเสีย
เพราะจะทำให้เส้นเลือดในสมองแตกตายได้
ถ้าใช้ท่าบินในภารกิจตามปกติ
นักบินขับไล่จะพบกับจีลบได้น้อย
นอกเสียจากว่าใช้ท่าบินผาดโผน
แต่หลังจากมีการตรวจสอบเครื่องบิน
ก็ต้องดูกันว่า
ความผิดพลาดอยู่ที่ตัวเครื่องบินหรือไม่ครับ
จีสูท หรือเรียกเต็มๆว่าแอนตี้จีสูท”(anti-G suit)
คือกางเกงไล่เลือด
มันเป็นกางเกงขายาวพอดีตัวแบบไม่มีเป้าหัว
และเว้นช่องว่างตรงเข่า
ใช้สวมทับชุดบินกันไฟ(ลาม)
กางเกงตัวนี้พิเศษกว่ากางเกงธรรมดา
คือมีสภาพเป็นถุงลมรัดไว้ตลอดช่วงขาถึงหน้าท้อง
ได้ลมจากท่อต่อเข้าหัวต่อในห้องนักบิน
เมื่อใดที่เครื่องบินเลี้ยวด้วยอัตราเร่งสูงกว่า1 G
วาล์วอัตโนมัติจะเปิดปล่อยลมเข้าถุงลมในจีสูท
ให้พองรัดไล่เลือดตลอดลำตัว
ช่วงล่างกลับขึ้นสู่สมองทันที
กางเกงจะรัดน้อยๆหรือรัดติ้วจนหน้าเขียว
ก็ขึ้นอยู่กับความสาหัสของแรง G
เมื่อเครื่องบินเลี้ยว
เลือดที่ถูกกดดันหนักด้วยแรง7-9 G
จะมีความหนาแน่นใกล้เคียงกับเหล็ก
นอกจากสมองที่ต้องต่อสู้กับการขาดเลือดแล้ว
หัวใจยังต้องทำงานหนัก
เพื่อสูบฉีดเหล็กเหลวไปเลี้ยงสมองและกล้ามเนื้อ
จีสูท จึงผลิตมาเพื่อป้องกันนักบินโดยเฉพาะครับ
*ขอแสดงความดายภาษีของประชาชน ยุคทหาร คสช.มันทำตัวเป็นเทวดา เครื่องตกมากที่สุดในยุคที่ประเทศไทยปกครองด้วยเผด็จการทหาร ไปดูสถิติเถอะครับ
แสดงความคิดเห็น