ครอบครัวสมาชิกแอดมินเพจล้อ “ประยุทธ์" ที่เจอข้อหาตามมาตรา 112 ยื่นหนังสือกับยูเอ็นเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวลูกชาย
วันนี้ (18 พ.ค.) นายกฤช มหาทน บิดาของนายหฤษฎ์ หนึ่งใน 8 แอดมินเพจ “เรารักพล.อ.ประยุทธ์ฯ" ซึ่งถูกตั้งข้อหาละเมิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 116 และมีความผิดฐานหมิ่นสถาบันตามมาตรา 112 ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมขอความช่วยเหลือจากผู้แทนสำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน สหประชาชาติ
นายหฤษฎ์ มหาทน กับนางสาวณัฏฐิกา วรธัยวิชญ์ เป็นสองในกลุ่มแอดมินเฟซบุ๊ก 8 คนที่ตกเป็นผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ในข้อหายุยงปลุกปั่น และข้อหาตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งในจำนวนนี้ 6 คนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปแล้ว แต่นายหฤษฎ์ และน.ส.ณัฎฐิกาถูกกล่าวหาเพิ่มเติมว่ากระทำความผิดหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงถูกควบคุมตัวต่อไป และศาลปฏิเสธการประกันตัว
นายกฤช บิดาของนายหฤษฎ์เปิดเผยว่า ข้อหาดังกล่าวเป็นข้อหาที่รุนแรง เกี่ยวข้องกับสถาบันที่ทุกคนเทิดทูน และอยากขอความเป็นธรรมให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อต่อสู้คดีต่อไป โดยระบุว่าลูกชายไม่ได้มีเจตนาหลบหนี อีกทั้งพยานหลักฐานได้มาจากเจ้าหน้าที่ทั้งหมด จึงไม่มีความสามารถจะเข้าไปยุ่งเหยิงหรือก่ออันตรายต่อพยานหลักฐานได้
“มาวันนี้เพื่อขอความเป็นธรรม จะไปยื่นต่อองค์การสหประชาชาติ ให้ท่านมีความเมตตา และให้ท่านยึดหลักความชอบธรรมและสิทธิมนุษยชนตามที่ไทยได้ให้สัตยาบันไว้กับนานาประเทศ” นายกฤช กล่าว โดยบอกว่าตนไม่มีทางเลือกอื่นอีก
ด้านนายธนเดช พ่วงพูล สมาชิกสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ซึ่งเดินทางไปพร้อมกับนายกฤช เปิดเผยว่า การไปยื่นหนังสือครั้งนี้เพื่อเรียกร้องให้สำนักข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นเรียกร้องไปยังรัฐบาลไทยเพื่อให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายหฤษฎ์และนางสาวณัฏฐิกา วรธัยวิชญ์ ที่ถูกควบคุมตัว ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาในคดีอาญา และเรียกร้องต่อผู้ใช้อำนาจปกครองประเทศไม่ควรใช้กฏหมายเอาโทษคนที่มีความเห็นไม่สอดคล้องกับรัฐบาล
นายธนเดช ระบุว่าเมื่อประเทศไทยรับปากกับที่ประชุมนานาชาติที่ทบทวนสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งมีการพิจารณารายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยภายใต้กลไก Universal Periodic Review (UPR) ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือUPR ในอันที่จะปรับปรุงและแก้ไขวิธีปฎิบัติในเรื่องการดูแลด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไปแล้ว จึงเป็นโอกาสอันดีที่สำนักข้าหลวงใหญ่จะได้เข้ามาดูแลคดีนี้โดยเฉพาะ
ก่อนหน้านี้ ศาลทหารกรุงเทพ ไม่ให้ประกันตัวนายหฤษฎ์และนางสาวณัฏฐิกา โดยให้เหตุผลว่าเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้าน หากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองอาจจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุภัยอันตรายประการอื่น โดยได้นัดให้นำตัวผู้ต้องหามาฝากขังผัดที่ 2 ในวันที่ 19 พ.ค.นี้




แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.