
นายกฯกรีซกล่าวปกป้องกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจฉบับใหม่ ขณะที่ประชาชนไม่พอใจก่อการประท้วงและปะทะกับตำรวจ
นายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซีปราส ของกรีซกล่าวปกป้องกฎหมายฉบับใหม่ที่จะตัดลดเงินบำนาญและขึ้นภาษีประชาชน เพื่อแลกกับการที่กรีซจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงินงวดใหม่จากต่างชาติ
รัฐสภากรีซผ่านร่างกฎหมายปฏิรูประบบบำนาญและภาษีฉบับใหม่ภายหลังการอภิปรายที่กินเวลา 2 วัน โดยกฎหมายดังกล่าวจะนำไปสู่การลดการจ่ายเงินบำนาญลงบางส่วน, ควบรวมกองทุนบำนาญต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน, ปรับขึ้นอัตราเรียกเก็บเงินสมทบประกันสังคม และขึ้นภาษีของผู้มีรายได้ปานกลางและรายได้สูง ซึ่งนายซีปราสกล่าวว่า การปฏิรูปครั้งนี้จะนำไปสู่ระบบที่ “ยั่งยืน”และจะกระทบผู้รับเงินบำนาญเพียง 7.5% เท่านั้น
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรัดเข็มขัดที่รัฐบาลกรีซต้องทำตามคำเรียกร้องของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และเจ้าหนี้ในยุโรปที่ต้องการให้กรีซเพิ่มมาตรการรัดเข็มขัด เพื่อหาเงินเข้ารัฐให้ได้ 4,000 ล้านยูโรสำหรับใช้เป็นกองทุนฉุกเฉิน อันเป็นเงื่อนไขเพื่อให้กรีซได้รับเงินช่วยเหลืองวดใหม่ ซึ่งจะมีการหารือเรื่องนี้ในที่ประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนในวันนี้ คาดว่าที่ประชุมจะหารือถึงมาตรการบรรเทาหนี้ให้แก่กรีซ เพื่อป้องกันไม่ให้กรีซผิดนัดชำระหนี้ให้ไอเอ็มเอฟ และธนาคารกลางยุโรปในเดือน ก.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม กฎหมายปฏิรูประบบบำนาญและภาษีฉบับใหม่นี้ถูกคัดค้านอย่างหนักจากกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดและสหภาพแรงงานต่าง ๆ ที่ระบุว่า กรีซไม่สามารถทนรับมาตรการรัดเข็มขัดครั้งใหม่ได้ และออกมาชุมนุมประท้วงตามท้องถนนก่อนที่รัฐสภาจะลงมติร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งสถานการณ์ได้บานปลายกลายเป็นการปะทะระหว่างฝูงชนที่ปาระเบิดขวดใส่ตำรวจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตอบโต้ด้วยการยิงแก๊สน้ำตา
แสดงความคิดเห็น