
Watana Muangsook
"ความจริง/ความยุติธรรมยุค คสช."
แทบไม่น่าเชื่อว่าคดีที่มีข้อเท็จจริงเดียวกัน เมื่อพูดกันคนละทีก็กลายเป็นคนละเรื่องไปได้ ผมหมายถึงคดี 8 มือโพสต์ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ เริ่มจากเมื่อวันที่ 27 เมษายน โฆษก คสช. แถลงยอมรับว่าทหารได้ควบคุมตัวผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จำนวน 10 คน โดย 8 คนถูกควบคุมตัวไว้ที่ มทบ. 11 แต่จะไม่มีการดำเนินคดีหรือตั้งข้อหาใดๆ เพียงแต่จะเรียกมาปรับทัศนคติและจะอยู่ในความควบคุมของ คสช. ไม่เกิน 7 วัน ต่อมาผมได้แสดงความเห็นว่าทหารไม่มีอำนาจจับและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 คน เพราะคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 และ 13/2559 ไม่รวมความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
เมื่อเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว พลตรีวิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายหน่วยเฉพาะกิจจึงมาร้องทุกข์กล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ว่าได้ร่วมกันนำเอาภาพของพลเอกประยุทธ์พร้อมคำพูดขำๆ มาใส่ จากนั้นโพสต์ลงในเพจชื่อ "เรารักพลเอกประยุทธ์" โดยมีเจตนาให้คนทั่วไปรู้สึกว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเป็นตัวตลก ไร้ความสามารถในการบริหารประเทศ อันอาจเกิดความกระด้างกระเดื่องหรือก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศ ซึ่งถือเป็นความผิดตามมาตรา 116 (2) แห่งประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 14(3) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ผลของการร้องทุกข์แม้จะทำให้ทหารมีอำนาจจับและควบคุมตัว แต่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนักมากขึ้น จากนั้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน พนักงานสอบสวนได้นำข้อเท็จจริงนี้ไปยื่นคำขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลทหารกรุงเทพ ตามคำขอที่ผมโพสต์มาให้ดูพร้อมนี้
แต่ล่าสุดวานนี้ (3 พฤษภาคม) นายกรัฐมนตรีกลับให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ไม่ได้ถูกจับกุมเพราะล้อเลียนหรือหมิ่นประมาทตนเอง แต่คนเหล่านี้ทำผิดตามมาตรา 112 และ 116 เรื่องหมิ่นสถาบัน จึงทำให้คำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี คำขอฝากขังผู้ต้องหาและคำแถลงของโฆษก คสช. ในข้อเท็จจริงเดียวกันแต่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ที่สำคัญคำขอฝากขังผู้ต้องหาได้ยืนยันข้อเท็จจริงของการกระทำความผิด เพื่อให้ศาลสั่งขังผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ในระหว่างการสอบสวน หากเป็นดังที่นายกรัฐมนตรีกล่าวก็เท่ากับพลตรีวิจารณ์ จดแตง นำความเท็จมาร้องทุกข์และพนักงานสอบสวนนำความเท็จมายื่นคำขอต่อศาล ซึ่งทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อเท็จจริงล้วนมาจาก คสช. ด้วยกันทั้งสิ้น แต่คนที่ต้องรับกรรมคือผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ที่ถูกกล่าวหารายวันด้วยข้อหาที่ร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะข้อหาล่าสุดคือการหมิ่นสถาบัน ซึ่งจะทำให้การขอประกันตัวและการต่อสู้คดีมีความยากลำบากมากขึ้น ส่วนประชาชนก็คงสับสนว่าอะไรจริงหรือเท็จหรือเท็จทั้งหมด แต่ก็ต้องตกเป็นฝ่ายรับกรรมตามเคยเพราะเมื่อบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนย่อมขาดหลักประกันเสรีภาพและไม่มีเครื่องมือป้องกันการใช้อำนาจตามอำเภอใจ
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
4 พฤษภาคม 2559



แสดงความคิดเห็น