องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเรียกร้องไทยเร่งค้นหาแกนนำชุมชนโคกยาว หวั่นถูกบังคับสูญหาย
ครอบครัวแกนนำผู้หายตัวยื่นหนังสือถึงตำรวจ ขอความร่วมมือสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ลงพื้นที่พิสูจน์ร่องรอยวัตถุพยานและหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติม ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจเผยจะสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ลงพื้นที่สืบหาร่องรอยอีกครั้ง
องค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน “ฟรอนท์ไลน์ดีเฟนเดอร์ส” (FLD) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 5 พ.ค. แสดงความห่วงใยกรณีนายเด่น คำแหล้ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน และประธานโฉนดชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ หายตัวไปเกินกว่า 2 สัปดาห์ โดยองค์กรเอฟแอลดีเกรงว่าการหายตัวของนายเด่นอาจเป็นการถูกบังคับให้สูญหาย โดยมีแรงจูงใจจากการทำงานของนายเด่นฯ ซึ่งเป็นผู้นำการต่อสู้เรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน
องค์กรเอฟแอลดีมีข้อร้องเรียนต่อทางการไทยให้สืบสวนสอบสวนการหายตัวไปของนายเด่นอย่างเร่งด่วน ถ้วนถี่ และเป็นกลาง ขอให้มีการเผยแพร่ผลการสืบสวนสอบสวนและนำผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามมาตรฐานสากล และขอให้หยุดการดำเนินคดีอาญานายเด่นกับภรรยา ข้อหาบุกรุกสวนป่าโคกยาว ซึ่งเอฟแอลดีเชื่อว่าเป็นผลมาจากการทำงานของเขาในฐานะนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและเพื่อปกป้องสิทธิในที่ดิน
เอฟแอลดียังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้มาตรการที่จำเป็นทุกรูปแบบเพื่อรับรองว่าครอบครัวของนายเด่นจะได้รับการฟื้นฟูเยียวยาทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ และขอให้รับรองว่านักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยต้องสามารถทำงานได้อย่างเสรีโดยปราศจากการกีดกันด้วยข้อจำกัด ความหวาดกลัว หรือการโต้ตอบกลับ
นอกจากนี้ สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน รายงานว่านางสุภาพ คำแหล้ ภรรยาของนายเด่น พร้อมชาวบ้านสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานกว่า 10 คน เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 5 พ.ค. เพื่อเข้าพบผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง (ผกก.สภ.ห้วยยาง) เพื่อขอให้ทำหนังสือขอความร่วมมือส่งถึงผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ลงพื้นที่พิสูจน์ร่องรอย ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ทั้งวัตถุพยานและหลักฐานอื่นๆ อาทิ ท่อนไม้ เปลสนามที่พบในป่า รวมถึงทั้งหลักฐานทางโทรศัพท์ เพื่อใช้ประกอบหลักฐานในการตามหาร่องรอยการหายตัวไปของนายเด่น
เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนแจ้งว่าจะสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ลงพื้นที่สืบหาร่องรอยการหายตัวของนายเด่นอีกครั้งวันนี้ (6 พ.ค.) รวมถึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และชาวบ้านทุ่งลุยลาย ช่วยกันระดมค้นหานายเด่นตามจุดที่น่าสงสัยเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.