
‘สุขุมพันธุ์’ ขอความเป็นธรรม คดีไฟประดับหน้าศาลาว่าการฯ ยืนยันทำงานโดยปรึกษา สตง. มาตลอด
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าการราชการกรุงเทพมหานครแถลงขอความเป็นธรรมกรณีที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินชี้ว่าโครงการไฟประดับหน้าที่ว่าการกรุงเทพฯ มีความผิดปกติ โดยระบุว่า ที่ผ่านมาได้มีการปรึกษา สตง. โดยตลอด และทำตามนโยบาย โดยขณะนี้ เป็นห่วงลูกน้องมากที่สุด และหากสื่อมวลชนเขียนข่าวเกี่ยวกับลูกน้องของตนผิด จะฟ้องร้องทันที
“ผมเป็นห่วงลูกน้องผม ไปเขียนข่าวลูกน้องผมผิด ผมฟ้องทันทีนะครับ ช่วยให้ความเป็นธรรมกับลูกน้องผมด้วย ขอให้ทุกองค์กรที่ตรวจสอบให้ความเป็นธรรม เขาทำผิดตรงไหนบอกมา เราพร้อมตรวจสอบและตรวจสอบตลอดเวลา ที่ทำงานก็มีสตง.นั่งอยู่แต่ไม่มีคำแนะนำแม้แต่คำเดียวว่างานนี้ไม่ถูกต้อง ไม่มีครับ ขอเรียนแค่นี้ ส่วนการชี้แจงจะทำไปอย่างต่อเนื่อง”
ม.ร.ว. สุขุมพันธ์กล่าวว่าจากนี้ก็จะทำงานต่อไป และถือว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการตรวจสอบ แต่ยังไม่ขอตอบว่าหากการตรวจสอบพบว่าผิดจริงจะทำอย่างไร รอให้ถึงจุดนั้นก่อน ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า หากการตรวจสอบพบว่าผิดจริงจะลาออกหรือไม่นั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กล่าวว่าขอให้ถึงจุดนั้นก่อน สำหรับอนาคตทางการเมืองหลังหมดวาระผู้ว่าฯ แล้ว จะเล่นการเมืองต่อไปหรือไม่ ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ตอบว่า ขณะนี้มีพรรคเดียว คือ พักผ่อน
วานนี้ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สตง. แถลงว่าจากการตรวจสอบโครงการไฟประดับของ กทม. นั้น พบว่ามีราคา 29 ล้านบาท แต่ กทม. ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้นเกือบ 40 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้นและยังไม่มีการตรวจรับงานและเบิกจ่าย แต่อย่างไรก็ตามแม้ยังไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณของแผ่นดิน แต่พฤติการณ์การดำเนินโครงการอย่างไม่ถูกต้อง ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความผิด ที่สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินโครงการไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ มีการทุจริต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐพ.ศ. 2542 จึง มีมติเห็นชอบที่จะดำเนินการเอาผิดต่อผู้กระทำความผิดทั้งหมด ซึ่งมีผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการมีจำนวน 9 ราย ได้แก่ 1.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. 2.นางปราณี สัตยประกอบ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว 3.นายธวัชชัย จันทร์งาม ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยว กทม. และข้าราชการอีก 6 คน


แสดงความคิดเห็น