
วัดใจศาลรัฐธรรมนูญ คุ้มครองประชาชนหรือปกป้องผลประโยชน์ผู้มีอำนาจ ภาคประชาชนยื่นฟ้องทวงคืนสิทธิเสรีภาพ
.
19 ธันวาคม 2560 ภาคประชาชนและทนายความร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยตัวคำสั่งคสช. ฉบับที่ 3/25558 ในข้อที่ 6 กับ ข้อที่ 12 ซึ่งเกี่ยวกับการจับกุมควบคุมตัวประชาชนได้ไม่เกิน 7 วัน และการห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน รวมไปถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งดังกล่าว ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่
.
รังสิมันต์ โรม ตัวแทนกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย กล่าวว่า การมายื่นฟ้องครั้งนี้ มีความคาดหวังที่จะทดสอบประสิทธิภาพของรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 3/2558 ได้ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ในการจับกุม ควบคุมตัว ประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวทางสังคม
.
ทั้งนี้ ทางกลุ่มคาดหวังว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย หากศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ยึดตามแนวทางนั้น ก็ย่อมสะท้อนถึง 'คำโกหก' ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่ยืนยันว่า รัฐธรรมนูญนี้จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ แต่แท้จริงกลับเป็นไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ผู้มีอำนาจ
.
อย่างไรก็ดี หากศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับคำร้องไปวินิจฉัย โดยอ้างว่าต้องไปใช้ช่องทางอื่นให้ครบเสียก่อน ส่วนตัวก็มองว่า นี่คือการขายฝันของผู้ร่างกฎหมายที่บอกกับประชาชนว่าสามารถใช้สิทธิฟ้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะการไปใช้ช่องทางอื่น อย่างเช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ท้ายที่สุดก็ต้องส่งกลับมาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอยู่ดี ในกรณีนี้จึงเป็นการทำให้กระบวนการล่าช้าและผลักภาระให้ประชาชน
.
พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษย์ชน ระบุ คำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 3/2558 ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมและควบคุมตัวประชาชนได้ 7 วัน รวมถึงห้ามประชาชนรวมกลุ่มหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ซึ่งการใช้อำนาจลักษณะนี้ได้สร้างผลกระทบให้กับการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนแทบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กลุ่มปกป้องสิ่งแวดล้อม นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา
.
นิมิตร์ เทียนอุดม กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ระบุว่า ในฐานคนร่วมฟ้อง ตนคิดว่าประชาชนมีสิทธิจะกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้ อย่างทางกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพทำงานดูแลและปกป้องหลักประกันสุขภาพมาโดยตลอด จนกระทั้งในยุครัฐบาลคสช. มีความพยายามจะแก้ไขลดทอนระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เราเกรงว่าถ้าเป็นในแนวทางนั้นประชาชนอาจจะล้มละลายจากการรักษาพยาบาล จึงอยากออกมาเคลื่อนไหวส่งเสียงต่อรัฐบาล แต่ก็ติดข้อจำกัดตามคำสั่งหัวหน้าคสช. 3/2558
.
เครือข่ายปกป้องถ่านหินอันดามัน กล่าวว่า พี่น้องภาคใต้เคยออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมเรียกร้องรัฐบาลให้หยุดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ในตอนนั้น เจ้าหน้าที่รัฐพยายามอ้าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ว่าการชุมนุมของเราไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีการพยายามกีดกันไม่ให้พี่น้องเข้าไปในพื้นที่ชุมนุมหรือส่งข้าวส่งน้ำ แต่ยังไม่มีการจับกุม เนื่องจากกฎหมายชุมนุมการจับกุมจะเกิดได้ต่อเมื่อมีหมายศาล แต่ผลปรากฎว่า สุดท้ายเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมและควบคุมตัวประชาชนบางส่วนไปค่ายทหารโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคสช. 3/2558 ซึ่งเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ควบคู่ยไปกับกฎหมายชุมนุม
.
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาหรือไม่ จะทราบผลภายหลังยื่นคำร้อง 7-15 วัน (ตามวันเวลาราชการ)
แสดงความคิดเห็น