
ความยุติธรรมที่ใช้เวลา 14 ปี
การสังหารหมู่ในอินเดียที่ศาลใช้เวลา 14 ปีกว่าจะตัดสินในวันนี้ และเป็นคำตัดสินที่เหยื่อผู้ตายระบุว่า ไม่นำความเป็นธรรมมาให้แต่อย่างใด
วันนี้ (17 มิ.ย) ศาลพิเศษของเมืองอาเมดาบัดในรัฐคุชราตทางตะวันตกของอินเดีย ตัดสินลงโทษจำเลยในคดีสังหารหมู่ “กุลบาร์กโซไซตี้” ที่เกิดขึ้นเมื่อ 14 ปีก่อน โดยศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตผู้ต้องหา 11 คน จำคุก 7 ปี 12 คน และ จำคุก 10 ปีอีก 1 คน
เหตุจลาจลที่เกิดขึ้นที่เมืองกุลบาร์กโซไซตี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากในรัฐคุชราตเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2545 นำไปสู่การสังหารหมู่ 69 ศพ โดยผู้รอดชีวิตเล่าว่า เหยื่อถูกจับอยู่ในบ้านซึ่งต่อมาถูกจุดไฟเผา และหลายคนถูกแทงด้วยดาบหรือถูกปาด้วยก้อนหินจนเสียชีวิต ผู้ลงมือเป็นกลุ่มชาวฮินดู หนึ่งในหมู่ผู้ที่ถูกสังหารเป็นอดีตส.ส.พรรคคองเกรส คือนายเอซาน จาฟรี
หลังเกิดเหตุ มีผู้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพัน 66 คน ในจำนวนนี้ มีผู้ถูกศาลตัดสินไปก่อนหน้านี้แล้ว และมี 6 คนเสียชีวิตช่วงก่อนและระหว่างการพิจารณาคดี และอีกหนึ่งคน ตำรวจยังติดตามเอาตัวมาดำเนินคดีไม่ได้ ทั้งนี้ ในปี 2545 ซึ่งเป็นปีที่มีเหตุการณ์นองเลือดหลายครั้งที่รัฐคุชราต เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 คนโดยส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมนั้น นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งมุขมนตรีของรัฐคุชราต เขาถูกกล่าวหาว่าย่อหย่อนและไม่พยายามอย่างมากพอที่จะเข้าควบคุมและปราบปรามการจลาจลเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งเรื่องนี้ นายโมดี ปฏิเสธมาโดยตลอดและไม่เคยกล่าวขออภัย จนถึงเมื่อปี 2556 คณะกรรมการของศาลสูงอินเดีย ตัดสินใจไม่ยื่นฟ้องนายโมดีโดยให้เหตุผลว่าหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเอาผิดเขา
แสดงความคิดเห็น