
นักวิทยาศาสตร์เผยพบคลื่นความโน้มถ่วงเป็นรอบที่สอง
นักวิทยาศาสตร์ในโครงการ LIGO ซึ่งคอยตรวจจับและวิเคราะห์คลื่นความโน้มถ่วง (Gravitational wave) ที่ส่งมาจากห้วงอวกาศ รายงานผลการตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงเป็นครั้งที่สอง ในวารสาร Physical Review Letters ว่า เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมของปีที่ผ่านมา ห้องปฏิบัติการ LIGO สองแห่งที่สหรัฐฯ สามารถตรวจจับคลื่นของกาล-อวกาศ ที่ส่งออกมาในรูปของพลังงานจากการชนและรวมตัวกันของหลุมดำ 2 หลุมได้อีกครั้ง หลังจากที่เคยตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงเป็นครั้งแรก เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา
คลื่นความโน้มถ่วงที่ตรวจพบเป็นรอบที่สองนี้ เกิดจากการรวมตัวกันของหลุมดำที่มีขนาดเล็กกว่าครั้งแรก โดยหลุมดำทั้งสองมีมวล 8 และ 14 เท่าของดวงอาทิตย์ และรวมกันเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่มีมวลเท่ากับดวงอาทิตย์ 21 ดวง ทั้งปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา
ศ่าสตราจารย์ เบอร์นาร์ด ชูตซ์ แห่งมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ของสหราชอาณาจักรกล่าวว่า การตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงซ้ำเป็นครั้งที่สอง แสดงว่าการค้นพบครั้งแรกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และเป็นหลักฐานว่ามีการปลดปล่อยคลื่นความโน้มถ่วงในจักรวาลอย่างสม่ำเสมอจากเหตุการณ์รุนแรงต่าง ๆ เช่นการชนและรวมตัวของหลุมดำเช่นนี้
นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วง โดยใช้การยิงลำแสงเลเซอร์ผ่านอุโมงค์ยาวรูปตัวแอล และคอยตรวจจับการรบกวนลำแสงดังกล่าวในระดับอนุภาค ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าคลื่นความโน้มถ่วงมีอยู่จริง ตามการทำนายด้วยทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
คลื่นความโน้มถ่วงมักเกิดจากเหตุการณ์รุนแรงในจักรวาล เช่นการระเบิดของดาวฤกษ์และการชนกันของหลุมดำ ซึ่งคลื่นความโน้มถ่วงจะนำพาข้อมูลจากเหตุการณ์ดังกล่าวในอดีตให้เดินทางผ่านสิ่งต่าง ๆ และแผ่ไปในจักรวาลโดยไม่ถูกรบกวน

แสดงความคิดเห็น