เมียนมาเดินหน้าดึงนักลงทุนต่างชาติเข้าประเทศหลังสหรัฐฯยกเลิกคว่ำบาตร
รัฐบาลเมียนมาประกาศส่งเสริมการลงทุนตามแนวทางที่กำหนดในกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ย้ำให้โอกาสนักลงทุนต่างชาติเท่าเทียมนักลงทุนท้องถิ่นและจะส่งเสริมกิจการขนาดกลางและย่อมให้ผลิตสินค้าทดแทนการนำเข้า พร้อมกำจัดการค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าขณะนี้เมียนมาเริ่มดำเนินแนวทางดึงนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในประเทศมากขึ้น หลังจากนายบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรส่วนใหญ่ที่มีต่อเมียนมาได้เพียงสองสัปดาห์ ซึ่งเป็นความคืบหน้าจากที่ก่อนหน้านี้นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมาเองก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่กระตือรือร้นผลักดันให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณาโครงการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ รวมทั้งกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจโดยปราศจากรายละเอียดที่ชัดเจน
ทั้งนี้ การลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในเมียนมาช่วงเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงหลังจากการเลือกตั้ง มีเพียง 380 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจาก 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
นางออง ซาน ซู จี ได้กล่าวกับบรรดานักการทูตและนักลงทุนเมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) ที่กรุงเนปิดอว์ โดยยอมรับว่ารัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่ย้ำว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเศรษฐกิจเพราะเป็นหนทางสร้างเสริมประชาธิปไตยให้มั่นคง
ขณะที่นายจ่อ วิน รัฐมนตรีการคลังและการพัฒนา ได้แสดงความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติโดยกล่าวว่าจะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกับนักลงทุนท้องถิ่น และจะไม่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ หรือถูกเวนคืนที่ดินโดยไม่สมเหตุสมผล นายจ่อ วิน ยังกล่าวด้วยว่าจะส่งเสริมการส่งออก ลดการนำเข้า และสร้างเสริมอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้า
นายจ่อ วิน กล่าวด้วยว่า เมียนมาจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศภายใต้กิจการขนาดกลางและขนาดย่อม โดยรัฐบาลจะให้การส่งเสริมทั้งด้านเทคนิคและการเงิน รวมทั้งจะจัดการกับการลักลอบนำเข้าสินค้าตามแนวชายแดนทั้งด้านที่ติดกับจีนและไทยอย่างเคร่งครัด เพราะขณะนี้การค้าอย่างผิดกฎหมายนั้นมีสัดส่วนสูงกว่าการค้าอย่างถูกกฎหมาย
รอยเตอร์รายงานด้วยว่า การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดของรัฐบาลทหารตลอดเวลาเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา ทำให้เมียนมาแทบจะไม่มีการลงทุนก่อสร้างถนน ท่าอากาศยาน หรือระบบไฟฟ้า และแทบจะไม่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ โดยการเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 8 ของจีดีพีนั้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการนำเข้า #Myanmar#MyanmarInvestmentprojects

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.