บังเอิญจัง เขียนก่อนสมคิดจะออกมาป่าวประกาศ “สมคิด” เชื่อการเมืองไทยนิ่ง ตปท.ลงทุนเพิ่ม - “ทุนยักษ์ฮ่องกง” สนตั้งฮับดิจิตอลhttp://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx…
ในขณะที่ชิคาโกทรีบูนบอกว่าประเทศไทยกำลังถอยหลังนี่นะ? ในขณะที่ถูกวิพากษ์เรื่องสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ ประชาธิปไตยนี่นะ
ประการแรกนี่คือการเมืองนิ่งจริงหรือเปล่า หรือกำลังจะเกิดพายุใหญ่ ประการที่สอง การเมืองนิ่งแบบเผด็จการที่ต่างชาติอยากมาลงทุนมันคือธุรกิจสมัยเก่า แบบเอาปืนจ่อหัวกดค่าแรง แบบบังคับประชาชนห้ามเคลื่อนไหวต่อต้านการหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ แน่ละมันยังเหลืออยู่บ้างเช่นกรณีเหมืองทอง แต่ถามว่าทิศทางเศรษฐกิจไทยที่จะเดินไปข้างหน้าคืออะไร "ฮับดิจิตอล" บ้าบออะไรแค่ "จ้า" คำเดียวจะเอาเข้าคุก จะเซ็นเซอร์จะสอดส่อง อะไรนิดก็ผิด พรบ.คอมพ์ ใครจะอยากมาลงทุนฮับดิจิตอล นอกจากทุนจีน
รัฐบาลกล่าวหานักวิชาการที่ยื่นเรื่อง UN ให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนว่า “ชักศึกเข้าบ้าน” เอ๊ะ ประเทศไทยไม่ได้เป็นสมาชิก UN หรือไร พูดยังกับย้อนไปร้อยปียุคฝรั่งรุกราน
วันที่ 11 พ.ค.นี้ คณะทำงานของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จะทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประเทศไทยเป็นครั้งที่สอง จากที่เคยพิจารณาไปครั้งแรกเมื่อปี 2554
ไม่ต้องห่วงนะครับ เขาไม่ได้ดูแค่ “แม่จ่านิว” หรือพวกต้านรัฐประหาร แต่เขาดูกว้างเลยละ ตั้งแต่คำสั่ง คสช.เรื่องแผนแม่บทป่าไม้ ไล่รื้อที่ทำกิน คำสั่งยกเว้นผังเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ คำสั่งบายพาส EIA เรื่องเหมืองทอง โรงไฟฟ้า เรื่อง ม.44 จำกัดสิทธิปกป้องทรัพยากร ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้หลังรัฐประหาร ไปถึงสิทธิเด็ก สตรี ผู้พิการ ผู้ลี้ภัย การค้ามนุษย์ ฯลฯ
ไม่ต้องห่วง มีหลายเรื่องขนาดนี้คงมีแง่ดีซัก 2-3 เรื่องให้ ดอน ปรมัตถ์วินัย บอกคนไทยว่า “ต่างชาติเข้าใจดี”
ไม่เหมือนกรณีทูตสวีเดนเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 2-3 วันก่อน โฆษกกลาโหมแถลงว่า ท่านทูตสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด อันจะนำมาซึ่งสังคมที่ปรองดองและความมั่นคงของประเทศ แต่ที่ไหนได้ Facebook สถานทูตกลับบอกว่า ท่านทูตกังวลบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทหารในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะคำสั่ง คสช.ที่ 13/2559
บทบรรณาธิการ Chicago Tribune เพิ่งชี้ว่า จากที่เคยเป็นประเทศตัวอย่างของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจและทางการเมือง รัฐประหารสองครั้งกำลังทำให้ไทยถอยหลัง มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน จับกุมคนเห็นต่าง การทำประชามติก็มีโทษจำคุก 10 ปีเพียงเพราะแสดงความเห็นก้าวร้าวรุนแรง
คนจำนวนหนึ่งที่มีการศึกษา บ้างก็ผ่านเมืองนอกเมืองนา คงด่าทักษิณตามเคยว่าล็อบบี้ ซื้อสื่อหมดโลก หรือไม่ก็ยุโรปอเมริกาสมคบกันปล้นประเทศไทย
เชื่ออะไรก็ตามใจแต่ในขณะที่ด่าฝรั่งฉอดๆ เราก็ต้องการให้ต่างชาติมาลงทุนไม่ใช่หรือ ถามจริง ภาวะทางการเมืองและสังคมประเทศไทยวันนี้มีใครอยากมาลงทุนระยะยาวบ้าง
นักธุรกิจพวกหนึ่งมีความเชื่อแบบเก่าว่าถ้า “การเมืองนิ่ง” ยิ่งเป็นเผด็จการ ยิ่งดึงดูดการลงทุน เพราะคุยกันง่ายดี ฉะนั้นที่สื่อฝรั่งหรือ UN โจมตีคงไม่มีผลอะไร ประการแรก แน่ใจนะว่านี่คือการเมืองนิ่ง ไม่ใช่ก่อนพายุใหญ่ ประการที่สอง เรายังเป็นประเทศที่ใช้ค่าแรงถูก ใช้แรงงานไร้ฝีมือ ดึงดูดการลงทุนอยู่หรือ
ประเทศไทยหวังเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในอาเซียน ให้บริษัทข้ามชาติมาตั้งสำนักงาน หวังให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ความหวังนี้เกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีบรรยากาศเสรีภาพ แม้บอกว่า ม.44 ไม่ใช้กับต่างชาติ แต่เสรีภาพในการสื่อสาร การแสดงความเห็น การใช้สื่อออนไลน์ ไปจนเสรีในการใช้ชีวิต ใครว่าไม่เกี่ยวกัน ความเป็น “ประเทศเสรี” ไม่ใช่หรือที่ทำให้เราเคยมีจุดเด่นกว่าเพื่อนบ้าน
ถ้าสังเกตให้ดี สังคมไทย 2 ปีมานี้ไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องจำกัดสิทธิ “พวกต่อต้านรัฐบาล” แต่ยังเกิดความคิดจารีตสุดโต่งพยายามเอา “ศีลธรรม” มากำกับสังคม เกิดอารมณ์วูบไหวรวมหมู่ เรียกร้อง “ยาแรง” จัดการปัญหาต่างๆ เกิดความไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม เกิดการใช้กฎหมายแบบรัฐราชการ เช่นคนแพร่คลิปฝรั่งถูกทำร้าย กลายเป็นทำลายชื่อเสียงประเทศชาติ
ไม่รู้สึกเลยหรือว่าสังคมไทยอยู่ยากขึ้นทุกวัน สำหรับคน “คิดแบบฝรั่ง” แถมยังปลุกกระแสด่า “ประชาธิปไตยฝรั่ง” อยู่เนืองๆ แล้วยังจะมีใครอยากมาลงทุน ถ้าไม่ใช่นักท่องเที่ยวจีน
ในขณะที่ชิคาโกทรีบูนบอกว่าประเทศไทยกำลังถอยหลังนี่นะ? ในขณะที่ถูกวิพากษ์เรื่องสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ ประชาธิปไตยนี่นะ
ประการแรกนี่คือการเมืองนิ่งจริงหรือเปล่า หรือกำลังจะเกิดพายุใหญ่ ประการที่สอง การเมืองนิ่งแบบเผด็จการที่ต่างชาติอยากมาลงทุนมันคือธุรกิจสมัยเก่า แบบเอาปืนจ่อหัวกดค่าแรง แบบบังคับประชาชนห้ามเคลื่อนไหวต่อต้านการหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ แน่ละมันยังเหลืออยู่บ้างเช่นกรณีเหมืองทอง แต่ถามว่าทิศทางเศรษฐกิจไทยที่จะเดินไปข้างหน้าคืออะไร "ฮับดิจิตอล" บ้าบออะไรแค่ "จ้า" คำเดียวจะเอาเข้าคุก จะเซ็นเซอร์จะสอดส่อง อะไรนิดก็ผิด พรบ.คอมพ์ ใครจะอยากมาลงทุนฮับดิจิตอล นอกจากทุนจีน
ทิศทางเศรษฐกิจไทยมันคือต้องสร้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นศูนย์กลางอาเซียน ใช่ แต่จุดเด่นที่เราเคยมีคืออะไร คือความเป็นประเทศเสรี ใครก็รู้สึกว่ามาตั้งสำนักงานอยู่เมืองไทยสะดวกสบาย มีเสรี ทั้งเรื่องรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม มากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน มากกว่ามาเลย์ด้วยซ้ำ แต่ไม่เห็นเลยหรือว่า 2 ปีมานี้เราถอยหลัง แน่ละ ม.44 ไม่ได้ใช้กับต่างชาติ แต่บรรยากาศมันเริ่มไม่น่าอยู่ เริ่มเป็น "สังคมศาสนา" "สังคมบ้าจี้" กระบวนการยุติธรรมไม่น่าเชื่อถือ สภาพอย่างนี้ แน่ละ มันไม่ไปถึงขั้นต่างชาติตัดสัมพันธ์ มันไม่ไปถึงขั้นถอนทุน แต่เขาก็ระมัดระวัง การลงทุนมันถึงซบเซา
โถ ป่าวประกาศให้ต่างชาติลงทุน แต่อีกปากก็ด่าฝรั่ง ด่า UN ด่ายุโรปอเมริกา ใครเขาจะอยากมา
ใบตองแห้งโถ ป่าวประกาศให้ต่างชาติลงทุน แต่อีกปากก็ด่าฝรั่ง ด่า UN ด่ายุโรปอเมริกา ใครเขาจะอยากมา
000000
รัฐบาลกล่าวหานักวิชาการที่ยื่นเรื่อง UN ให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนว่า “ชักศึกเข้าบ้าน” เอ๊ะ ประเทศไทยไม่ได้เป็นสมาชิก UN หรือไร พูดยังกับย้อนไปร้อยปียุคฝรั่งรุกราน
วันที่ 11 พ.ค.นี้ คณะทำงานของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จะทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประเทศไทยเป็นครั้งที่สอง จากที่เคยพิจารณาไปครั้งแรกเมื่อปี 2554
