เครือข่ายพลเมืองเน็ตเตือนภัย ราชการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลออนไลน์ เสี่ยงเปิดช่องให้มิจฉาชีพ
สำนักงานเขตและเทศบาลหลายแห่งเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลผู้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่านเว็บไซต์ เพื่อเปิดให้ประชาชนได้ตรวจสอบข้อมูล แต่เครือข่ายพลเมืองเน็ตเตือนว่า อาจจะเป็นการเปิดช่องให้มิจฉาชีพปลอมเป็นเจ้าของข้อมูลเข้าทำธุรกรรมออนไลน์ พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอิสระ ไม่ขึ้นกับหน่วยงานรัฐ
นายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต (ThaiNetizen) กลุ่มสนับสนุนสิทธิพลเมืองออนไลน์ เปิดเผยกับบีบีซีไทยถึงกรณีที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @bodin รายงานเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า สำนักงานเขตแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นำข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนมาเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงานเขต โดยระบุว่ามีทั้ง “เลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด เลขที่บัญชี ขาดแค่ password netbanking" ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเปิดช่องให้มิจฉาชีพนำข้อมูลบุคคลไปใช้ และทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้เป็นเจ้าของข้อมูลตัวจริง
บีบีซีไทยได้ตรวจสอบข้อมูลที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์อ้างอิง พบว่าสำนักงานเขตบางขุนเทียน เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากรัฐบาล ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานเขต โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นไฟล์ pdf และยังสามารถเข้าถึงได้ตามปกติ แต่ทางบีบีซีไทยไม่สามารถติดต่อขอข้อมูลกับทางสำนักงานเขตตามเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุในเว็บไซต์ได้
ก่อนหน้านี้ เครือข่ายพลเมืองเน็ตได้สอบถามไปยัง น.ส.ปิยธิดา นิยม หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมของสำนักงานเขตที่ถูกพาดพิงทางทวิตเตอร์ ได้รับคำตอบว่าทางฝ่ายทราบเรื่องแล้ว เพราะมีหลายหน่วยงานติดต่อเข้ามา แต่ยืนยันว่าการเผยแพร่รายละเอียดบุคคลทางเว็บไซต์เป็นช่องทางหนึ่งที่ผู้สูงอายุและบุตรหลานจะสามารถตรวจสอบได้ทางออนไลน์ ที่ผ่านมายังไม่เคยมีผู้ร้องเรียน แต่เมื่อได้รับข้อเป็นห่วงมาก็ขอขอบคุณผู้ที่ปรารถนาดี และจะปรับปรุงการทำงาน พิจารณาหาวิธีการตรวจสอบสิทธิที่ปลอดภัยและสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกสำหรับผู้สูงอายุต่อไป
นายอาทิตย์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า รายละเอียดส่วนบุคคลของผู้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอีกเป็นจำนวนมาก ถูกนำมาเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานเขตและสำนักงานเทศบาลต่าง ๆ อีกหลายแห่งทั่วประเทศ โดยบางแห่งเปิดเผยข้อมูลที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ รวมถึงประเภทของบัญชีธนาคาร ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพอาจนำข้อมูลดังกล่าวไปสวมรอย เพื่อเข้าถึงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลบัญชีธนาคารต่าง ๆ โดยอาศัยเงื่อนไขการทำธุรกรรมออนไลน์ที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการยืนยันตัวตน
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานราชการที่นำข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนมาเผยแพร่ ไม่ถือว่ามีความผิด เพราะพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ต้องรับผิดหากเปิดเผยข้อมูลข่าวสารหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินการเผยแพร่โดยถูกต้องตามระเบียบ หรือได้รับคำสั่งให้เปิดเผยเป็นการทั่วไปหรือเฉพาะแก่บุคคลได้
ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายพลเมืองเน็ตเห็นว่า ในอนาคตคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะจัดตั้งตามร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องเป็นคณะกรรมการอิสระ ไม่ขึ้นกับกระทรวง มีกระบวนการสรรหาอิสระ ไม่ใช่รัฐมนตรีแต่งตั้งอย่างในร่างปัจจุบัน เพราะหน่วยงานรัฐเองก็เป็นคนใช้ข้อมูล เมื่อเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับข้อมูลแล้วจะมาเล่นบทผู้กำกับดูแลเองไม่ได้
(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ)

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.