Pinkaew Laungaramsri

การโทษคนจนว่าเป็นสาเหตุของไฟป่า เป็นวิธีการลดทอนปัญหาในเชิงโครงสร้าง ลงเหลือเพียงการหาเหยื่อรายบุคคลที่มักง่าย ซึ่งแน่นอน แพะในข้อกล่าวหาประเภทนี้ ย่อมหลีกไม่พ้น ชาวบ้านที่ไร้อำนาจ ที่อาศัยอยู่ในเขตป่า

การมองปัญหาแบบฉาบฉวยชนิดนี้ ไม่ได้มีแค่ในไทย แต่ไฟป่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะในอินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์ ต่างก็มีชาวบ้านตาดำๆเป็นแพะทั้งสิ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่ไฟป่า มักเกิดในพื้นที่ป่าของรัฐ ไม่ว่าจะในอุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มากกว่าในป่าที่ชุมชนดูแลรักษา สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างด้านสิทธิที่เรื้อรังยาวนาน ที่คนมักไม่พูดถึง

ก็ในเมื่อป่าอุทยานนั้นเป็นของหลวง เป็นป่าที่รัฐรวบเอาสิทธิในการควบคุมและการปกครองทั้งหลายทั้งปวงไว้แต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่กีดกันประชาชนออกจากการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา ปฏิเสธแนวทางป่าชุมชนที่ชาวบ้านจะสามารถมีส่วนในการเป็นหูเป็นตา และจัดการร่วมกับรัฐ และที่หนักไปกว่าคือ เฝ้าขับไล่ และยัดเยียดข้อหาให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ปัญหาไฟป่า จึงเป็นปัญหาที่สะท้อนระบบสิทธิในการจัดการทรัพยากรที่บิดเบี้ยวในสังคมไทย และตราบที่ยังไม่ตระหนักถึงโครงสร้างของปัญหาในเรื่องนี้ แล้วยังมาโทษคนจน เรียกร้องให้ชุมชนมีจิตสำนึกในการพิทักษ์ทรัพย์สมบัติของหลวงที่ตนเองถูกกีดกันในสิทธิมาโดยตลอด จึงนับเป็นข้อกล่าวหาและข้อเรียกร้องที่เห็นแก่ตัวยิ่งนัก


แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.