ไม่ต้องห่วงนะครับ เขาไม่ได้ดูแค่ “แม่จ่านิว” หรือพวกต้านรัฐประหาร แต่เขาดูกว้างเลยละ ตั้งแต่คำสั่ง คสช.เรื่องแผนแม่บทป่าไม้ ไล่รื้อที่ทำกิน คำสั่งยกเว้นผังเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ คำสั่งบายพาส EIA เรื่องเหมืองทอง โรงไฟฟ้า เรื่อง ม.44 จำกัดสิทธิปกป้องทรัพยากร ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้หลังรัฐประหาร ไปถึงสิทธิเด็ก สตรี ผู้พิการ ผู้ลี้ภัย การค้ามนุษย์ ฯลฯ
ไม่ต้องห่วง มีหลายเรื่องขนาดนี้คงมีแง่ดีซัก 2-3 เรื่องให้ ดอน ปรมัตถ์วินัย บอกคนไทยว่า “ต่างชาติเข้าใจดี”
ไม่เหมือนกรณีทูตสวีเดนเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 2-3 วันก่อน โฆษกกลาโหมแถลงว่า ท่านทูตสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด อันจะนำมาซึ่งสังคมที่ปรองดองและความมั่นคงของประเทศ แต่ที่ไหนได้ Facebook สถานทูตกลับบอกว่า ท่านทูตกังวลบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทหารในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะคำสั่ง คสช.ที่ 13/2559
บทบรรณาธิการ Chicago Tribune เพิ่งชี้ว่า จากที่เคยเป็นประเทศตัวอย่างของการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจและทางการเมือง รัฐประหารสองครั้งกำลังทำให้ไทยถอยหลัง มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน จับกุมคนเห็นต่าง การทำประชามติก็มีโทษจำคุก 10 ปีเพียงเพราะแสดงความเห็นก้าวร้าวรุนแรง
คนจำนวนหนึ่งที่มีการศึกษา บ้างก็ผ่านเมืองนอกเมืองนา คงด่าทักษิณตามเคยว่าล็อบบี้ ซื้อสื่อหมดโลก หรือไม่ก็ยุโรปอเมริกาสมคบกันปล้นประเทศไทย
เชื่ออะไรก็ตามใจแต่ในขณะที่ด่าฝรั่งฉอดๆ เราก็ต้องการให้ต่างชาติมาลงทุนไม่ใช่หรือ ถามจริง ภาวะทางการเมืองและสังคมประเทศไทยวันนี้มีใครอยากมาลงทุนระยะยาวบ้าง
นักธุรกิจพวกหนึ่งมีความเชื่อแบบเก่าว่าถ้า “การเมืองนิ่ง” ยิ่งเป็นเผด็จการ ยิ่งดึงดูดการลงทุน เพราะคุยกันง่ายดี ฉะนั้นที่สื่อฝรั่งหรือ UN โจมตีคงไม่มีผลอะไร ประการแรก แน่ใจนะว่านี่คือการเมืองนิ่ง ไม่ใช่ก่อนพายุใหญ่ ประการที่สอง เรายังเป็นประเทศที่ใช้ค่าแรงถูก ใช้แรงงานไร้ฝีมือ ดึงดูดการลงทุนอยู่หรือ
ประเทศไทยหวังเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในอาเซียน ให้บริษัทข้ามชาติมาตั้งสำนักงาน หวังให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ความหวังนี้เกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีบรรยากาศเสรีภาพ แม้บอกว่า ม.44 ไม่ใช้กับต่างชาติ แต่เสรีภาพในการสื่อสาร การแสดงความเห็น การใช้สื่อออนไลน์ ไปจนเสรีในการใช้ชีวิต ใครว่าไม่เกี่ยวกัน ความเป็น “ประเทศเสรี” ไม่ใช่หรือที่ทำให้เราเคยมีจุดเด่นกว่าเพื่อนบ้าน
ถ้าสังเกตให้ดี สังคมไทย 2 ปีมานี้ไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องจำกัดสิทธิ “พวกต่อต้านรัฐบาล” แต่ยังเกิดความคิดจารีตสุดโต่งพยายามเอา “ศีลธรรม” มากำกับสังคม เกิดอารมณ์วูบไหวรวมหมู่ เรียกร้อง “ยาแรง” จัดการปัญหาต่างๆ เกิดความไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม เกิดการใช้กฎหมายแบบรัฐราชการ เช่นคนแพร่คลิปฝรั่งถูกทำร้าย กลายเป็นทำลายชื่อเสียงประเทศชาติ
ไม่รู้สึกเลยหรือว่าสังคมไทยอยู่ยากขึ้นทุกวัน สำหรับคน “คิดแบบฝรั่ง” แถมยังปลุกกระแสด่า “ประชาธิปไตยฝรั่ง” อยู่เนืองๆ แล้วยังจะมีใครอยากมาลงทุน ถ้าไม่ใช่นักท่องเที่ยวจีน
source :- FB Atukkit Sawangsuk & http://www.kaohoon.com/online/content/view/37818

แสดงความคิดเห็น