
ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องนายตำรวจห้าคนในคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุดิอาระเบีย “โมฮัมหมัด อัลรูไวลี” รื้อฟื้นความทรงจำจากคดีเก่าที่ทำให้ความสัมพันธ์ไทย-ซาอุเย็นชา
วันนี้ คือ 3 พ.ค. ศาลอุทธรณ์ได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมนายตำรวจรวมแล้วห้านายในคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย นายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี (Mohammad al-Ruwaili) อันเป็นคดีที่ยืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ปี 2533 ไทยพีบีเอสและวอยส์ทีวีรายงานว่า ศาลมีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า อัยการไม่มีพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงให้เห็นได้ว่ามีความผิดจริง มีเพียงพยานบอกเล่า ไทยพีบีเอสรายงานว่า ในช่วงเช้าวันนี้ยังมีตัวแทนจากสถานทูตซาอุดิอาระเบียและทนายของครอบครัวผู้เสียชีวิตเข้าร่วมรับฟังด้วย
คดีนี้พล.ต.ท.สมคิดและนายตำรวจอีกห้านาย ถูกฟ้องในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะปกปิดการกระทำได้ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ในคดีนี้ศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องไปเมื่อปี 2557 เพราะเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่ชัดเจน ไทยพีบีเอสรายงานว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งในวันนี้ว่า พยานหลักฐานที่ทีมอัยการส่งมอบต่อศาลเป็นของเดิม ในขณะที่พยานปากสำคัญของฝ่ายโจทก์คือพ.ต.ท.วิชัย แก้วผลึกก็เบิกความกลับไปกลับมาไม่อาจรับฟังได้ ศาลอุทธรณ์จึงให้ยกฟ้องเช่นกัน
ทางด้านพล.ต.ท.สมคิดให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ได้เตรียมจะยื่นฟ้องกลับทั้งพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการและยื่นขอรับการเยียวยาจากศาลปกครอง เพราะในระหว่างถูกดำเนินคดีได้รับผลกระทบต่อทั้งชื่อเสียงและหน้าที่การงาน โดยไม่ได้รับความก้าวหน้าในการงาน “ผมกับพวกถูกกล่าวหามาโดยตลอด ถูกขัดขวางไม่ให้ได้รับความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน วันนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าผมกับพวกไม่ได้ทำความผิดตามข้อกล่าวหา ในทางตรงข้ามเรื่องนี้เป็นความพยายามของบุคคลที่ประสงค์ร้ายจะทำให้เป็นที่กระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้อ้างรายงานของสำนักข่าวเอเอของตุรกีที่นำเสนอข่าวเรื่องนี้ไว้เมื่อ 21 มิ.ย. 2557 ว่า เมื่อปี 2532 มีคนไทยที่ไปทำงานในพระราชวังของกษัตริย์ซาอุดิอาระเบียได้ลักลอบขโมยทรัพย์สินมีค่าออกมา เขาถูกจับและเจ้าหน้าที่ไทยได้คืนทรัพย์สินให้กับซาอุดิอาระเบีย แต่พบว่าสิ่งของมีค่าบางชิ้นหายไป ต่อมานักการทูตซาอุดิอาระเบียสี่คนที่พยายามติดตามเรื่องนี้ได้ถูกลอบสังหาร และนายอัลรูไวลี นักธุรกิจที่ใกล้ชิดนักการทูตดังกล่าวก็หายตัวไป ในการดำเนินคดีในศาลกับ พล.ต.ท.สมคิดและพวกนั้น ศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องไป โดยไม่ให้น้ำหนักกับคำให้การของนายตำรวจอีกคนหนึ่งที่ทีมสอบสวนได้ไปสอบปากคำถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพราะเป็นห่วงกลัวการให้ปากคำในประเทศไทยจะเป็นอันตราย สำนักข่าวรายนี้รายงานไว้ว่า ทางด้านซาอุดิอาระเบียได้พิจารณาจะยื่นฟ้องกับศาลโลกที่กรุงเฮก ในขณะที่อีกด้าน ผลของคดีนักการทูตซาอุดิอาระเบียกับไทยได้ทำให้ซาอุดิอาระเบียลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยลงหลายปี
แสดงความคิดเห็น