บีบีซีไทย - BBC Thai
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จี้รัฐบาลเมียนมาสอบสวนเหตุชาวพุทธทำลายมัสยิดในเมืองพะโคโดยเร็วและอย่างเป็นธรรม
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า เหตุการณ์ที่กลุ่มชาวพุทธในเมียนมาบุกทำลายมัสยิดของชาวมุสลิมในเมืองพะโค อันเป็นผลมาจากความตึงเครียดระหว่างศาสนานั้น ถือเป็น “การกระทำผิดทางอาญา” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาเปิดการสอบสวนเรื่องนี้อย่างรวดเร็วและเป็นกลางเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (23 มิ.ย.) โดยกลุ่มชาวพุทธราว 200 คนยกพวกบุกทำลายมัสยิดของมุสลิมที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองพะโค ส่งผลให้มุสลิมต้องพากันหนีไปนอนค้างคืนที่สถานีตำรวจ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มคนพุทธและมุสลิมมีปากเสียงกันเรื่องการก่อสร้างโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่
นายราเฟนดี จามิน ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาให้การเยียวยาเหยื่ออย่างเหมาะสม ซึ่งรวมถึงการชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ตลอดจนจัดการเหตุรุนแรงครั้งนี้ในฐานะที่เป็นความผิดทางอาญา และรัฐบาลจะต้องประณามการปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง ความรุนแรง และการเลือกปฏิบัติ รวมทั้งให้ความคุ้มครองและปกป้องสิทธิของประชาชนในเมียนมาทุกคนโดยไม่คำนึงถึงเรื่องศาสนา พร้อมกับเตือนว่า หากทางการเมียนมาไม่สามารถให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้ได้ ก็จะเป็นการส่งสัญญาณว่าเมียนมาไม่แยแสต่อการโจมตีบรรดาชนกลุ่มน้อยทางศาสนา
ข่าวเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่เรื่องชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮิงญากำลังเป็นประเด็นร้อนในเมียนมาและในระดับนานาชาติ โดยรัฐบาลเมียนมาปฏิเสธที่จะให้สัญชาติแก่ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้นับแต่กฎหมายว่าด้วยสัญชาติถูกบังคับใช้เมื่อปี 2525 สำนักข่าวเอเอฟพีระบุว่า กลุ่มชาวพุทธชาตินิยมในเมียนมาคัดค้านการรับรองสถานภาพชาวโรฮิงญาให้เป็นชนกลุ่มน้อย และยืนกรานเรียกคนกลุ่มนี้ว่าเบงกาลี ซึ่งหมายถึงผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายจากบังกลาเทศ ในขณะที่นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาได้เรียกร้องให้ต่างประเทศไม่ใช้คำว่า โรฮิงญา ทางด้านสหประชาชาติเตือนว่า ความรุนแรงต่อชาวโรฮิงญาอาจเข้าข่ายการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ




แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.