
แบบว่าสงสัยมานาน นักวิชาการสหรัฐฯ เผยความลับที่เป็นปัจจัยสำคัญในการสูญพันธุ์ของได้โนเสาร์
นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยฟลอริด้า (FSU) ได้ออกมาเผยแพร่ข้อมูลสำคัญที่ใช้อธิบายว่าทำไมไดโนเสาร์จึงสูญพันธุ์ ในขณะที่สิ่งมีชีวิตประเภทอื่นกลับสามารถอยู่รอดได้
ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา เกรกอรี อีริคสัน ออกมาเปิดเผยว่า หนึ่งในความลับที่เป็นสาเหตุของการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ก็คือพวกมันมีระยะเวลาการฟักไข่ที่นานเกินไป ก่อนหน้านั้น นักวิชาการได้ทำการเปรียบเทียบขนาดไข่ไดโนเสาร์กับสัตว์เลื้อยคลานประเภทอื่น ๆ และเชื่อว่าไข่ไดโนเสาร์อาจใช้เวลาฟักไข่หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน อ้างอิงจากซากฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์ที่ชั่งน้ำหนักได้ถึง 4 กิโลกรัม จึงทำให้เชื่อได้ว่าพวกมันมีระยะเวลาฟักไข่ที่ยาวนาน
นักวิชาการได้นำซากฟอสซิลของตัวอ่อนไดโนเสาร์พันธุ์ ”Protoceratops” เข้าเครื่องซีทีสแกน เพื่อศึกษาโครงสร้างของตัวอ่อนขณะฟักตัวอยู่ในไข่ รวมถึงใช้กล้องจุลทรรศน์ในการสำรวจรายระเอียด จนได้ข้อสรุปว่าพวกมันอาจใช้เวลาราว 3 เดือนในการฟักเป็นตัว ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวถือว่านานมากทีเดียว และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ไดโนเสาร์ค่อย ๆ สูญพันธุ์ไป
นักวิชาการยังอธิบายด้วยว่า ด้วยระยะเวลาในการฟักตัวที่ยาวนานเกินไป ทำให้ไดโนเสาร์เสียเปรียบสิ่งมีชีวิตประเภทอื่น ๆ ที่ใช้ระยะเวลาในการฟักตัวน้อยกว่า ยังไม่รวมถึงปัญหาเรื่องการถูกไล่ล่าจากไดโนเสาร์พันธุ์อื่น ที่นิยมกินไข่ไดโนเสาร์เป็นอาหาร
เป็นไปได้ว่าพวกมันมีขนาดใหญ่เทอะทะเกินไป และขาดการวิวัฒนาการอย่างที่สิ่งมีชิวิตประเภทในยุคเดียวกัน จนนำมาสู่การสูญพันธุ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ไดโนเสาร์ ที่เคยครองความยิ่งใหญ่บนโลกยุคดึกดำบรรพ์ต้องสูญพันธุ์ไปจากโลก เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยซากฟอสซิลให้มนุษย์อย่างเราได้ศึกษาต่อไป
เรียบเรียง : SpokeDark.TV
แสดงความคิดเห็น