แม่"จ่านิว" เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมทนายความ แสดงความบริสุทธ์ใจสู้ข้อกล่าวหาหมิ่นสถาบัน
น.ส. พัฒน์นรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ มารดา ของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธ์ใจต่อข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ท่ามกลางความสนใจอย่างล้นหลามของผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่ติดตามไปรายงานข่าว โดยมีทนายจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเดินทางไปร่วมรับฟังข้อกล่าวหา พร้อมเตรียมหลักทรัพย์จากการระดมทุน 500,000 บาทเพื่อยื่นประกันตัว ด้าน “จ่านิว” กำลังเดินทางกลับจากต่างจังหวัดเพื่อมาพบแม่วันพรุ่งนี้
นายธีรพันธุ์ พันธุ์คีรี และนายอานนท์ นำภา ทนายความของน.ส. พัฒน์นรี ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า การที่ลูกความเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้เพื่อแสดงความบริสุทธ์ใจ พบพนักงานสอบสวน มอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหา ส่วนผู้ต้องหาทำอย่างที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่นั้น ผู้ต้องหายืนยันชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดแต่อย่างใด ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการถูกกล่าวหา ทางทนายความยังไม่ทราบจากพนักงานสอบสวนว่าหมายถึงการกระทำอันใดที่ถือว่าเข้าข่ายว่ามีความผิด
ทั้งนี้ ทนายความทั้งสองยืนยันว่าจากการสอบถามลูกความของตน ยืนยันว่าไม่รู้จักกับนายบุรินทร์ อินติน เป็นการส่วนตัว
นายอานนท์ ทนายความของ น.ส. พัฒน์นรี ตั้งข้อสังเกตว่า วันนี้เป็นวันหยุดราชการ และก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยออกหมายเรียก น.ส. พัฒน์นรี มาก่อน วันนี้กลับออกหมายจับ สำหรับในเรื่องขอประกันตัว หากพนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัววันนี้ ก็ต้องไปยื่นขอประกันตัวที่ศาลทหารในวันแรกของการเปิดทำการ
สำหรับน.ส. พัฒน์นรี ยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าว ขณะที่บีบีซีไทยสอบถามนายสิรวิชญ์ บุตรชาย ระบุว่าอยู่ต่างจังหวัดและกำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ
น.ส. พัฒน์นรี ถูกตั้งข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ซึ่งเป็นการกระทำผิดร่วมกับ นายบุรินทร์ อินติน ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ขณะที่ทำกิจกรรม “ยืนเฉยๆ” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา และจากนั้นถูกแยกสอบปากคำ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ได้ติดตามพฤติกรรมของนายบุรินทร์ผ่านการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Burin Intin” ซึ่งพบว่ามีลักษณะต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาล และ คสช. รวมทั้งมีการแชตพูดคุยกับบุคคลอื่นโดยมีข้อความลักษณะกล่าวว่าให้ร้ายพระมหากษัตริย์ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.